“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” สำหรับการเดินทางในทุกที่ พร้อมความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” สำหรับการเดินทางในทุกที่ พร้อมความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 13 ตุลาคม 2561

 “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” สำหรับการเดินทางในทุกที่ พร้อมความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปเปิดประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้นกับ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยม และพึงปรับเปลี่ยนโฉมมาไม่นานกับเครื่องใหม่ 2.0 ลิตร กับเส้นทาง ณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

                เริ่มต้นรวมตัวกันที่ ณ อิมแพค ฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี คณะสื่อมวลชนได้รับการต้อนรับโดยผู้บริหารฟอร์ด พร้อมรับฟังบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” ที่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรกันบ้าง เพิ่มความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย รวมถึงโปรแกรมการเดินทางตลอดสองวันทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด

                เริ่มด้วยตัวรถ ที่หน้าตายังคงเหมือนเดิมกับตัวเก่าไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมาก หลักๆแค่กระจังหน้า ล้อลายใหม่ขนาด 20" พร้อมยางขนาด 265/50 R20 ขุมพลัง ใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ (Bi-turbo Diesel Engine ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตรและเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 180 แรงม้า และแรงบิดที่ 420 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด  ผสานกับความเหนือชั้นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ (Terrain Management System i4WD)

ก่อนออกเดินทางไปกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ใหม่ ได้เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฟีเจอร์ใหม่ ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงใช้เท้ายื่นไปใต้ท้ายรถ ประตูท้ายก็จะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ (เมื่อมีกุญแจอัจฉริยะอยู่ในกระเป๋าหรือที่ตัวผู้สัมผัส) ภายในรถมีการตกแต่ง ห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพิ่มระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งสามารถจดจำเสียงและสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยได้ ช่วยโทรออก ฟังเพลง หรือเรียกใช้เมนูอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รวมทั้งยังรองรับ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง รวมทั้งระบบแผนที่นำทางโดยใช้สัญญาณจากดาวเทียม ที่เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

 

หลังจากนั้นคณะออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง จังหวัดเพชรบูรณ์ บนเส้นทางไฮเวย์เพื่อทดสอบ รถที่ได้รับในการเดินทางเป็นรุ่น เทอร์โบเดี่ยว ขับ 2 ล้อ ขึ้นทางด่วนในเมืองทอง อย่างแรกที่สัมผัสได้ของ เอเวอเรสต์ใหม่ คือมีความนุ่มนวลในการขับขี่มากกว่าตัวเก่า อัตราเร่งดี เทียบกับเครื่องเก่า 2.2 ลิตร ให้อัตราการดึงที่ดีกว่า การต่อเกียร์ที่ดีมีความนุ่มนวลเร่งเเซงได้ง่าย  ระหว่างการเดินทางไกล ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ช่วยในการเดินทางเป็นอย่างมากเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้าเวลาเดินทางระยะทางที่ไกล เพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมรถให้อยู่ในเลนของผู้ขับขี่ตลอดเวลาด้วย ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดีสำหรับการเดินทาง

 

เดินทางมาจนถึง อำเภอเขาค้อ ด้วยเส้นทางขึ้นเขา แรงบิดสูงสุดที่ 420 นิวตันเมตร ในเครื่องยนต์โบเดียว แสดงให้เห็นถึงกำลังที่เหลือเฟือในการขึ้นเขา และเมื่อถึงช่วงทางลงเขาเกียร์ก็จะทดลงเองอย่างอัตโนมัติเพื่อชลอการไหลของรถเวลาลงทางชัน โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องไปกังวลกับเกียร์ทำให้มีสมาธิกับการขับขี่ตลอดเส้นทาง พวงมาลัยไฟฟ้าให้การตอบสนองดีในการเข้าโค้งต่างๆหรือความเร็วสูงที่มีน้ำหนักที่ดี  เดินทางมาถึงที่พัก บนเขาค้อ  

