รีวิว Aprilia RSV4 1100 Factory แรง 217 ม้า พร้อมเทคโนโลยีจาก MotoGP Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว Aprilia RSV4 1100 Factory แรง 217 ม้า พร้อมเทคโนโลยีจาก MotoGP

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 10 กรกฎาคม 2562

เมื่อพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์จาก Aprilia หลายๆ ท่านก็มักจะนึกถึงรถตัวแข่งในรายการแข่งขัน MotoGP เป็นอย่างแน่แท้ ด้วยชื่อชั้นของ Aprilia RS-GP ตัวแข่งสุดแรงนั่นเอง ที่เราได้เคยสัมภาษณ์นักแข่งของทีมโรงงาน Aprilia ไปในครั้งที่แล้วยังยืนยันถึงความแรงของรถตัวแข่งคันนี้


 

 

คราวนี้ เราได้มีโอกาสทดสอบกับรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งโชว์ตัวกันไปในงานมอเตอร์โชว์ 2019 เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับ Aprilia RSV4 1100 Factory รถซุปเปอร์ไบค์ตัวแรงรุ่นใหม่ล่าสุด ส่งตรงจากอิตาลีทั้งคัน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ V4 ขนาด 1100 ซีซีสุดแรง ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาชมกันต่อได้เลยครับ

Aprilia RSV4 1100 Factory เป็นรุ่นพัฒนาต่อยอดมาจาก Aprilia RSV4 RR รุ่นก่อนหน้านี่ โดยมีการอัพเกรดตัวรถชนิดที่ว่า “ทุกจุด” แบบเปลี่ยนโฉมหน้ากันทั้งภายในและภายนอกทั้งหมด ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ที่อัพเกรดให้แรงกว่าเดิมแล้ว ยังอัดแน่นเทคโนโลยีเยอะกว่าเดิม ชนิดที่ว่ายกเอามาจากตัวแข่ง MotoGP เกือบหมดเลยทีเดียว มาดูกันครับว่าใน Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ มีอะไรบ้าง มาชมกันครับ

 

การออกแบบภายนอก

การออกแบบภายนอกของ Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ เป็นรถในกลุ่มซุปเปอร์สปอร์ตไบค์สายสนามแข่งโดยแท้จริง ด้วยดีไซน์ทรงสปอร์ตแฟริ่งเต็มคัน พร้อมปีกด้านข้างรถ สำหรับระบบอากาศพลศาสตร์แบบรถตัวแข่ง MotoGP ซึ่งสามารถสร้างแรงกดด้านหน้าได้มากถึง 8 กิโลกรัม เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วมากกว่า 200 กม./ชม.

 

 

เมื่อมองจากด้านหน้า ดีไซน์ของตัวรถจะค่อนข้างใกล้เคียงกับรุ่นเดิม แต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดเข้าไปไม่น้อย โดยเฉพาะส่วนแฟริ่งของรถรุ่นนี้ เป็นแฟริ่งแบบคาร์บอน ไฟเบอร์ ซึ่งมีน้ำหนักเบา และแข็งแรงมาก โดยเฉพาะส่วนของปีกด้านข้างที่นอกจากช่วยสร้างแรงกดด้านหน้าทางอากาศพลศาสตร์แล้วยังช่วยเสริมหล่อให้รถไม่น้อย ส่วนบังโคลนหน้าทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งชิ้น

 

 

โช๊คอัพ เป็นโช๊คหัวกลับ ขนาดแกน 43 มม. จาก Ohlins ระยะยุบตัวด้านหน้าอยู่ที่ 120 มม. สามารถปรับตั้งได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นระยะพรีโหลด, กำลังอัด และ ระยะคืนตัว

