[Test Ride] รีวิว BMW R1200GS Rally ราชาบิ๊กไบค์แอดเวนเจอร์ตลอดกาล Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว BMW R1200GS Rally ราชาบิ๊กไบค์แอดเวนเจอร์ตลอดกาล

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 16 สิงหาคม 2561

การขี่มอเตอร์ไซค์ เมื่อขี่มามากจนถึงจุดหนึ่งแล้วหลายๆ คนปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเคยมองหารถทัวร์ริ่งมาใช้ออกทริปสักคัน แต่จะดีกว่านั้นไหมถ้ารถทัวร์ริ่งที่เราเลือก เป็นรถที่ครบครันทั้งความสบาย ความนุ่มนวล และเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดครบครัน ซึ่งคันนั้นก็คือ BMW R1200GS นั่นเอง

 

โดยในวันนี้เรามาอยู่กับเจ้า BMW R1200 GS ปี 2018 โฉม Rally ซึ่งในตัวรถปี 2018 นี้จะมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของแฟริ่งด้านข้างใหม่เล็กน้อยให้ดูแตกต่างจากรุ่นปีก่อน และมีจุดเด่นสำคัญที่สุดคือเรือนไมล์จอสีแบบ TFT LCD นั่นเอง ซึ่งบอกข้อมูลการขับขี่ครบครันเรียกได้ว่าล้นๆ กันเลยทีเดียว แต่ก่อนเราจะทราบกันว่าเรือนไมล์ของ GS 2018 ทำอะไรได้บ้าง เรามารู้จักกับเครื่องยนต์วางนอนสุดแนวตัวนี้กันก่อนครับว่ามันคืออะไร

 

 

เครื่องยนต์แบบวางนอนขวางกับตัวรถ หรือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (Boxer Engine) เป็นเครื่องยนต์ที่ BMW คิดค้นได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 หรือกว่า 95 ปีมาแล้ว !!! โดยวิศวกรชาวเยอรมันนามว่า Max Friz ได้นำเอาเครื่องยนต์แบบ Boxer นี้ติดตั้งเข้ากับรถจักรยานยนต์ และส่งกำลังผ่านระบบเพลาขับ ซึ่งการส่งกำลังด้วยเพลานี้มีข้อดีกว่าโซ่คือดูแลรักษาง่าย ไม่เลอะเทอะ และมีความนุ่มนวลสูง โดยติดตั้งเข้ากับรถจักรยานยนต์ BMW R32 ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นปู่ของ R1200GS คันนี้เลยทีเดียว

 

Image result for bmw r32

 

กาลเวลาผ่านไปกว่า 60 ปีนับจากจุดเริ่มต้นเครื่องยนต์ Boxer จากที่ BMW พัฒนาเครื่องยนต์ Boxer เพื่อใช้งานในรถจักรยานยนต์ในสงคราม, การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ รวมไปถึงรถสำหรับวางจำหน่ายทั่วไปมากว่าครึ่งศตวรรษ จนในปี ค.ศ. 1980 BMW ตัดสินใจทำรถจักรยานยนต์เข้าร่วมการแข่งขันแบบออฟโรดเป็นครั้งแรก และได้สร้างรถจักรยานยนต์ตระกูลใหม่ขึ้นมาในนามว่า R80 G/S (GS ย่อมาจากคำว่า Gelände ในภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลว่า "ออฟโรด" ส่วน S ย่อมาจาก Straße แปลว่า "ทางดำ หรือถนนในเมือง")

ซึ่งเจ้า R80 G/S เป็นรถมอเตอร์ไซค์วิบากที่ฉีกกฎแบบเดิมๆ ออกไปที่ต้องเป็นรถคันเล็ก เครื่องยนต์ไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งเจ้า R80 G/S นี้ฉีกแนวออกไปด้วยการวางเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 800 ซีซี มาพร้อมพละกำลังแรงม้าสูงสุดถึง 85 แรงม้า โดยสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Paris-Dakar ได้ถึง 4 ปีซ้อนติดต่อกัน ทำให้มันกลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบ Dual-Sport ที่ดีที่สุดในต้นยุค 80' 

