[Test Ride] รีวิว Kawasaki Ninja 400 ยักษ์เขียวไซส์ใหม่ โฉบเฉี่ยวอย่างมีระดับสไตล์สปอร์ต Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว Kawasaki Ninja 400 ยักษ์เขียวไซส์ใหม่ โฉบเฉี่ยวอย่างมีระดับสไตล์สปอร์ต

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 12 กันยายน 2561

[Test Ride] รีวิว Kawasaki Ninja 400 ยักษ์เขียวไซส์ใหม่ โฉบเฉี่ยวอย่างมีระดับสไตล์สปอร์ต

เมื่อพูดถึงรถบิ๊คไบค์ Kawasaki ไม่มีใครไม่นึกถึงรถตระกูลสปอร์ตอย่าง Ninja แน่นอน ซึ่งเจ้ารถตระกูล Ninja นี้นับว่าเป็นตระกูลที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Kawasaki มาอย่างยาวนาน และในวันนี้ทาง Kawasaki ก็ได้เข็นโมเดลใหม่ออกมานั่นคือ Ninja 400 นั่นเอง


 

เพื่ออรรถรสการชมที่สมบูรณ์แบบ รับชมแบบวิดีโอได้ที่นี่

 

 

Kawasaki Ninja 400 เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์รุ่นเริ่มต้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 399 ซีซี 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเจ้า Ninja 400 คันนี้เป็นรุ่นต่อยอดมาจาก Ninja 300 รุ่นก่อนหน้านี้นี่เอง โดยในวันนี้เราอยู่กับโมเดล KRT Edition ซึ่งก็คือลายรถแข่งของทีม Kawasaki Racing Team ในรายการแข่งขัน World Superbike นั่นเอง ซึ่งใช้สีเขียวมะนาวอันโดดเด่นเห็นแต่ไกล เรียกได้ว่ามองเห็นเมื่อไหร่ก็รู้เลยว่านี่เป็นรถ Kawasaki แน่นอน

 

 

Ninja 400 ถูกเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้ดูหล่อเหลายิ่งขึ้น โดยหยิบยกไอเดียมาจากรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Ninja H2 อันเป็นรถสปอร์ตที่แรงที่สุดของค่ายในเวลานี้ เน้นความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ล้ำยุคกว่าเดิม โดยเฉพาะแฟริ่งที่เดินเส้นให้ได้อารมณ์รถสปอร์ตขนาดใหญ่

 

 

ไฟหน้าคู่ของ Ninja 400 เป็นไฟ LED แล้วทั้งไฟสูงและไฟต่ำ เช่นเดียวกับไฟหรี่ก็เป็น LED เช่นกัน ให้ความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

 

 

โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิคขนาด ø41 มม. ที่มีการปรับเพิ่มศักยภาพในการซับแรงให้ดีขึ้น ตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดีขึ้น เสริมความมั่นคงในการยึดเกาะถนนช่วยให้การหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางเป็นเรื่องง่าย แม้กระทั่งตอนที่รถอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง – ช่วยให้ลัดเลาะผ่านการจราจรได้คล่องตัวขึ้นบนท้องถนน ควบคุมช่วงยุบและรองรับการถ่ายเทน้ำหนักได้ดี มาพร้อมกับดิสเบรคเดี่ยว, คาลิปเปอร์เบรค 2 พอท และระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก

 

 

มิติเบื้องหลังแฮนด์หรูหรามีระดับ

Ninja 400 มาพร้อมเรือนไมล์และสวิตช์ควบคุมส่วนต่างๆ แบบเดียวกับ Ninja 650 ซึ่งทำให้ตัวรถมีความหรูหรามากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมกับเรือนไมล์ที่บอกข้อมูลครบครันภายใต้ดีไซน์อันสวยงามประกอบด้วยมาตราวัดความเร็วรอบแบบเข็มขนาดใหญ่ตรงกลางซึ่งประกบด้วยไฟสัญญาณเตือนต่างๆ ที่ฝั่งซ้ายและเลขบอกตำแหน่งเกียร์กับหน้าจอ LCD มัลติฟังก์ชั่นที่ด้านขวา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับช่องต่อไฟฟ้าสำหรับชาร์จโทรศัพท์แบบรถยนต์อีกด้วย

 

 

