[Test Drive] ทดสอบจัดเต็ม Volvo XC60 T8 พรีเมี่ยม SUV ปลั๊กอินไฮบริด-เทอร์โบ โอ้โห 0-100 ใน 5.3 วินาที Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[Test Drive] ทดสอบจัดเต็ม Volvo XC60 T8 พรีเมี่ยม SUV ปลั๊กอินไฮบริด-เทอร์โบ โอ้โห 0-100 ใน 5.3 วินาที

Coke Autospinn
โพสต์เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2561

[Test Drive] ทดสอบจัดเต็ม Volvo XC60 T8 พรีเมี่ยม SUV ปลั๊กอินไฮบริด-เทอร์โบ โอ้โห 0-100 ใน 5.3 วินาที

ทดสอบ ลองขับ วอลโว่ เอ็กซ์ซี60 Volvo XC60 Test Drive

ทดสอบการขับขี่พรีเมี่ยม SUV ขนาดกลางรุ่นใหม่ของค่าย วอลโว่ (Volvo) กับ New XC60 ทั้งรุ่น T8 Twin Engine Plug-in Hybrid และรุ่น D4 หรือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ

กลับมาพบกับ แอดโค้ก อีกครั้ง สำหรับทริปการทดสอบรถยนต์จาก AutoSpinn ซึ่งครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นรถ SUV พรีเมี่ยมขนาดกลางอีกรุ่นที่ไม่น่ามองข้าม หากคุณสนใจในสมรรถนะความแรง ความพรีเมี่ยม และความแตกต่าง เพราะเจ้า Volvo T8 สมรรถนะไม่ธรรมดาทีเดียว กับแรงม้าที่พกมาถึง 407 แรงม้า แรงบิดมหาศาลถึง 640 นิวตันเมตร และทำความเร็ว 0-100 ได้ภายใน 5.3 วินาที เท่านั้น (อ่านไม่ผิดครับ 5.3 วินาที!!)

โดยทริปครั้งนี้ทดสอบบนเส้นทาง กรุงเทพ-ชลบุรี ด้วยระยะทางเกือบๆ 400 กิโลเมตร ก็พอจะทำให้ทราบถึงสมรรถนะ และความสะดวกสบายในการขับขี่ ...ไม่อยากพล่ามมากมายกลัวเพื่อนๆ จะรำคาญ เราไปชมรูปลักษณ์ภายนอกสำหรับ Volvo XC60 คันนี้ กันก่อนดีกว่า

รูปลักษณ์ภายนอก สปอร์ต วัยรุ่น และสดใหม่ กว่า Volvo ในยุคเก่าๆ

แน่นอนหากพูดถึงแบรนด์ Volvo ตามความรู้สึกของคนทั่วไป (รวมถึงผมก่อนหน้านี้) อาจจะนึกถึง ความเป็นรถยนต์ที่เน้นความปลอดภัยของผู้ขับขี่ รวมไปถึงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมถนนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ และมันก็เป็นความจริงเพราะเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ รวมไปถึงความปลอดภัยต่างๆ ที่แบรนด์นี้ตั้งใจพัฒนาอย่างจริงจัง และเป็นต้นแบบความปลอดภัยให้กับวงการยานยนต์ในหลายๆ เทคโนโลยี

แต่การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกจะเน้นความสวยงาม หรูหรา แบบเรียบๆ ง่ายๆ ให้อารมณ์ประมาณว่า คนมีเงินที่ค่อนข้างมีอายุ ไม่เน้นรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสักเท่าไร เส้นสายการออกแบบยังมีความเป็นเหลี่ยมสันความสดใหม่และความทันสมัยของรูปลักษณ์อาจจะยังตามไม่ทันแบรนด์อื่นๆ ในระดับเดียวกัน ...แต่คงจะพูดไม่ได้กับ Volvo ในยุคใหม่นี้

หลังจากที่ Volvo ได้ปรับมาใช้ SPA Platform (Scalable Product Architecture) ในการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เริ่มปรับมาใช้หลากหลายรุ่นแล้ว ทำให้การดีไซน์มีความสดใหม่ เอกลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดโคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟ DRL แบบรูปทรงตัว T แนวนอน หรือที่เค้าเรียกว่าค้อนธอร์ เส้นสายตัวถังรถยนต์ต่างๆ ที่ดูดีและน่าจะถูกใจวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