 

Image result for R80 G/S

 

รุ่นถัดมาเป็น BMW R100GS ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดจาก R80 G/S โดยติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 980 ซีซีเข้ามาแทนที่

 

Image result for BMW R100GS

 

รุ่นถัดมา เป็นการเปลี่ยนหน้าตาภายนอกใหม่ทั้งหมด เรียกได้ว่าหน้าตาค่อยๆ คล้ายกับรุ่นปัจจุบันแล้วกับ BMW R1100GS โดยเริ่มผลิตครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งมีการติดตั้งชิวบังลมด้านหน้า, เบาะนั่ง 2 ตอน, ล้อซี่ลวดแบบไม่มียางใน และที่สำคัญมาพร้อมกับโช๊คอัพหน้าต้นที่ 3 แล้ว ! ซึ่งเจ้าโช๊คต้นที่ 3 หรือ Telelever นี่แหละ คือทีเด็ดของรถตระกูล GS ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อยด้วยน้ำมัน หรือ Oil-cooled ผสานกับการระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้ตัวรถระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

Image result for BMW R1100GS

 

ถัดมาในรุ่น R1150GS มีการเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเกียร์ 6 สปีด ตัวรถมีน้ำหนักเบาขึ้น แต่มีพละกำลังมากขึ้น และมีรุ่น R1150 GS Adventure เพิ่มเข้ามา โดยการเพิ่มขนาดถังน้ำมันให้จุได้มากยิ่งขึ้นเป็น 30 ลิตร ซึ่งมากกว่ากว่าโมเดล GS ธรรมดาถึง 10 ลิตร นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบ ABS, ระบบกระจายแรงเบรค และการติดตั้งหัวเทียน 2 หัวต่อ 1 กระบอกสูบ เพื่อให้ได้ค่าไอเสียตรงตามมาตรฐานในยุคนั้น 

 

Image result for BMW R1150GS

 

และในปี 2004 เป็นปีแรกที่ BMW R1200GS ออกสู่ตลาดเป็นปีแรก และเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาถึง R1200GS ถึงปัจจุบัน ซึ่งโมเดลนี้สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากสารคดี Long Way Round ซึ่งเป็นเรื่องราวการเดินทางกว่า 31,000 กิโลเมตรของ Ewan McGregor และ Charley Boorman ซึ่งขี่ R1200GS รุ่นปี 2004 จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถึงมหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านเส้นทางในทวีปยุโรปและเอเชีย เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับรถ BMW R1200GS เป็นอย่างมากถึงความถึกทนทานของตัวรถ

 

 

Related image

 

ในงาน Intermot ปี 2012 เป็นอีก 1 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ GS อีกครั้ง เมื่อ BMW ประกาศว่า GS ในปี 2013 นี้จะมาพร้อมกับหม้อน้ำ หรือระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (LC) ซึ่งก็คือตัวรถรุ่นปัจจุบันนี่เอง และด้วยตัวรถเวอร์ชั่นใหม่นี้ จะให้พละกำลังแรงม้าที่สูงกว่าเดิม ศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเดิม และขับขี่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

Image result for R1200GS 2013

 

ปัจจุบันนี้ BMW ผลิตรถจักรยานยนต์ตระกูล GS ออกจำหน่ายไปแล้วกว่า 1 แสนคันทั่วโลกตั้งแต่ปี 2006 แล้วตอนนี้คุณพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในตำนานกว่า 95 ปีของรถจักรยานยนต์ BMW แล้วหรือยัง เราไปรู้จักกันครับว่า R1200GS Rally คันนี้ มีดีกว่ารุ่นพี่ที่ผ่านๆ มาอย่างไรกันบ้าง

 

 

