หลังจากเปิดตัวกระแส toyota land cruiser fj มีหลากหลายมาก แต่ที่แน่นอนยอดขายมาดีเกินคาด แล้วทำไมคนถึงได้หลงไหลแม้ว่าจะแต่เครื่องเบนซิน กินน้ำมัน ราคาก็ไม่ได้ถูก
toyota land cruiser fj
เมื่อเป็นรถที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดตัว และพอเห็นคันจริงต้องบอกเลยว่ามีทั้ง ชมและก็ติ ไปพร้อมกันแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่หลงไหลอยากได้รถทรงกล่องที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แล้วขับขี่เป็นอย่างไรกับบ้าง คนที่จองเป็นอันดับต้นๆก็ได้ร้บรถกันแล้วอย่ากจะบอกอะไรกันบ้าง

ทางโตโยต้าอยากจะให้เหล่านักทดสอบได้เห็นถึงคุณภาพของรถว่าดีจริงอย่างที่คุยหรือเปล่า พร้อมทั้งเป็นการบอกให้ทุกคนได้รับรู้ได้อย่างมันใจว่า รถคันนี้ดีจริง หรือว่าแค่คำคุย
Toyota FJ จะเป็นรถในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่งซึ่งจะเล็กกว่า PPV เล็กน้อย ใช้พื้นฐานแชสซีส์แบบเดียวกับ Hilux Champ แต่เน้นลุยมากกว่า ซึ่งการผ่านการทดสอบทางลุยแบบเดียวกับรุ่นพี่ 70 Series ทั้งระยะจากพื้น (Ground Clearance) และมุมไต่–มุมลง (Approach/Departure Angle) ถูกเซตให้ใกล้เคียงกับรถ off-road ขนานแท้ มีโครงสร้างเสริมใต้พื้น (Underfloor Braces) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของแชสซี และเน้นการขับขี่ในทางวิบากเป็นหลัก



ขนาดและมิติตัวถังของ Toyota Land Cruiser FJ 2026
ความยาว 4,575 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,855 มิลลิเมตร
ความสูง 1,960 มิลลิเมตร
ความฐานล้อ 2,580 มิลลิเมตร
เทียบ Fortuner
Fortuner : 4,795 x 1,855 x 1,835 มม. | ฐานล้อ 2,750 มม.
เครื่องยนต์ Toyota Land Cruiser FJ 2025-2026
ตามแผนจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร (ยังไม่มีแผนกับดีเซล)
เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.7 ลิตร 2,694 ซีซี. กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD


โหมดการขับเคลื่อน Part-time 4WD
2H
4H
4L
ฟังก์ชั่นการขับขี่
ระบบล็อกเฟืองท้าย
ระบบออกตัวด้วยเกียร์ 2 (2nd Start)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Decent Control


การทดสอบ toyota land cruiser fj
สำหรับการทดสอบในครั้งนี้โตโยต้าเน้นให้เราได้สัมผัสในทุกสภาพเส้นทาง ทั้งออนโรด และ ออฟโรด แบบจัดเต็ม เพราะชื่อเสียงของ toyota land cruiser fj นั้นคือรถสายออฟโรดตัวจริงและก็เป็นอย่างที่พูดเพราะในการผลิตนั้นทางโตโยต้าก็ได้บอกมาตลอดถึงตัวรถ fj ว่าเป็นรถที่เน้นนำมาตกแต่งเพื่อออกไปลุยในสภาพเส้นทางแบบออฟโรด



ส่วนที่เป็นประเด็นกันมากมายกับเครื่องยนต์ที่หลายคนต้องการเครื่องยนต์ ดีเซล อาจจะมีความคิดอยู่บ้างแต่ต้องยอมรับว่าตลาดใหญ่ของ toyota land cruiser fj นั้นคือตะวันออกกลางมากกว่า ดังนั้นเครื่องดีเซลก็จะไม่ได้รับความนิยมในตลาดโลก ถ้ามองให้เห็นภาพตลาดในไทยปีนึงเต็มที่ 10,000 คัน แต่ส่งออกเดือนเดียวก็เป็นหมืนคันแล้วดังนั้นการใส่เครื่องดีเซลก็อาจจะไม่คุ้ม
เริ่มการทดสอบ