ก็นับว่ามาในทางที่ถูก เพราะผู้ใช้งานในยุคนี้ล้วนแล้วแต่ต้องการภาพลักษณ์ที่มีความสดใส สปอร์ต แต่ในเรื่องความสง่างาม และความเป็นพรีเมี่ยม ก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้ รวมไปถึง เหลี่ยมสัน และเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจัดเต็มในการออกแบบทุกรุ่น ซึ่ง XC60 คันนี้ ก็มีมาให้แบบครบๆ

ด้านหน้าออกแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นชุดโคมไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์รูปทรงค้อนธอร์ความละเอียดสูง กระจังหน้ายังมีเอกลักษณ์ความเป็น Volvo สัญลักษณ์แบรนด์ดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มเติมขนาดและความสวยงามสดใหม่มากขึ้น ในส่วนด้านล่างของกันชนหน้าไม่ใช่ช่องไฟตัดหมอกแต่อย่างใด เป็นช่องดักอากาศที่จะนำพาอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องอีกชั้นหนึ่ง

ถัดมาในส่วนของล้อมาพร้อมล้อลวดลายทูโทนตามยุคตามสมัย พร้อมยางสเปค 235/55R19 ทางด้านกระจกมองข้างฝาครอบจะเป็นสีเงินเมทัลลิค ซึ่งจะตัดกันกับสีสันของตัวถังรถยนต์ ก็โดดเด่นไปอีกแบบ ในส่วนด้านข้างจุดสะดุดตาคงจะเป็นพื้นที่บริเวณส่วนล่างของประตูทั้ง 2 บาน กับเส้นสายการออกแบบการเซาะร่องประตู ทำให้โดยรวมรถยนต์ดูมีความสดใหม่ และวัยรุ่นขึ้น

ด้านท้ายยังคงมาพร้อมเอกลักษณ์ไฟท้ายแบบลากยาว ขนานมากับเสา C ลงมาตามแบบฉบับรถยนต์ Volvo ซึ่งมีให้เห็นมายาวนาน แต่รุ่นนี้ได้เพิ่มเติมติ่งไฟท้ายให้ลากยาวมาถึงบริเวณกลางของฝาท้าย พร้อมกับการดีไซน์ไฟท้ายใหม่ทำให้ดูโฉบเฉียว โดยรวมๆ นับว่า Volvo XC60 รุ่นนี้มีความสดใหม่ และน่าจะถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น

ภายในหรูเรียบ แทบทุกฟังก์ชั่นถูกรวมลงในจอทัชสกรีนกลาง พร้อมชุดเครื่องเสียงสุดอลังการณ์

เข้ามาในส่วนของภายในเช่นเดียวกันกับภายนอก คอนเซปต์การออกแบบใหม่ทั้งหมดคือย้ายปุ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ปุ่มควบคุมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบนำทาง ลงในจอทัชสกรีนขนาด 9 นิ้ว ที่แทบจะไม่ต่างจากการเล่น iPad เลยกับความลื่นไหล ทั้งหมด เหลือเฉพาะปุ่ม เปิด-ปิด / เปลี่ยน เพลง และไฟฉุกเฉิน บริเวณด้านล่างจอทัชสกรีนเท่านั้น

ในส่วนการออกแบบแดชบอร์ด และแผงคอนโซลต่างๆ ใช่วัสดุพลาสติกกึ่งนิ่มคุณภาพสูงทั้งหมด ช่องแอร์แบบแนวตั้งขนาดใหญ่ และชิ้นตกแต่งแทรกกลางคอนโซลกับวัสดุอลูมิเนียมคุณภาพดี พร้อมเทคเจอร์ผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรงและมีราคาระดับหนึ่งทีเดียว

จอแสดงผลมาตรวัดต่างๆ ถูกปรับเป็นจอแบบดิจิตอลทั้งหมด วงด้านซ้ายจะแสดงถึงความเร็ว ด้านขาวจะแสดงถึงรอบเครื่องยนต์ รวมไปถึงการทำงานของระบบไฟฟ้า และมาตรวัดระดับน้ำมัน ในส่วนจอตรงกล่งสามารถปรับให้แสดงเส้นทางตาม Navi ประจำรถยนต์ได้อีกด้วย

