UN Women ออกแคมเปญ #HEARMETOO รณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย Share this

UN Women ออกแคมเปญ #HEARMETOO รณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 12 ธันวาคม 2561

UN Women หรือ องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ ออกแคมเปญ #HEARMETOO รณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย


หลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

  • จากสถิติผลการวิจัยของ UN Women เผยว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้หญิงทั่วโลก มีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง1
  • นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2556 พบว่าสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง ตกอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 87 รายต่อวัน และยังพบว่าร้อยละ 83 ของการทำร้ายมาจากบุคคลใกล้ตัว2
  • ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อนหญิงระบุว่าในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2561) พบว่าความรุนแรงนั้นไม่มีการลดลงเลยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา3

#MeToo campaign

หลังจากคดีล่วงละเมิดทางเพศถูกตีแผ่ออกไปอย่างมหาศาลในประเทศสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การเกิดกระแส #MeToo ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการรณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านและเรียกร้องความเสมอภาคระหว่างเพศทางโซเชียลมีเดีย

ซึ่ง #MeToo ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 บนมายสเปซ (Myspace) ของ ทารานา เบิร์ก นักกิจกรรมสังคม และนักจัดการชุมชนที่ใช้วลี #มีทู (#MeToo) เพื่อกระตุ้นการตระหนักรู้ของผู้รอดชีวิตจากประสบการณ์ที่ถูก ประทุษร้าย และคุกคามทางเพศในกลุ่มผู้หญิงผิวสี และบุคคลที่มีความหลากหลายในเชื้อชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา

จากนั้นในปี พ.ศ. 2560 ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง อลิสซา มิลาโน (Alyssa Milano) ได้จุดประเด็นนี้ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการออกมาทวิต #MeToo ผ่านทางทวิตเตอร์ เพื่อสร้างเอกภาพในกลุ่มผู้หญิงที่มีประสบการณ์เดียวกัน ผลที่ได้รับคือ มีผู้คนนับล้าน รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้จำนวนมากต่างออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของตน อาทิ เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) แกเบรียล ยูเนี่ยน (Gabrielle Union) และ อีแวน เรเชล วูด (Evan Rachel Wood) เป็นต้น ทำให้กระแส #MeToo นี้โด่งดังไปทั่วโลก

INFORMATION OF #HEARMETOO CAMPAIGN

ในปี 2561 UN Women ได้ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัทในเครือ WPP Marketing Communications ในหลายประเทศทั่วโลก

Campaign partner

สำหรับประเทศไทย ทาง UN Women Asia and the Pacific ได้จับมือกับ กลุ่มบริษัทชั้นนำด้านสื่อโฆษณาในประเทศไทย อาทิ เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ (J. Walter Thompson Bangkok), มายรัม ประเทศไทย (Mirum), เวิรฟ พับลิค รีเลชั่นส์ คอนซัลแตนท์ซี (Verve), กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย (GroupM Thailand) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) อย่างบริษัทอินฟลูออส (Influos)

Campaign period

ในช่วง 16 วันแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (16 Days of Activism against Gender-Based Violence) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้

Campaign objective

เป้าหมายหลักของแคมเปญ คือ เพื่อสนับสนุนความกล้าที่จะลุกขึ้นแชร์เรื่องราวการถูกกระทำความรุนแรงในผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตนเองหรือคนใกล้ตัว ผ่านมุมมองที่ช่วยให้เธอเหล่านั้นก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายในอดีตมาได้ และเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงคนอื่นๆ กล้าที่จะยืนหยัดในสิทธิของตนเอง เพื่อสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย

Campaign educating on types of violence

สำหรับแคมเปญ #HEARMETOO ได้มีการนำเสนอประเภทของความรุนแรง 4 ประเภท เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงความรุนแรงในปัจจุบันและเป็นจุดเปลี่ยนของการยุติความรุนแรงนี้ ได้แก่

  1. ความรุนแรงทางเพศ (Sexual Violence)
  2. ความรุนแรงทางร่างกาย (Physical Violence)
  3. ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์ (Emotional Violence)
  4. ความรุนแรงในบริบททางเศรษฐกิจ (Economic Violence)

Campaign execution

  • การรณรงค์ทาลิปสติกสีส้ม โพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #HEARMETOO #มีอะไรจะบอก ทั้งเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะพูดและบอกเล่าประสบการณ์ของตน พร้อมสะท้อนทัศนคติที่เป็นส่วนช่วยให้ก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายในอดีต ซึ่งถือเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญของการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในสังคมไทย

โดยสามารถร่วมกิจกรรม ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้

  • พาดหัวข่าวใหม่ (Disruptive News Headlines) ทาง UN Women ได้จับมือกับเว็บไซต์ MThai ในการเปลี่ยนหัวข้อข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงในเชิงลบให้กลายเป็นหัวข้อข่าวใหม่ในเชิงบวก เพื่อปรับทัศนคติของสังคม ที่มองผู้หญิงว่าเป็น “เหยื่อ” ให้กลายเป็น “ฮีโร่” ที่กล้าหาญ พร้อมที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมและความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคม

ทั้งนี้สามารถร่วมกิจกรรมผ่านการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้

  • Immersive 360-Degree Experience สถานการณ์จำลองความรุนแรงในรูปแบบออนไลน์ 360 องศา ผ่านเว็บไซต์ของแคมเปญ โดยมีภาพเคลื่อนไหวและเรื่องราวประสบการณ์ของผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง เพื่อให้ผู้ชมได้ทดลองสัมผัสประสบการณ์จริง ที่ 1 ใน 3 ของผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลกเคยเจอ พร้อมทั้งเข้าใจความรู้สึกของเธอ ณ สถานการณ์นั้น

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง ได้ที่ เว็บไซต์ www.hearmetoo.or.th

  • ภาพยนตร์สั้นออนไลน์ #HEARMETOO ถ่ายทอดผ่านมุมมองของ คุณอ้วน อารีวรรณ จตุทอง อดีตรองนางสาวไทย ผู้ที่เคยผ่านพ้นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันเธอได้ผันตัวเองเป็นนักกฎหมาย และผู้ร่วมรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิสตรีมานานกว่า 20 ปี

โดยภาพยนต์สั้นนี้จะเผยแพร่บนเว็บไซต์  www.hearmetoo.or.th เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงไทยทุกคน ให้มีความกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อเรียกร้องสิทธิของตน

  • ภาพยนตร์เสียง 3 ชุด ที่จะสะท้อนความรุนแรงจากเหตุการณ์จริงของตัวแทนผู้ร่วมรณรงค์ ได้แก่
    • คุณนุ่น - ธารารัตน์ ปัญญา - นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  
    • คุณฝน - นันทิยา ภูมิสุวรรณ - ตัวแทนเจ้าหน้าที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล     
    • คุณไปป์ - วรรณโชค ยิ้มย่อง - ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #HEARMETOO ได้ทาง www.hearmetoo.or.th

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