เส้นทางจากกรุงเทพฯ-ชลบุรี ออกเดินทางจากเส้นบางนา สัมผัสแรกกับการขับขี่รถสูงตำแหน่งการมองต่างๆนั้นทำออกมาได้ดีชัดเจน ขับขี่ง่ายแล้วยิ่งเป็นรถที่ท้ายสั้นยิ่งทำให้รู้สึกว่ามีความคล่องตัว อัตราเร่ง ต้องยอมรับตามตรงว่าอืดแรงแซงแต่ละครั้งนั้นรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นใจ(รถนั่งสองคน)ถ้ามีการตกแต่งเพิ่มเติม เช่น ล้อใหญ่ เต็นท์หลังคารถ อื่นๆ บอกได้เลยว่าต้องทำใจถ้ารถเดิมๆ แต่สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังกลับทำได้ดีคือช่วงล่าง ที่มีการปรับเซ็ต ออกมาได้ลงตัวมาก ทั้งๆที่รถก็เป็น PPV แบบเดียวกับ fortuner แต่กลับทำได้ดีกว่ามาก รถมีความแข็งแต่ไม่กระด่างไม่เด้ง เวลาเข้าโค้งแรงๆรถก็ไม่โคลง ทำให้รู้สึกมันใจ และอีกหนึ่งเรื่องกับการเก็บเสียงที่ดีมาก ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คิด

ออกจากถนนหลวง เดินทางมาถึงเส้นทางที่จะเหมาะสมกับ Toyota FJ Cruiser เป็นรถสายลุยสไตล์ Retro Off-road ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ขับสนุก อึด ทน ลุยเก่ง” จุดเด่นหลักคือฟีลการขับแบบรถออฟโรดแท้ ๆ ถือเป็นรถที่กำเนิดมาเพื่อออฟโรด ก็ว่าได้



ด่านแรกกับสภาพเส้นปกติ เข้าป่า การเก็บอาการของตัวรถทำได้ดีมากไม่กระเด้ง จนรู้สึกว่านั่งไม่ได้ เรียกได้ว่า ดีกว่ากระบะอย่างแน่นอน และก็ทำได้ดีกว่า toyota fortuner อีกด้วย ต้องยอมรับว่าการปรับเซ็ตช่วงล่างทำได้ดีมาก ตัวบอดี้ก็มีการเสริมความแข็งแรงทำให้การกระแทกจากล้อที่ส่งมาถึงตัวรถนั้นทำได้ดี มีแรงสะเทือนที่น้อย ทำให้คนขับรู้สึกสบาย


ด่านสอง การขึ้นเนินชัน ที่เรียกได้รถปกติขึ้นไม่ได้อย่างแน่นอน ปรับทุกอย่าง เปลี่ยนเป็น L4 พร้อมกับใส่ A-TRAC
ระบบช่วยเบรกส่งกำลังไปล้อที่เกาะพื้น ช่วยเวลาล้อฟรีบนทางโหด Rear Differential Lock ส่งแรงขึ้นไปได้อย่างสบายๆ แต่หลายคนก็ต้องใช้เวลาหลายรอบหน่อย ขึ้นอยู่กับมุมรถ แต่สิ่งที่ประทับใจจริงๆคือ กำลังของเครื่องยนต์ที่หลายคนมองว่าเป็นเบนซิน แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร ซึ่งเทียบกับรถดีเซลนั้นต่างกันมาก แต่กลับทำได้ดีขึ้นได้อย่างสบายๆ