ส่วนระบบเบรคเป็นดิสก์เบรคคู่ชนิดโฟลท์ติ้ง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 330 มม. มาพร้อมปั๊มเบรค 4 พอต ขนาด 30 มม. จาก Brembo ส่วนยางติดรถ เป็นยางของ Pirelli รุ่น Diablo Supercorsa SP V3 ล้อหน้าขนาด 120/70 ZR17 และล้อหลังขนาด 200/55 ZR17

 

 

ถัดมาด้านบนในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์ เป็นเรือนไมล์แบบดิจิตอลจอสี TFT แสดงผลข้อมูลการขับขี่ของรถอย่างละเอียดยิบ ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้ในหลายรูปแบบ ตามแต่สถานการณ์ โดยมีพรีเซตให้ 2 แบบ ได้แก่โหมดขับขี่ปกติบนถนน (Road) และโหมดการขับขี่ในสนาม (Race) นอกจากนี้ยังสามารถปรับพื้นหลังให้สอดคล้องกับการขับขี่ในเวลากลางวัน หรือกลางคืนได้ด้วย

 

ในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์โหมดขับขี่บนถนน (Road) มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะมาก นอกจากมาตรวัดความเร็ว, รอบเครื่อง, ไฟสูง, ไฟเลี้ยว, ตำแหน่งเกียร์, ครูซคอนโทรล และข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งได้ด้วยตนเองอีกมากมาย โดยแบ่งเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

  1. ระบบล็อกความเร็ว (ครูซคอนโทรล) สามารถใช้ได้ทั้งแบบความเร็วในการเดินทางปกติ หรือความเร็วขณะออกจากพิท เหมือนรถแข่ง (Pit lane)
  2. มาตรวัดองศาการเอียงของรถ ทั้งมุมเอียงซ้าย, ขวา แรงกดเบรค และการเปิดคันเร่ง
  3. ระบบแสดงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มัลติมีเดียภายนอก เช่นกล้องวิดีโอ, บลูทูธ ซึ่งสามารถแยกการทำงานระหว่างผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้
  4. แสดงการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานคำสั่งเล่นเสียง เล่นเพลงได้
  5. โหมดการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถคัสตอม ได้เอง
  6. ระบบควบคุมการออกตัว (Aprilia Launch Control) สามารถตั้งได้ 8 ระดับ
  7. ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (Aprilia Wheelie Control) สามารถตั้งได้ 8 ระดับ
  8. ระดับการทำงานของ ABS สามารถตั้งได้ 8 ระดับ
  9. ระดับการทำงานของระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Aprilia Traction Control) สามารถตั้งได้ 8 ระดับ

นอกจากนี้ ในโหมด Race หน้าจอการทำงานของรถจะคล้ายกับโหมด Road แต่จะเปลี่ยนมาตรวัดหลัก จากมาตรวัดความเร็วขนาดใหญ่ เป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แทน และมีการเพิ่มนาฬิกาจับเวลาการขับขี่ต่อรอบ พร้อมระบบวิเคราะห์รอบที่ขับขี่ดีที่สุด ส่วนระบบอื่นๆ เหมือนกับโหมด Road ทุกประการ

 

 

ถัดมาในส่วนของแฮนด์แบบจับโช๊คใต้แผงคอ ซึ่งมีปุ่มควบคุมการทำงานของรถทั้งคันอยู่ที่ตรงโดย โดยประกับแฮนด์ด้านขวา เป็นคันเร่งแบบไฟฟ้าที่บอกได้เลยว่า ตึงมือมากๆ เปิดเป็นมา คันเร่งคมมากๆ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มดับเครื่องยนต์, ติดเครื่องยนต์

 

 

ส่วนประกับแฮนด์ด้านซ้าย จะเป็นปุ่มควบคุมเกี่ยวกับระบบการทำงานของรถทั้งหมดที่อยู่ในหน้าจอเรือนไมล์ของรถ และเมื่อมองไปที่ด้านใต้แฮนด์ จะเห็นกันสบัดจาก Ohlins

 

 