มาดูตัวรถกันครับ จุดเด่นที่สุดของรถตระกูล R1200 หนีไม่พ้นเครื่องยนต์แน่นอนครับ เครื่องยนต์ของเจ้า R1200GS นี้ใช้เครื่องยนต์แบบ Boxer 2 สูบวางนอนขวางกับตัวรถ ขนาด 1,200 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ติดตั้งระบบ Balancer ทำให้เครื่องยนต์นิ่ง ไม่มีอาการดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเครื่องยนต์ Boxer ของ BMW นี้ เป็นเครื่องยนต์ตั้งแต่ยุคกำเนิด BMW เลยก็ว่าได้ โดยเจ้าเครื่องยนต์ตัวนี้ให้พละกำลังแรงม้าสูงถึง 125 ตัว และแรงบิดสูงสุดที่ 125 นิวตันเมตร

 

 

ด้านหน้าของเจ้า R1200GS Rally นี้ยังคงมีดีไซน์เหมือนกับ R1200GS LC รุ่นปีที่ผ่านมา โดยใช้ไฟหน้าแบบ LED ทั้งไฟสูง ไฟต่ำ ไฟเดย์ไลท์ ยันไฟเลี้ยว มาพร้อมกับปากนกขนาดใหญ่ ให้ความหล่อเหลาตามสไตล์รถทัวร์ริ่ง

 

 

ถัดมาเป็นจุดเด่นที่สุดของรถจักรยานยนต์ BMW ตระกูล R1200GS ที่ยังไม่มีรถจักรยานยนต์รุ่นไหนทำตามนั้นคือโช๊คอัพต้นที่ 3 ที่จะซ่อนอยู่ด้านในตรงบริเวณใต้แผงคอรถนั่นเอง โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Telelever ซึ่งเจ้าโช๊คอัพตัวนี้จะถูกควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า Dynamic ESA โดยผู้ขับขี่สามารถเซ็ตอัพเจ้าโช๊คอัพตัวนี้ได้ง่ายๆ ด้วยตนเองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเจ้าโช๊คอัพต้นที่ 3 นี้ถือเป็นจุดชูโรงของเจ้า R1200GS เลยทีเดียว

 

 

ล้อด้านหน้าและด้านหลังของเจ้า GS1200 นี้ เป็นล้อซี่ลวดแบบไม่มียางใน ขนาดล้อหน้าใหญ่ถึง 19 นิ้ว ส่วนล้อหลังมีขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมดิสเบรคคู่ และปั้มเบรคสีทองจาก Brembo

 

 

ใต้ท้องรถมาพร้อมกับแผ่นโลหะกันกระแทกบริเวณท้องเครื่อง เสริมความแข็งแรงเข้าไปอีกขั้น

 

 

ด้านข้างของเจ้า Rally มีการเปลี่ยนแฟริ่งตรงแก้มใหม่ให้ดูหล่อเข้มยิ่งขึ้น สร้างความแตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมา และยังมาพร้อมเฟรมสีฟ้า พร้อมสัญลักษณ์ R1200GS บริเวณถังน้ำมัน

 

 

มาดูด้านบนครับ จุดเด่นของ R1200GS รุ่นปี 2018 ทุกแบบคือเจ้าหน้าจอเรือนไมล์แบบใหม่ ซึ่งเปลี่ยนจากจอดิจิตอล พร้อมเข็มบอกรอบเครื่องและความเร็ว เปลี่ยนใหม่เป็นหน้าจอแบบ TFT แทน ซึ่งบอกข้อมูลการขับขี่ได้เยอะมากๆ และมีการเพิ่มเติมฟังก์ชั่นใหม่ๆ เข้าไปอีกเพียบ โดยคร่าวๆ แล้วเจ้า GS1200 รุ่นปี 2018 จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อใช้งานระบบนำทางติดรถได้ โดยผู้ขับขี่ต้องใช้งานร่วมกับแอป BMW Motorrad Connected ในโทรศัพท์นั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบลูทูตติดหมวกกันน็อกได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรับ/วางสาย เปลี่ยนเพลง เพิ่ม/ลดเสียง ก็ทำได้ผ่านปุ่มควบคุมบนรถ นอกจากนี้ระบบกุญแจก็เป็นแบบ Keyless แล้วอีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ เจ้า R1200GS คันนี้ ยังสามารถเซ็ตอัพช่วงล่าง โหมดการขับขี่ ตรวจเช็คแรงดันลมยาง แรงดันแบตเตอร์รี่ได้ผ่านปุ่มควบคุมบริเวณประกับแฮนด้านซ้าย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงอยู่ในเรือนไมล์ TFT นี้ นับว่าเป็นรถที่สามารถปรับแต่งส่วนต่างๆ ได้มากมาย และบอกข้อมูลได้ละเอียดยิบมากๆ จริงๆ และบริเวณด้านขวาของเรือนไมล์จะเป็นคันหมุนปรับระดับความสูงของชิวหน้า ซึ่งสามารถปรับได้ง่ายๆ ด้วยมือข้างเดียว