ลุยต่อกับเส้นทางในป่า ลุยน้ำ ผ่านต้นไม้เรียกได้ว่าสบายๆเลย จุดเด่นอีกอย่างของ FJ คือขนาดตัวรถที่ไม่ได้กว้างมากตัวรถที่สั้น ทำให้มุมกันชนด้านหน้าและหลังผ่านไปได้แบบสบายๆ ต้นไม้ในป่าก็ผ่านได้สบายเช่นกัน
เรียกได้ว่าเส้นทาง Off-road ถือว่าเป็นทางของเขาจริงๆ
สรุป toyota land cruiser FJ
ต้องยอมรับเลยว่าประทับใจกว่าที่คิดเพราะก่อนขับคิดว่าคงไม่ได้แตกต่างจาก fortuner มากนัก แต่เมื่อได้ขับจริงเป็นรถที่มีความคล่องตัวทั้งในเมืองนอกเมือง ช่วงล่างที่ปรับมากำลังดีเหมาะกับการใช้งานได้หลากหลาย (เส้นทางใน กทม.ก็เหมือนออฟโรดแล้ว) FJ มีจัดจำหน่ายไปทั่วโลกดังนั้นของแต่งย่อมมีมากมายอย่างแน่นอน เหมาะกับคนที่รักการแต่งรถและลุยไปในทุกเส้นทาง
มีข้อดีแล้วข้อเสียละ คงไม่พ้นในเรื่องของอัตราการกินน้ำมันที่คุณต้องยอมรับได้ รถ FJ เป็นรถที่ขายไปทั่วโลกดังนั้นเครื่องยนต์ก็ต้องเป็นเบนซิน ตลาดหลักในฝั่งอาหรับ ประเทศไทยยอดขายคงจะไม่ได้สูงมากเพราะในประเทศไทยนิยมเครื่องดีเซลมากกว่า กระจกมองข้างที่ขัดตามากทรงไม่เข้ากับรถเลย แอร์หลังไม่มีแม้ว่าแอร์จะเย็นก็ตามอย่างน้อยมีจะดีกว่า ที่วางแก้วน้ำด้านหลังไม่มี
แล้ว FJ เหมาะกับใคร? เหมาะกับคนที่อยากได้แน่นอนเพราะต้องเริ่มด้วยความชอบก่อน แบบครอบครัวเหมาะไหม ไม่เหมาะเพราะถ้าคุณมีลูกแล้วต้องการคนของเยอะอาจจะรู้สึกว่าคันนี้สิ่งอำนวยความสะดวกน้อยไปหน่อย พื้นที่ก็ไม่ได้เยอะเท่ารุ่นพี่อย่าง fortuner ดังนั้นก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์มากนัก แต่ถ้าคุณอยู่คนเดียวหรืออยู่กับแฟน และชอบเทียว ชอบเข้าป่า ชอบการแต่งรถ คันนี้คือใช้เลยเรียกได้ว่าสายลุยคันนี้ถือถูกทาง ดังนั้นคำตอบก็จะอยู่ที่ตัวเรา
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ในเมือง: 5–7 km/L
ทางไกล: 8–10 km/L
ถ้าลุยหนัก ยางใหญ่ หรือแต่งออฟโรด อาจต่ำกว่านี้
ถ้าเทียบกับ SUV รุ่นใหม่ Hybrid แน่นอนว่า FJ กินกว่าเยอะ แต่คนเล่น FJ ส่วนใหญ่ยอมรับได้ เพราะซื้อฟีลและความทน
ระบบขับเคลื่อนและโหมดต่าง ๆ
FJ มีทั้งรุ่น:
ขับ 2 (2WD)
ขับ 4 (4WD)
รุ่น 4WD จะมีโหมดเด่น ๆ เช่น
H2
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ใช้วิ่งถนนปกติ ประหยัดสุด
H4
ขับ 4 ล้อ High Range
ใช้ทางลื่น ฝนตก ดิน ทราย
L4
ขับ 4 Low Range
สำหรับขึ้นเขาชัน ลุยโคลน ลากรถ
แรงบิดจะมหาศาล แต่ความเร็วต่ำ
ระบบช่วยลุยที่มีในบางรุ่น
A-TRAC
ระบบช่วยเบรกส่งกำลังไปล้อที่เกาะพื้น ช่วยเวลาล้อฟรีบนทางโหด
Rear Differential Lock
ล็อกเฟืองท้ายหลัง ช่วยให้ล้อหมุนพร้อมกันเวลาออกจากหล่มหรือปีนหิน
Crawl Control (บางรุ่น)
เหมือน Cruise Control สำหรับออฟโรด รถจะคุมคันเร่งและเบรกเองตอนลุยช้า ๆ
จุดเด่นของ FJ Cruiser
ดีไซน์คลาสสิก เท่มาก
เครื่อง V6 ทน
ลุยเก่งจริง
ราคามือสองยังแข็ง
แต่งง่าย อะไหล่สายลุยเยอะ
จุดที่ต้องรับได้
กินน้ำมัน
จุดบอดเยอะ โดยเฉพาะเสาหลัง
ห้องโดยสารด้านหลังไม่กว้างมาก
ฟีลขับไม่หรู ไม่นิ่มแบบ SUV เมือง
ถ้าคุณชอบรถแนว Adventure, Camping, Off-road หรือชอบรถที่มีคาแรกเตอร์ชัด FJ เป็นรถที่ “มีเสน่ห์มาก” และหลายคนซื้อแล้วเก็บยาวครับ
ความคิดเห็น