ถัดลงมาจะพบหัวเกียร์ที่มีลักษณะแปลกตา เป็นการดีไซน์ผสมผสานระหว่างคริสตัลทำมือ Orrefors และวัสดุที่ให้ความหรูหรา โดยการใช้งานเกียร์ยังคงเป็นแบบดันขึ้น-ลง ตามสเตป พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน R-Design เรียบๆ และมีระบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมระบบ Cruise Control และระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ

นอกจากหัวเกียร์ดีไซน์แปลกตาแล้ว ใส่ส่วนสวิทช์สตาร์ทรถยนต์ก็มาในรูปแบบแตกต่างจากตลาดทั่วไป การดีไซน์เป็นลักษณ์เพชรเช่นเดียวกัน พร้อมการใช้งานด้วยการบิดเข้าหาตัวผู้ขับขี่ การดับเครื่องยนต์ก็หมุนมาทางเดียวกันเช่นเดียวกัน ถัดลงมาที่เห็นเป็นลูกกลิ้งคือปุ่มปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ เพียงแค่กดลงไป ก็สามารถหมุนเลื่อนโหมดการขับขี่ได้

ด้านเบาะต้องยอมรับว่าค่อนข้างกระชับตัว ซึ่งหากเป็นผู้ขับขี่ที่รูปร่างค่อนข้างใหญ่แล้ว อาจจะไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าที่ควรนัก แต่การโอบรับ ความแน่น ทำออกมาได้ดีทีเดียว ที่ต้องดีไซน์แบบนี้ไม่ใช่อะไรเพราะขุมพลังมหาศาลระดับ 407 แรงม้า แรงบิด 640 นิวตันเมตร ถ้าพูดตรงๆ ก็คือน้องๆ Supercar ก็คงจะไม่ผิด เบาะก็ต้องออกแบบให้รับสอดคล้องกับสมรรถนะรถยนต์เช่นเดียว

ในส่วนด้านท้ายเบาะมีช่องเก็บของพิเศษบริเวณใต้ที่นั่ง ใครที่ชอบซ่อนของคุณภรรยาน่าจะชอบใจ (แต่ถ้าภรรยามาอ่านรีวิวก็แล้วกัน55) ช่องแอร์หลังถูกติดตั้งบริเวณเสาด้านข้างรถยนต์ ความสบายของเบาะหลังมีมากกว่าคู่หน้า แต่ก็ยังคงมีความแน่นและกระชับพอๆ กัน

ไฮไลท์เด็ดของภายในคงจะหนีไม่พ้นชุดเครื่องเสียงของ Bower & Wilkins ที่มาพร้อมชุดลำโพงถึง 15 ตัว กำลังขับระดับ 1,100 วัตต์ อันนี้ยอมรับเรื่องคุณภาพชุดเครื่องเสียงว่าสุดยอดมากจริงๆ ใครไม่เชื่อแอดโค้ก ไปลองนั่งฟังเองได้เลยผมรับประกัน และหลังคาแบบกระจกที่เป็นชิ้นใหญ่คลุมเกือบทั้งหมด แต่ซันรูปสามารถเปิดได้ประมาณครึ่ง หรือประมาณเบาะนั่งตอนหน้าเท่านั้น เหมือนรถปรกติทั่วไป

สุดยอดขุมพลัง การผสานการทำงานของ ซูเปอร์ชาร์จ-เทอร์โบชาร์จ-มอเตอร์ไฟฟ้า กับแรงบิดระดับ 640 นิวตันเมตร

ด้านขุมพลังก็ถือเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้อีกเช่นกัน ใครจะไปรู้ว่ารถยนต์แบรนด์หรูหรา คันใหญ่ แบบนี้ จะมีกำลังน้องๆ ซูเปอร์คาร์ หากใครขับตาม Volvo XC60 ตัว T8 อย่าได้ไปกด หรือดันเค้าเลยหละ เพราะคันนี้มาพร้อมขุมพลัง Twin Engine AWD เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมพ่วงด้วยเทอร์โบ-ซูเปอร์ชาร์จ-มอเตอร์ไฟฟ้า

คุณอ่านไม่ผิด 3 พลังจริงๆ  ทำให้กำลังแรงม้าจากเครื่องยนต์เพียวๆ ได้ที่ 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,200-5,400 รอบต่อนาที พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังแรงม้า 87 แรงม้า พร้อมแรงบิด 240 นิวตันเมตร ผลรวมทั้งระบบคือรถยนต์คันนี้จะมีแรงม้าที่ 407 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 640 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 สปีด และระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive

อัตราเร่งจาก 0-100 ใช้เวลาเพียง 5.3 วินาที เท่านั้น ! ครั้งแรกที่ผมได้ยินก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเช่นเดียวกัน แต่เมื่อได้ทดลองขับด้วยตนเองก็เชื่อสนิทใจเพราะอัตราเร่งกระชากวิญญาณจริงๆ อาการหลังติดเบาะมีให้เห็นแน่นอนสำหรับรุ่นนี้ เพียงแค่ว่าไม่มีเสียงคำรามเหมือนรถยนต์ Supercar หรือเหล่า SportCar ทั้งหลายเท่านั้นเอง

การตอบสนองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซง คิกดาวน์ แทบจะไม่ต้องเผื่อเวลาแต่อย่างใด กดเมื่อไหร่ มาเมื่อนั้นทันที ผลมาจาก ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่ง XC60 คันนี้ มีการทำงานร่วมกันของระบบเครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ไม่เกี่ยวข้องกันเหมือนรถยนต์แบรนด์อื่นๆ

หน้าที่ของเครื่องยนต์สันดาปจะถ่ายทอดพลังลงสู่ล้อคู่หน้า เท่านั้น ไม่มีเพลากลางเชื่อมกับระบบหลังแต่อย่างใด ในส่วนล้อคู่หลัง ก็เป็นหน้าที่ของขุมพลังจากมอเตอร์ ซึ่งข้อดีของการออกแบบระบบนี้คือ ไม่มีเพลากลาง ไม่เสียพื้นที่ของห้องโดยสาร (พื้นเรียบ) และถ้าเซ็ตการทำงานร่วมกันดีๆ จะทำให้รถยนต์มีพละกำลังสูงเช่นเดียวกับ XC60 T8 คันนี้ พร้อมกันนี้ T8 ยังมาพร้อมปลั๊กชาร์จไฟฟ้า ซึ่งเราสามารถชาร์จไฟฟ้าจากบ้านเราได้อีกด้วย แน่นนอนความประหยัดก็สามารถทำได้ในระดับหนึ่งทีเดียวกับรถยนต์ประเภทนี้

ระบบความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวกแน่นคัน

ในส่วนนี้น่าจะรู้ๆ กันอยู่ว่าแบรนด์ Volvo โดดเด่นเรื่องระบบความปลอดภัย การมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ท้องถนนเป็นหลักไม่เพียงแต่ผู้ใช้งาน Volvo แต่บุคคลอื่นๆ ก็ต้องปลอดภัยมากที่สุดด้วยหากเกิดอุบัติเหตุจริงๆ XC60 ก็ถูกบรรจุระบบมากมายไม่ว่าจะเป็น

Steer Support ระบบควบคุมการเลี้ยว เพื่อช่วยเลี่ยงการชน โดยระบบจะช่วยปรับองศาการเลี้ยวเพื่อเลี่ยงสิ่งกีดขวางด้านหน้า ด้วยเซ็ตเซอร์จากรถยนต์ที่จับหากพบ คน สัตว์ สิ่งของ ในระยะความเร็ว 50-100 กม./ชม. แล้วระบบคำนวนว่าวงเลี้ยวไม่พอที่จะหลบพ้น ระบบจะช่วยบังคับเลี้ยวหลบอัตโนมัติ

Oncoming Lane Mitigation ระบบช่วยให้ผู้ขับสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกับยานพาหนะ ในช่องที่วิ่งสวนมา โดยระบบจะเตือนเมื่อผู้ขับนำรถออกนอกเลนตนเองโดยไม่ตั้งใจ และจะเริ่มทำการควบคุมพวงมาลัยให้กลับสู่เลนของตนเอง โดยระบบจะทำงานต่อเมื่อความเร็ว 60-140 กม./ชม.