 

 

ระบบเด่นๆ ที่มากับเจ้า R1200GS คันนี้ได้แก่ Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบ ABS Pro ป้องกันล้อล็อกขณะใช้เบรคในโค้ง, ระบบ Cruise Control ล็อกความเร็วของรถ ทำให้เราไม่ต้องบิดคันเร่งไว้ตลอด, กุญแจนิรภัยแบบ Keyless และยังมาพร้อมกับ Quick shifter เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัช อีกทั้งคันเร่งเป็นแบบไฟฟ้า พร้อมคลัชแบบน้ำมัน ให้ความนุ่มนวลเวลาเปลี่ยนเกียร์ หรือต้องใช้คลัชได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

เบาะนั่งเป็นแบบ 2 ตอน แยกส่วนของผู้ขับขี่และคนซ้อนไว้อย่างชัดเจน มาพร้อมกับแรคสำหรับติดตั้งกระเป๋าสัมภาระ พร้อมสำหรับการเดินทางที่แท้จริง

 

 

ท่อไอเสียแบบยกสูง ให้ความหล่อเหลาสไตล์รถ Adventure มาพร้อมกับกันดีดบริเวณล้อหลัง ป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกถูกดีดขึ้นมาโดนรถง่ายเกินไป

 

 

ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบเพลา ให้ความนุ่มนวลมากกว่าการขับเคลื่อนด้วยโซ่ อีกทั้งแทบจะไม่ต้องดูแลรักษามันเลย เพียงแค่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเพลาตามระยะตรวจเช็คเท่านั้น มาพร้อมพักเท้าแบบหนาม และขาตั้งคู่ ส่วนการขับขี่เจ้า GS Rally นี้จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปชมกันครับ

 

 

การขับขี่

 

 

การขับขี่เจ้า R1200GS Rally ในวันนี้ เราขี่กันมาที่จังหวัดสมุทรสาครครับ ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพฯ มาประมาณ 100 กิโลเมตรยาวๆ บนทางลาดยางที่พอจะมีความขรุขระบ้างบางจุดเนี้ยพบว่าเจ้า R1200GS Rally คันนี้ สมกับฉายาราชารถทัวร์ริ่งสายเดินทางที่แท้จริง เพราะด้วยระบบโช๊คแบบ Telelever นี้ โดยปกติแล้วรถจักรยานยนต์ทั่วไปที่ใช้โช๊คแบบปกติ เวลาเปิดคันเร่งออกตัว หรือกดเบรคอย่างแรง ระยะฐานล้อของรถจะเปลี่ยนไป เนื่องจากการยุบตัวของโช๊ค ทว่าเจ้า R1200GS ได้ติดตั้งระบบ Telelever นี้เพื่อไม่ให้ระยะฐานล้อเปลี่ยนไปขณะใช้งาน ซึ่งเมื่อหากเรากดเบรคอย่างแรง ระยะฐานล้อของรถจะยังคงเท่าเดิมอยู่ ทำให้รถมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วงล่างของ R1200GS ถูกควมคุมด้วยระบบไฟฟ้า Dynamic ESA ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการตั้งค่าของโช๊คได้ตลอดเวลาที่ขับขี่ผ่านประกับแฮนด้านซ้ายได้อย่างง่ายดาย

 

 

