Mazda CX-3 vs Honda HR-V RS vs Toyota C-HR vs Mitsubishi Xpander ประชันคอมแพคครอสโอเวอร์ที่พร้อมใจกันเปิดตัว Share this

Mazda CX-3 vs Honda HR-V RS vs Toyota C-HR vs Mitsubishi Xpander ประชันคอมแพคครอสโอเวอร์ที่พร้อมใจกันเปิดตัว

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 18 กันยายน 2561

Mazda CX-3 vs Honda HR-V RS vs Toyota C-HR vs Mitsubishi Xpander ประชันคอมแพคครอสโอเวอร์ที่พร้อมใจกันเปิดตัว

   ปีนี้ถือเป็นปีแห่งรถ คอมแพ็คครอสโอเวอร์ก็ว่าได้ เรียกได้ว่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและพร้อมใจกันเปิดตัวกันในปีนี้ หลักๆ 4 ค่าย

 

 จากตลาดรถยนต์ที่นิยมรถอเนกประสงค์เพิ่มมากขึ้นด้วยการใช้ชีวิตที่มีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นและหนีน้ำท่วมก็ตามทำให้รถ ครอสโอเวอร์ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ค่ายรถยนต์ต่างๆก็พากันออกรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคเริ่มจากน้องใหม่อย่าง  Mitsubishi Xpander ที่พึงเปิดตัวได้ไม่นาน Toyota C-HR ได้เผยโฉมเมื่อปลายปีที่ผ่านมากับหน้าตาที่ดูทันสมัยฝั่ง Honda ที่ส่ง Honda HR-V โฉมไมเนอร์เชนจ์ ล่าสุด Mazda ก็ได้เผยโฉม Mazda CX-3 โฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ปลุกความสนุกในการขับขี่ยิ่งขึ้น ทางทีมงานจึงเลือกมาดูว่าตัวแรงแต่ละค่ายมีดีอะไร

Mitsubishi Xpander ถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกส่งมาเป็นตัวเลือกในตลาด รถอเนกประสงค์ที่ถูกเลือกเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยความสูงของตัวรถที่สูงสุดในกลุ่มนี้ หน้าตาที่ดูล้ำสมัยโดยอาจจะออกไปแนว มินิเอ็มพีวี มากกว่า แต่โดยรวมแล้วเป็นรถที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง ด้วยดีโซน์ ที่เป็นไปแนวครอบครัว รูปลักษณ์ภายนอกอาจดูใหญ่สุดในกลุ่ม

mazda CX-3 ได้รับการปรับบุคลิกใหม่ โดยที่ยังคงบุคลิกที่ดูสปอร์ต มีชีวิตชีวา ตามแนวคิดการออกแบบของ โคโดะ ดีไซน์ หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม ด้านออพชั่นมาตรฐาน ประกอบไปด้วย ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED, ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวันแบบ LED Signature, ไฟตัดหมอก, ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, กระจกกรองแสงรอบคัน พร้อมลดเสียงรบกวนจากภายนอก, ท่อไอเสียปลายคู่พร้อมปลอกโครเมียม และหลังคาซันรูฟไฟฟ้า

Honda HR-V RS มีการปรับดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบเดียวกับ Honda CRV ด้วยไฟหน้า LED แบบใหม่ล่าสุด พร้อมไฟส่องกลางวัน LED Daylight พร้อมการออกแบบกระจังหน้าทรงใหม่สีใหม่, ไฟท้าย LED แบบ Tube ที่สะท้อนความหรูหรามากยิ่งขึ้น, กระจกมองข้างพร้อม Honda LaneWatch ที่ช่วยจับภาพมุมอับพร้อมแสดงผลบนหน้าจอ, ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต บ่งบอกความเป็นรุ่น RS และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่มีขนาดใหญ่กว่า ดูหรูหราไม่น้อย

Toyota C-HR เป็นรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่โดดเด่นด้านการดีไซน์ที่ดูสะดุดตา ด้วยหน้าตาที่โดดเด่นตั้งแต่ก่อนนำมาขายในประเทศ และด้วยสีสันของรถที่มีให้เลือกหลากหลายสี ซึ่งบุคลิกรถนั้นได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงเหลี่ยมมุมอันเป็นเอกลักษณ์ของเพชร ผสมผสานกับความทันสมัยของเทคโนโลยีและเทรนด์ ด้านออพชั่นมาตรฐาน จะมีทั้งไฟหน้า Bi-Halogen พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบ Follow-Me-Home, กระจกหน้าปรับพับด้วยระบบไฟฟ้า, กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass), ขอบกระจกหน้าต่างโครเมียม เป็นต้น