นอกจากนี้ยังมีระบบอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ระบบ adaptive cruise control ที่ช่วยรักษาระยะห่างจากรถยนต์คันหน้า แม้เราจะใช้งานระบบ cruise control หากมีรถยนต์คันใช้ความเร็วต่ำกว่าตัวรถเราก็ลดความเร็วลงเพื่อรักษาระยะห่าง ซึ่งรวมๆ ระบบทั่้งหมดแล้ว XC60 คันนี้แทบจะเป็นรถ Semi-Autopilot เลยก็ว่าได้

เพราะระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ไม่เพียงแค่มาซัพพอทเราเท่านั้น แต่ในบางช่วงก็มาช่วยเราขับอัตโนมัติได้เลยทีเดียว ผมได้ทดสอบระบบควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ พร้อมระบบ adaptive cruise control ดู บางช่วงแทบจะปล่อยมือจากพวงมาลัย และเท้าจากแป้นต่างๆ ได้เลย (หากเส้นถนนชัดเจน)

ตัวเรดาห์ค่อนข้างไวและแม่นยำแม้จะยังไม่ 100% ก็ตามแต่สามารถไว้ใจได้ระดับนึง การเข้าโค้ง การขับตามถนนสามารถทำได้ดี ระบบควบคุมความเร็วก็รักษาระยะห่างได้ ก็ถือว่าเป็นอีกไฮไลท์และเป็นจุดเด่นของแบรนด์ Volvo ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

โดยรวมถือว่าเป็นรถ SUV พรีเมี่ยมที่ค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี ระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ที่ล้ำกว่าใคร ช่วยล่างเซ็ตมาค่อนข้างแน่นและกระชับตามสไตล์รถยุโรปทั่วไป ไม่ได้โดดเด่นกว่าแบรนด์ยุโรปอื่นๆ พวงมาลัยคมแต่ในระยะความเร็วต่ำผมรู้สึกว่าจะเบาไปสักเล็กน้อย แต่ก็น่าจะออกแบบมาพร้อมความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง

ด้านขุมพลังไม่ต้องพูดถึง ไม่มีอะไรจะให้ติจริงๆ กับขุมพลังนี้ ด้วยพลัง 407 แรงม้า แรงบิด 640 นิวตันเมตร ทั้งเรื่องอัตราการเร่ง การแซง การทำความเร็ว ไว้ใจหายห่วง กดเป็นมา จะกลัวอย่างเดียวคือหากเพลินเกินไปอาจทำให้เราขับด้วยความเร็วเกินกำหนดได้

ด้านเบาะนั่งอันนี้แม้ผมจะค่อนข้างชอบเพราะมีความกระชับมาก แต่หากพูดตรงๆ อาจไม่ถูกใจคนตัวใหญ่เท่าไรนัก เพราะมีความกระชับและแน่น หากใครชอบแบบนุ่มนวลและสบาย อาจจะยังไม่ถูกใจเท่าไรนัก แต่ใครชอบแนวสปอร์ตอาจจะโดนใจแน่นอน (ในการทดสอบคือลองตัวพิเศษรุ่น R-Design ซึ่งในรุ่น Momentum จะเป็นเบาะอีกแบบ)

โดยรวมกับราคาค่าตัวสำหรับ Volvo XC60 T8 Twin Engine AWD R-Design (Top สุดของไลน์) กับราคา 3.59 ล้านบาท ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก หากใครต้องการรถ SUV ขนาดกลาง ที่มีความสปอร์ต มีความวัยรุ่นมากกว่าเก่า ขุมพลังระดับน้องๆ ซูเปอร์คาร์ การดีไซน์ยุคใหม่ที่ฉีกแนวไปจากเก่า และระบบความปลอดภัยที่ให้มาเหนือกว่าแบรนด์อื่น ก็ลองเปิดใจ มาทดสอบขับขี่ด้วยตนเอง

เช่นเคยบทความทดสอบจากผมเป็นเพียงตัวเลือกช่วยในการตัดสินใจ หากใครสนใจอยากให้ไปลองขับขี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ลองไปนั่ง ไปทดสอบกันให้เต็มที่ อีกครั้งนะครับ **ทิ้งท้ายอีกสักนิด อันนี้ประทับใจมาก อยากให้ได้ลองกันจริงๆ สำหรับขุมพลังนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า SUV กระชากวิญญาณเป็นอย่างไร :D

ขอขอบคุณบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปทดสอบ XC60 ในครั้งนี้ด้วยครับ

ทดสอบและเขียนรีวิวโดย แอดโค้ก

เข้ามาพูดคุยและสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ตลอดเวลาทุกช่องทางนะครับ

ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่

ค้นหารถยนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่


ความคิดเห็น