ระบบแอสสิสท์ & สลิปเปอร์คลัตช์ใหม่

ระบบคลัตช์มีขนาดเล็กลง (ø139 mm >> ø125 mmแผ่นคลัตช์ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ก้านคลัตช์บีบง่ายขึ้นกว่าเดิมอีก 20% เมื่อรวมเข้ากับก้านคลัตช์ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นทำให้ระบบคลัตช์ใหม่มีระยะการทำงานที่กว้างกว่าเดิมควบคุมและเปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะขับขี่รถด้วยความเร็วต่ำต้องเลี้ยงคลัชเป็นเวลานานก็ไม่ได้สร้างความเมื่อยล้าให้กับนิ้วมือซ้ายแต่อย่างใด เพราะตัวคลัชนิ่มมากอย่างน่าประทับใจ

 

 

 

การขับขี่

Kawasaki Ninja 400 คันนี้บอกได้เลยว่าเป็นรถที่ขับขี่ได้ง่ายมาก เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน เพราะด้วยเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี 2 สูบเรียงตัวนี้ที่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบายังกับรถ 250 ซีซี บอกเลยว่าให้พละกำลังแรงบิดที่เหลือเฝือ แต่สามารถควบคุมรถได้ง่ายอย่างน่าประทับใจ แรงบิดที่ถ่ายทอดมาในช่วงเกียร์ 1 ถึง 3 เรียกได้ว่ามีให้ใช้อย่างล้นเหลือ และด้วยคลัชที่นุ่มนวลใช้งานง่ายทำให้ขับขี่ในเมืองก็สนุก ขับขี่ทางไกลก็สบาย เร่งแซงรถที่ช้ากว่าได้ง่ายดาย แทบไม่ต้องลุ้นกันเลยทีเดียว

 

 

การขับขี่ในเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดทำได้ไม่ยากเย็นนัก เนื่องด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบามากเพียง 169 กิโลกรัมเนี้ย ทำให้เวลาพลิกรถไปมาทำได้อย่างสะดวก ประกอบกับศูนย์ถ่วงของรถที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ตัวรถยิ่งควบคุมได้ง่ายขึ้นไปอีก

ความสูงของเบาะที่ค่อนข้างต่ำมากเพียง 785 มิลลิเมตร ประกอบกับความกว้างของเบาะที่ค่อนข้างน้อย ผู้ทดสอบที่สูงเพียง 168 เซ็นติเมตรสามารถวางเท้าลงพื้นได้ทั้ง 2 ข้างอย่างเต็มๆ โดยไม่ต้องสไลด์ก้นไปด้านใดด้านหนึ่งเลย ทำให้การควบคุมรถมั่นใจมากยิ่งขึ้น ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์กับรถบิ๊กไบค์ค่อนข้างน้อยบอกเลยว่าคันนี้เหมาะสำหรับเป็นบิ๊กไบค์คันแรกจริงๆ เพราะตำแหน่งเบาะนั่งต่ำมาก

ด้านตำแหน่งท่านั่งการขับขี่ทำมาได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะตัวถังน้ำมันที่สามารถกริปเข้ากับช่วงขาของผู้ขับขี่ได้ดี ตำแหน่งพักเท้าสไตล์สปอร์ตที่วางในตำแหน่งที่ดี สามารถควบคุมรถในการขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงนั้นทำได้ง่าย ตัวรถไม่มีอาการดื้อโค้ง เอาว่าขี่สนุกโครตๆ

 

 

สรุป

โดยสรุปแล้วเจ้า Ninja 400 คันนี้ เป็นรถที่ขับขี่ได้ค่อนข้างง่ายมาก เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ ไม่ว่าผู้ขับขี่จะมีประสบการณ์กับรถ Bigbike ค่อนข้างน้อย หรือกำลังมองหารถ Bigbike คันแรก เจ้า Ninja 400 ก็ถือเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว อันด้วยความสูงเบาะที่ไม่มากเกินไป น้ำหนักรถที่ค่อนข้างเบา แต่มาพร้อมกับพละกำลังของเครื่องยนต์ที่เหลือเฝือ เรียกได้ว่าเป็นรถที่น่าเล่นมากจริงๆ

โดยเจ้า Kawasaki Ninja 400 นั้น มีราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 196,000 บาท และสำหรับลาย KRT Edition ที่เรานำมาทดสอบกันในวันนี้มีราคาอยู่ที่ 205,000 บาท สำหรับท่านที่สนใจรถคันนี้สามารถไปชมตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Kawasaki ได้ทั่วประเทศครับ

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn ที่นี่


ความคิดเห็น