          รถทั้ง 4 รุ่น มีความต่างมีการออกแบบและฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ครบครับ จึงต้องตัดสินกันต่อด้วยรายละเอียดมิติตัวถัง ซึ่งทั้ง 3 รุ่น มีรายละเอียดดังนี้

Mitsubishi Xpander ภายในได้เปรียบสุดในกลุ่มนี้เนื่องจากเป็น 7 ที่นั่ง จึงมีความกว้างขวางมาก เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว การออกแบบใหม่ โดยการออกแบบเสาหน้ารถใหม่เพื่อหลบสายตาในการมอง เบาะนั่งตกแต่งเป็นโทนสีดำ พัฒนาจากแนวคิด “โอโมเตะนาชิ” (Omotenashi) หรือการดูแลและใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ระบบปรับอากาศด้านหลัง พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำและปรับเข้า-ออก และสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์แบบสามมิติ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย จอภาพระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว และเบาะที่นั่งหุ้มหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ทั้ง 3 แถว (เฉพาะรุ่นจีที)

Mazda CX-3 ได้รับการออกแบบภายในที่สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์หรูสไตล์ยุโรป ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์และออพชั่นภายในหลายรายการ ทั้งการปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมเพิ่มช่องเก็บของใหม่หลายจุด ด้านออพชั่นมาตรฐาน ประกอบไปด้วย วัสดุตกแต่งภายในผ้า Grand Luxe Suede สีเทา / ด้ายสีเทา, เบาะนั่งหุ้มหนัง, พนักพิงเบาะด้านหลังแบบแยกปรับพับ 60:40, หน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบลูทูธ (Bluetooth) พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Recognition), ลำโพง 6 ตัว เป็นต้น

 Honda HR-V RS ยังคงถ่ายทอดภายในที่กว้างขวาง หรูหรา และทันสมัย ซึ่งภายในนั้นได้รับการตกแต่งเพิ่มด้วยวัสดุสีดำ Piano Black ร่วมกับวัสดุตกแต่งภายในใหม่ ซึ่งภายในยังคงโดดเด่นด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส, กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ, มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลแบบ LCD, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ที่มีสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมปุ่มควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่, ลำโพง 6 ตัว นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนภายในห้องโดยสารให้สามารถบรรทุกสิ่งของได้มากถึง 3 แบบ ได้แก่ Long Mode ขยายพื้นที่ในรูปแบบแนวยาว, Tall Mode พับเบาะนั่งด้านหลังเพื่อเพิ่มความสูง และ Utility Mode พับเบาะด้านหลังทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกท้ายรถ เรียกได้ว่าเป็นรถที่อเนกประสงค์จริงๆ

 Toyota C-HR ได้รับการออกแบบเพื่อถ่ายทอดบรรยากาศภายในที่หรูหราด้วยโทนสีภายในดำและน้ำตาล พร้อมกับการออกแบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ยกสูงขึ้นกว่าระดับแนวแผงคอนโซลกลาง ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น รองรับ ด้านออพชั่นมาตรฐาน จะได้รับทั้ง จะมีทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry), ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support), จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว และลำโพง 6 ตำแหน่ง

เครื่องยนต์

Mitsubishi Xpander เครื่องยนต์เป็นแบบอลูมินัมอัลลอยเบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาพร้อมช่วงล่างแมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้าและทอร์ชันบีมที่ด้านหลัง ล้ออัลลอยแบบสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว (เฉพาะรุ่นจีที)  

 Mazda CX-3 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร Skyactiv-G ให้สมรรถนะสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 204 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Skyactiv Drive นอกจากนี้ยังได้เพิ่มระบบช่วยประหยัดน้ำมัน i-STOP และสวิตช์ Drive Selection สามารถเลือกขับขี่ในโหมด Sport ได้ ให้อัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นในรอบเครื่องยนต์สูง ขับสนุกไม่ต่างจากเกียร์ธรรมดา ที่มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเท่านั้น


  Honda HR-V RS ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.8 ลิตร i-VTEC ให้สมรรถนะสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift

 Toyota CH-R รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ได้ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 1.8 ลิตร ให้สมรรถนะสูงสุด 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

 

ระบบความปลอดภัย

Mitsubishi Xpander มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL-Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS-Anti Lock Braking System) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD-Electronic Brake Force Distribution) พร้อมระบบเสริมแรงเบรก (BA-Brake Assist) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS-Emergency Stop Signal System) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด 5 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง

 Mazda CX-3 ในรุ่นนี้จะได้รับเทคโนโลยี i-Activsense ที่สามารถคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ Mazda Radar Cruise Control (MRCC), ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ Smart City Brake Support ที่มีทั้ง SCBS และ SCBS-R ช่วยเบรกรถได้ทั้งด้านหน้า กับด้านหลัง, ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน Lane Departure Warning System (LDWS) และอื่นๆ อีกมากมาย ร่วมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐาน อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง, ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual Airbag, ABS - EBD - BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC) เป็นต้น

Honda HR-V ในรุ่น RS จะได้รับรับบความปลอดภัยเฉพาะรุ่นอย่าง ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) เพิ่มมาหนึ่งรายการ ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆ จะได้รับทั้งระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch),  และถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบห้องโดยสาร, ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock), ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS), ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) เป็นต้น

 Toyota C-HR จะได้รับระบบความปลอดภัยมาตรฐานหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัย SRS ทั้ง 7 จุดรอบห้องโดยสาร (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ), สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า ท้าย และที่มุมกันชน ทั้ง 8 จุด, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง, ระบบควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Control (VSC) และอื่นๆ อีกมากมาย

สรุปข้อดีและเสีย

Mitsubishi Xpander   เปิดตัวน้องใหม่สุดด้วยค่าตัวที่ถูกสุดในกลุ่ม คำถามคือเอามาเทียบได้ไหม ในความเห็นของทีมงาน ก็เทียบไม่ได้เพราะด้วยราคาและขนาด คู่แข่ง โดยตรงน่าจะเป็น HONDA BR-V แต่ทางมิตซูบิชิ ก็ยังวางตำแหน่งให้เป็น คอมแพคครอสโอเวอร์ ดังนั้นทำให้ Xpander น่าจะเข้าไปเทียบในหลายๆกลุ่ม ข้อดีคือ ขนาดที่ใหญ่ขนคนได้มาก การขับขี่ทำได้ดี การออกแบบที่ดีทำให้มุมมองในการขับขี่ดี ราคาดี ข้อเสีย เครื่องยนต์ขนาดเล็กไปสำหรับการขนคนเต็มจำนวน เกียร์ที่มีเพียง 4 เกียร์

Mazda CX-3 เพิ่มเติมออฟชั่นเข้าไป ครบครันทั้งความหรูหรา ทันสมัย สมรรถนะที่แรงกว่าใคร และให้คุณสนุกกับการขับขี่ด้วย ข้อดี โดดเด่นด้านการขับขี่ เครื่ยนต์ดีเซลมีกำลังขับสนุก อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี ข้อเสีย ถ้าคุณเป็นคนใช้ชีวิตในเมืองอาจจะรู้สึกช่วงล่างแข็งเกินไป ที่นั่งตอนหลังแคบไม่เหมาะถ้าเดินทาง 4 คน

Honda HR-V  ปรับปรุงใหม่ เป็นรุ่น RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ราคาอาจจะโดดไปบ้างถ้าเทียบๆกัน แต่หน้าตาและของที่ใส่ให้มาก็อาจจะช่วยทดแทนได้ ข้อดี ภายในห้องโดยสารที่โดดเด่น เบาะสามารถปรับได้หลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเดินทาง 4 คนสบายๆ ข้อเสีย ราคาอาจจะโดดไปหน่อย ช่วงล่างโค้งไปหน่อยดีกับในเมือง

Toyota C-HR เป็นรถที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์ อย่างเด่นชัดโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ภายในที่สวยงามทันสมัย รวมไปถึงเป็นรถที่มีมิติตัวถังใหญ่ที่สุดในคลาส ข้อดี หน้าตาที่ดูทันสมัยสุด การขับขี่ที่ดีด้วยช่วงล่างที่ถูกออกแบบใหม่ อัตราการประหยัดน้ำมันที่เด่นด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด อุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีให้หลายอย่าง ข้อเสีย เบาะหลังนั่งแล้วอึดอัดด้วยการออกแบบให้เพรียว เหมาะกับครอบครัวเริ่มต้น

สุดท้ายการเลือกรถยนต์สักคันในการใช้งานนั้นผู้ใช้จะมีคำตอบในใจของแต่ละคนด้วยความชอบหรือการใช้งานที่แตกต่างกัน ด้วยประสิทธิภาพของแต่ละยี่ห้อที่ออกแบบการใช้งานที่ต่างกัน มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป อยู่ที่คุณเป็นผู้เลือก (เทียบเฉพาะรุ่นท็อปเท่านั้น)

ราคา

           Mitsubishi Xpander       รุ่น 1.5 GT A/T ราคา 849,000 บาท 

          Mazda CX-3                   รุ่น  2.0 SP ราคา 1,083,000 บาท

          Honda HR-V               รุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท

          Toyota C-HR                  รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท

 

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn ที่นี่

 


ความคิดเห็น