การตอบสนองของเครื่องยนต์ Boxer 2 สูบนอน ขนาด 1,200 ซีซี ให้แรงบิดที่สูงถึง 125 นิวตันเมตร แรงม้าสูงสุด 92 ตัว ให้การตอบสนองผ่านคันเร่งไฟฟ้าที่ดีมาก อัตราเร่งแซงของเจ้า GS Rally นี้ทำได้ดีเยี่ยมมากๆ ด้วยแรงบิดที่สูงมาก ทำให้เราสามารถเร่งแซงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง เจ้า GS คันนี้ก็ไม่มีหวั่น การเดินทางยืนพื้นด้วยความเร็วสูงสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวรถให้ความมั่นคงสูงมาก แม้ตัวรถเปล่ามีน้ำหนักถึง 250 กิโลกรัม ทว่าด้วยการวางจุดศูนย์ถ่วงรถที่ต่ำ ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่ารถหนัก เรียกว่าเป็นรถที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่มากๆ อีกรุ่นหนึ่ง เป็นรถที่ขับได้ง่าย ขับสนุก ช่วงล่างขั้นเทพ และแรงสั่งได้

 

 

การขี่เข้าโค้งของเจ้า GS นี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยช่วงล่างที่ทำมาอย่างยอดเยี่ยม ทำให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างง่ายดาย เล่นโค้งได้สนุกและมั่นใจมาก

ตำแหน่งท่านั่งทำมาได้อย่างยอดเยี่ยม ท่านั่งหลังตรง เบาะนั่งสบายไม่ปวดเมื่อยแม้ขี่ทางไกล แฮนบาร์ที่ดูแม้จะกว้าง แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นส่วนช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายยิ่งขึ้น และทำให้แขนไม่เมื่อยมากเกินไป ถังน้ำมันสามารถใช้เข่าหนีบได้อย่างกระชับ ตำแหน่งพักเท้าจัดว่าทำได้ดี เรียกได้ว่าถ้าลองใช้แล้วไม่ผิดหวังจริงๆ

 

 

โดยสรุปแล้ว เจ้า BMW R1200GS Rally คันนี้ นอกจากเป็นรถทัวร์ริ่งที่หล่อเหลาแล้ว ยังให้การตอบสนองที่ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งช่วงล่าง เครื่องยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่ติดมากับตัวรถ เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของรถทัวร์ริ่งแล้วจริงๆ ซึ่งเจ้า GS1200 นี้เหมาะสำหรับทั้งมือเก๋า ที่อยากจะหันมาเดินทางไกลด้วยรถทัวร์ริ่ง กระทั่งมือใหม่ที่ไม่เคยจับรถบิ๊กไบค์มาก่อน บอกเลยว่าเพียงมีพื้นฐานการใช้คลัช ก็สามารถขับเจ้า GS1200 ได้แล้ว เพราะเป็นรถที่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้เยอะมากที่สุดเท่าที่มีในวงการรถจักรยานยนต์ตอนนี้แล้วก็ว่าได้ ทำให้ตัวรถขับขี่ได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีน้ำหนักที่มาก แต่ก็แทบจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่เลย

แต่หากท่านใดจะนำเจ้า R1200GS ไปใช้งานในทาง Enduro แบบ Off-road เต็มตัว ลงทางดิน วิ่งกับฝุ่น บอกเลยว่าอยู่ในระดับพอทำได้ แต่ไม่แนะนำนัก เพราะตัวรถแม้จะไปในเส้นทางนั้นพอได้ แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่มากนั้นจะทำให้การขับขี่สนุกน้อยกว่ารถที่ถูกออกแบบมาโดยตรง ซึ่งมีน้ำหนักน้อยกว่ามากนั่นเอง

 

 

สำหรับท่านใดที่สนใจเจ้า BMW R1200GS Rally คันนี้ สามารถชมตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ BMW Motorrad ทั่วประเทศครับ ในราคา 995,000 บาท

ขอขอบคุณบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่เอื้อเฝื้อรถทดสอบในครั้งนี้ครับ

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่


ความคิดเห็น