GM เตรียมผนวกธุรกิจใน "เอเชีย" เข้ากับ "อเมริกาใต้" โดยบริหารงานตรงจากดีทรอยท์ Share this

GM เตรียมผนวกธุรกิจใน "เอเชีย" เข้ากับ "อเมริกาใต้" โดยบริหารงานตรงจากดีทรอยท์

Satapana
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 05 ตุลาคม 2560

GM เตรียมผนวกธุรกิจใน "เอเชีย" เข้ากับ "อเมริกาใต้" โดยบริหารงานตรงจากดีทรอยท์

ต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในอาเซียนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด เจนเนอรัล มอเตอร์สหรือจีเอ็มประกาศจะผนวกรวมการปฏิบัติงานในหลายภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาใต้

จีเอ็มระบุว่าจะผนวกรวมการบริหารงานในภูมิภาค “อินเตอร์เนชั่นแนล” ซึ่งครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และโอเชียเนียเข้ากับภูมิภาคอเมริกาใต้โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2018 พร้อมกับแต่งตั้งแบร์รี่ เอนเกิล รองประธานบริหารจีเอ็มและประธานกรรมการจีเอ็ม อเมริกาใต้เป็นผู้นำการบริหาร

เอนเกิลซึ่งเพิ่งเข้าทำงานกับจีเอ็มในเดือนกันยายน 2015 จะประจำอยู่ในดีทรอยท์ และรายงานตรงต่อแดน อัมมานน์ ประธานใหญ่ของจีเอ็ม

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การปฏิบัติงานของจีเอ็มในลาตินอเมริกาและเอเชีย-แปซิฟิกไม่มีการเติบโตในปี 2016 จึงเป็นที่มาของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ดังกล่าว และเพื่อปูทางไปสู่การลงทุนเพิ่มเติมในด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งจีเอ็มเพิ่งยืนยันว่าจะเปิดตัวถึง 20 รุ่นภายในปี 2023

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/0f1500da-2014-gm-annual-meeting-mary-barrajpg-c5efb6afcadd0b66.jpg

แมรี่ บาร์ร่า

สำหรับการลงทุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าครั้งใหญ่ของจีเอ็มจะได้รับเงินสนับสนุนจากผลกำไรที่ได้จากการขายรถกระบะและรถเอสยูวีที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกาและจีน

“เป้าหมายกลยุทธ์ของเราคือการปรับวิธีการปฏิบัติงานแบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มทรัพยากรและอำนาจทางการเงินที่จำเป็นต่อการลงทุนในยุคต่อไปของอุตสาหกรรมยานยนต์” สเตฟาน จาค็อบบี รองประธานบริหาร และประธานกรรมการ จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวกับรอยเตอร์ ทั้งนี้ จาค็อบบีจะเกษียณอายุทำงานในช่วงสิ้นปีนี้

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ภายใต้การบริหารงานของแมรี่ บาร์ร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน จีเอ็มปรับเปลี่ยนปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีหลังสุด โดยหยุดการผลิตในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย พร้อมกับปรับโครงสร้างธุรกิจในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังปรับเปลี่ยนธุรกิจในอินเดียจากการจัดจำหน่ายกลายเป็นศูนย์การผลิตเพื่อการส่งออกแทน จีเอ็มยังจำหน่ายโอเปิลให้แก่กลุ่มเปอโยต์ เอสเอแห่งฝรั่งเศสด้วย

อย่างไรก็ตาม บาร์ร่าสามารถชนะใจนักลงทุนและผู้ถือหุ้นได้เป็นอย่างดี ด้วยมูลค่าหุ้นที่พุ่งสูงถึง 42.15 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่


ความคิดเห็น