Lamborghini Aventador S อัพเกรดพละกำลัง ล้อหลังเลี้ยวได้ Share this

Lamborghini Aventador S อัพเกรดพละกำลัง ล้อหลังเลี้ยวได้

Satapana
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 21 ธันวาคม 2559

Lamborghini Aventador S อัพเกรดพละกำลัง ล้อหลังเลี้ยวได้

ลัมบอร์กินี่เผยโฉมอเวนทาดอร์ เอส (Aventador S) อย่างเป็นทางการในโอกาสการปรับโฉมซูเปอร์คาร์ตัวท็อปไลน์เป็นครั้งแรก

ตัวอักษร “เอส” ที่พ่วงท่ายมานั้นบ่งบอกถึงการอัพเกรดหลายส่วน โดยเฉพาะบอดี้คิทแอโรไดนามิกที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นท็อปรหัส “เอสวี” ด้านหน้าเน้นคาวมดุดันกว่าเดิม มีสปอยเลอร์แหวกอากาศและดึงลมเข้าสู่ระบบหล่อเย็น นอกจากนี้ กันชนหน้าที่มีช่องสองฝั่งยังช่วยเพิ่มแรงกดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2017-lamborghini-aventador-s-2.jpg

ที่บั้นท้ายมีแผงรีดอากาศดิฟฟิวเซอร์เหมือนกับรุ่นเอสวี ช่วยสร้างแรงกดท้าย ขณะที่ตรงกลางกันชนมีท่อไอเสียที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม 20% สปอยเลอร์หลังสามารถปรับได้สามระดับตามความเร็วและโหมดการขับขี่

การปรับปรุงดีไซน์ภายนอกทำให้อเวนทาดอร์ เอสมีแรงกดด้านหน้ามากขึ้น 130% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนการปรับโฉม ขณะที่ด้านท้ายมีแรงกดสูงขึ้น 50% ส่วนค่าแรงเสียดทานอากาศลดลงถึง 400% เลยทีเดียว

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2017-lamborghini-aventador-s-4.jpg

ขุมพลังขับเคลื่อนเป็นบล็อกวี12 ความจุกระบอกสูบ 6.5 ลิตคร ไม่มีระบบอัดอาอากาศ มีพละกำลังเพิ่มขึ้น 40 แรงม้าไปอยู่ที่ 740 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 7 สปีด แรงบิดอยู่ที่ 690 นิวตันเมตรเท่าเดิม ลัมบอร์กินี่ระบุว่ารอบเครื่องสูงสุดเพิ่มจาก 8,350 รอบต่อนาทีเป็น 8,500 รอบต่อนาที

อัตราเร่งของอเวนทาดอร์ เอสสามารถออกตัวจาก 0-100 กม.ต่อชม. ได้ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม.ต่อชม.

ไม่เพียงเท่านั้น อเวนทาดอร์ เอสยังเป็นรถลัมบอร์กินี่รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบเลี้ยวสี่ล้อ ซึ่งช่วยเพิ่มการควบคุมและความปราดเปรียวในความเร็วต่ำและปานกลาง รวมถึงเพิ่มเสถียรภาพในช่วงความเร็วสูง สำหรับยางเป็นรุ่นพิเรลลี่ พี ซีโร่ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและเสริมประสิทธิภาพระบบเบรก โดยใช้ระยะทางเพียง 31 เมตรในการเบรกจาก 100 กม.ต่อชม.

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2017-lamborghini-aventador-s-3.jpg

ภายในห้องโดยสารติดตั้งมาตรวัดดิจิตอลชุดใหม่ มีโหมดการขับขี่ Strada, Sport, Corsa, และโหมดใหม่เอี่ยมคือ Ego พร้อมรองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์

กำหนดการส่งมอบจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่สองปีหน้า ราคาจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นที่ 421,350 เหรียญสหรัฐ

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่


ความคิดเห็น