ถัดมาในส่วนของถังน้ำมัน ออกแบบมาในทรงซุปเปอร์ไบค์ ให้ผู้ขับขี่สามารถหนีบเพื่อความกระชับเข้ากับตัวรถในขณะที่หมอบได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับความจุ 18.5 ลิตร ส่วนเฟรมของรถเป็นอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปทั้งคัน โดยรถคันนี้มีน้ำหนักตัวเพียง 199 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าค่อนข้างเบามากๆ

 

 

ในส่วนของเบาะนั่ง เป็นเบาะนั่งตอนเดียว ไม่มีเบาะซ้อนท้าย (แต่มีพักเท้าคนซ้อนนะ) ความสูงเบาะผู้ขับขี่อยู่ที่ 850 มม.

 

 

ในส่วนของท่อไอเสีย ใช้ท่อไอเสียจาก Akrapovic ฟูลไทเทเนี่ยมมาจากโรงงาน เมื่อขี่บ่อยๆ แล้วทำให้ท่อเปลี่ยนสีเป็นเอกลักษณ์ของท่อไทเทเนี่ยมอีกด้วย ซึ่งนอกจากมีน้ำหนักที่เบาแล้ว ยังมีเสียงที่นุ่มนวล ไม่ดังจนเกินไป โดยทางโรงงานเดินคอท่อมาแบบ 4-2-1 ปลายท่อไอเสียเดียว

 

 

ทางด้านโช๊คอัพด้านหลัง ใช้โช๊คอัพจาก Ohlins รุ่น TTX พร้อมซัพแท้งค์

 

 

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของ Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ ใช้เครื่องยนต์แบบ V4 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ วางมุมที่ 65 องศา DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบมากถึง 1,078 ซีซี สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 217 แรงม้า ที่ 13,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 122 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบ/นาที มาพร้อมฝาครอบแบบไฟเบอร์ กันรอยเครื่องยนต์

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

 

 

 

ตัวรถ

 

 

มิติรถ

ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,055 x 735 x 1,150
ความสูงเบาะ 850 มม.
ระยะฐานล้อ 1,435 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 199
น้ำมันเชื้อเพลิง 18.5ลิตร

 

 

ความแตกต่างระหว่าง Aprilia RSV4 RF กับ Aprilia RSV4 1100

Aprilia RSV4 RF

Aprilia RSV4 1100

พละกำลัง 201 แรงม้า

พละกำลัง 217 แรงม้า

แรงบิด 117 นิวตันเมตร

แรงบิด 122 นิวตันเมตร

 

การขับขี่

 

 

สำหรับการทดสอบ Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ ทางทีมงาน Autospinn ได้มีโอกาสเดินทางมาทดสอบรถคันนี้ในกิจกรรม Burn Rubber Riding Academy and Track Days ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี โดยได้ทำการทดสอบขับขี่ไปจำนวน 6 รอบสนามด้วยกัน

จากการทดสอบ Aprilia RSV4 1100 Factory ในสนามแข่งนี้ พบว่ารถคันนี้มีน้ำหนักที่เบา แต่มีพละกำลังที่แรงจัดจ้านมากๆ ด้วยพละกำลังที่มากถึง 217 แรงม้า ที่ 13,200 รอบ/นาที และมอบพละกำลังแรงบิดได้ถึง 122 นิวตันเมตร ทำให้ทุกครั้งที่เปิดคันเร่งออกไป รถสามารถสร้างอัตราเร่งได้มหาศาลมากๆ ในทุกรอบเครื่องยนต์ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของเครื่องยนต์แบบ V4 ที่สามารถสร้างอัตราเร่งที่ดีมากได้ในทุกรอบเครื่องยนต์ แตกต่างจากรถสปอร์ต 4 สูบเรียงทั่วไป ที่จะสร้างอัตราเร่งที่สูงได้ในช่วงรอบกลางถึงปลาย นับว่านี่เป็นจุดเด่นที่สุดของรถคันนี้