ในวันถัดมา มีการเปลี่ยนรถในการขับขี่เป็นเครื่องยนต์ ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4*4 คณะสื่อมวลชนออกเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อชมทัศนียภาพในจุดชมพระอาทิตย์และทุ่งนางพญา เส้นทางเป็นแบบออฟโรดพอประมาณเรียกว่ารถขับ 2 ก็เข้าไปได้แต่ถ้าฝนตกทางทีมงานก็ไม่แนะนำให้เข้าไปเพราะจะลื่นมาก ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะขับง่ายกว่าในเส้นทางแบบออฟโรดด้วยระบบขับขี่มีตั้งแต่  ระบบ Terrain Management System (TMS) ได้รับการออกแบบมาพร้อมกับโหมดตั้งค่าการขับขี่ 4 แบบ คือ 1. พื้นผิวทั่วไป (Normal)  2. พื้นหิมะ/โคลน/หญ้า (Snow/Mud/Grass) 3. พื้นทราย (Sand) และ 4. พื้นหินขรุขระ (Rock) โดยแต่ละโหมดจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่า  อัตราเร่ง ระบบส่งกำลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ และระบบควบคุมการเกาะถนน เครื่องยนต์ ไบเทอร์โบ มีแรงบิดสูงถึง 500 นิวตันเมตร ทำให้ผ่านอุปสักได้อย่างง่ายดาย ระบบควบคุมการลงทางลาดชัน HDC เป็นระบบที่มีประโยชน์มากในการลงทางที่ชันมากๆ ทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ ออกจากอุทยาน เดินทางกลับกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ ไบเทอร์โบมีการตอบสนองช่วงกลางกับปลายจะทำได้ดีกว่า เทอร์โบเดี่ยวแต่ในช่วงต้นเทอร์โบเดี่ยวจะทำได้ดีกว่า ช่วงล่างก็แตกต่างกันในระบบขับ 2 จะมีความนิ่มกว่าในระบบขับ 4 ด้วยน้ำหนักที่ต่างกันและในการปรับแต่งของโช้ค ในความเร็วสูงถือว่าการเก็บเสียงทำได้ดี ระบบเบรคมั่นใจได้

สรุปสำหรับการเปลี่ยนแปลงกับ เอเวอเรสต์ ใหม่ ถือว่าทำได้ดีขึ้นชัดเจนในเรื่องการใช้งานระหว่าง ขับ 2 ล้อและ 4 ล้อ ใช้งานต่างกันให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ต่างกัน ถ้าใช้งานแบบไม่ต้องไปลุยอะไรมากมาย ขับ 2 ก็เพียงพอแล้วเพราะด้วยออฟชั่นที่จัดเต็มมานี้ก็ใช้ไม่หมดกันแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นสายลุย ขับ 4 ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า เรื่องช่วงล่างการขับขี่ ฟอร์ด ทำได้ดีอยู่ตั้งแต่รุ่นก่อน และสิ่งที่เพิ่มเติมกับรุ่น รุ่นเทรนด์ ที่ราคาหน้าสนใจแต่เสียดายที่ทีมงานไม่ได้ทดสอบถ้ามีโอกาสจะนำมาทดสอบให้ผู้อ่านได้ข้อมูล

ข้อดี เกียร์ฉลาด อัตราทดเยอะทำให้ประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างเด่น ระบบความปลอดภัยมีมาให้เต็มที่

ข้อเสีย ในความเร็วสูงเสียงเข้าเยอะ ล้อขนาด 20” อาจจะไม่เหมาะสมกับการลุย ราคาอาจจะสูงกว่าในกลุ่ม

 

รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,799,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,599,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,439,000 บาท

รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,299,000 บาท

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี รวมถึงสีใหม่ Diffused Silver Metallic และสีมาตรฐาน ได้แก่ Aluminum Metallic,  Absolute Black Metallic,  Arctic White, Sunset Metallic และ Blue Reflex Metallic

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 

 


ความคิดเห็น