 

 

ถัดมาเป็นในส่วนของความคล่องตัวเมื่อขับขี่ในสนาม ด้วยน้ำหนักของตัวรถที่ค่อนข้างเบาที่ 199 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับช่วงล่างจาก Ohlins ที่ถูกปรับเซ็ตมาให้เข้ากับการขับขี่ในสนาม ทำให้ทุกครั้งที่พลิกรถเข้าโค้งต่างๆ สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และด้วยเทคโลโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ติดตั้งมาในรถคันนี้ ทุกครั้งที่พับรถเข้าโค้ง และขณะที่เปิดคันเร่งออกจากโค้งในขณะกำลังตั้งรถ ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวว่ารถจะเสียอาการ ด้วยระบบไฟฟ้าที่มีในรถคันนี้จะช่วยประคองให้กำลังที่มาจากเครื่องยนต์ไม่สูงจนเสียการควบคุม และเมื่อมุ่งออกทางตรง พละกำลังจากเครื่องยนต์ก็ส่งลงล้อหลังได้อย่างเต็มที่ สามารถเร่งจากความเร็ว 70 กม./ชม. ทะลุขึ้น 200 กม./ชม. ได้เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นเอง

 

 

ในส่วนของระบบเบรคติดรถของรถคันนี้ บอกเลยว่า “เหลือเฟือ” สำหรับการใช้งานทั้งบนถนนและสนามแข่งขัน ด้วยพละกำลังแรงเบรคอันมหาศาลของปั๊มเบรค Brembo ที่ส่งพลังลงบนดิสก์เบรคคู่ขนาดใหญ่ถึง 330 มม. ทำให้สามารถลดความเร็วจาก 220 กม./ชม. เหลือเพียง 60 กม./ชม. ในระยะทางที่สั้นมากๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจสำหรับรถรุ่นนี้

 

สรุป

Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ เป็นรถซุปเปอร์สปอร์ตอีกรุ่นที่น่าสนใจมากๆ สำหรับสายสนามแข่งขัน ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ V4 ประกอบกับแฟริ่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน ควบด้วยเทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์อันทันสมัย ส่งตรงจากสนามแข่ง MotoGP ทำให้ผู้ที่ควบรถคันนี้จะต้องสนุกกับความแรงของมัน

ทว่า ด้วยพละกำลังอันมหาศาลขนาดนี้ บอกตรงๆ ว่ามันเหมาะกับผู้ขับขี่ที่มีทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่มาพอสมควร เนื่องด้วยตัวรถมีพละกำลังสูงมาก จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ขับขี่จะต้องมีทักษะในการควบคุมมันด้วย ซึ่งเป็นตามคอนเซป “Not for everyone” ที่ผู้บริหารของแบรนด์ได้มอบไว้

แต่นั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับ สำหรับผู้ที่หลงไหลรถคันนี้ แต่ยังคิดว่าตนเองยังมีทักษะการขับขี่ไม่ดีมากพอ ทาง Aprilia เอง ได้ร่วมกับโรงเรียนสอนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ Burn Rubber Riding Academy & Track Days สำหรับผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์ Aprilia ทุกรุ่น สามารถเข้าร่วม คอร์ส การขับขี่กับทางโรงเรียนได้เลย นอกจากเพื่อเพิ่มทักษะในการขับขี่ในสนามแข่งขันแล้ว ยังมอบทักษะด้านความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย ซึ่งนี่นับเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจ Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้ สามารถจับจองได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Aprilia ทั่วประเทศครับ

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของ Aprilia ได้ที่เฟซบุ๊ก Aprilia Thailand และอินสตาแกรม Aprilia_thailand

ขอขอบคุณ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับการทดสอบครั้งนี้

 

ผู้ขับขี่ทดสอบ Ananpong C.

บทความโดย Kritanu.V

ภาพโดย Kritanu.V, Kittipong.A

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