[Test Ride] Honda Forza 300 สีใหม่ 2019 สะดวกครบจบในคันเดียว Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] Honda Forza 300 สีใหม่ 2019 สะดวกครบจบในคันเดียว

Piyawat Wongrattanakumphon
โพสต์เมื่อ 10 กันยายน 2562

มาทำความรู้จักกับ Honda Forza 300 บิ๊กสกู๊ตเตอร์สุดหรูคลาส 300 cc. ความสบายของทุกการเดินทาง


 

หลังจากที่ฮอนด้าได้ทำการปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กับเจ้า Forza 300 คันนี้ไปเมื่อปีก่อน คราวนี้ในปี 2019 ฮอนด้าได้รังสรรค์สีใหม่ให้กับเจ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา, สีขาว-น้ำเงิน และสีดำด้าน เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับผู้ใช้ มาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นอัจฉริยะครบครัน สะดวกสบาย และปลอดภัย

และในรุ่นสีใหม่ปี 2019 นี้ ผมก็ได้มีโอกาสนำออกมาทดสอบวิ่งอีกครั้ง โดยได้คลุกคลีอยู่กับ Forza 2019 สีน้ำเงิน-เทา อยู่ระยะหนึ่ง ในรุ่นสีใหม่ปี 2019 นี้ ลักษณะโดยรวมจะคล้ายปี 2018 ซึ่งเราจะมารีวิวให้ได้อ่านกัน ว่าฟีลลิ่งอารมณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันกับเจ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง

ก่อนจะเข้าสู่รีวิวการขับขี่ เรามาดูเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นที่น่าสนใจรอบคันกับ Forza คันนี้กันสักหน่อย ให้เห็นกันชัดๆ เป็นจุดๆ ไปเลย

 

 

รูปลักษณ์ภายนอก

เริ่มจากด้านหน้า ไฟหน้าเป็น LED พร้อม Daytime Running Light และไฟหรี่ควบคู่กับไฟเลี้ยวติดตั้งบนกระจกมองหลัง วินด์ชีลด์หรือบังลมหน้าขนาดใหญ่จากอิตาลี พร้อมฟังก์ชั่นสุดล้ำ ปรับระดับขึ้น-ลงไฟฟ้า สุดสบายเพียงนิ้วกด

 

ประกับแฮนด์ด้านซ้ายรวมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ตั้งแต่ไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว ข้อมูลบนจอแสดงผล A,B และปุ่มปรับระดับวินด์ชีลด์ขึ้น-ลง

 

ช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่ ใส่ขวดน้ำได้ พร้อมช่องจ่ายกระแสไฟ 12V. สามารถใช้อะแดปเตอร์เสียบชาร์จโทรศัพท์ได้

 

จอแสดงผลขนาดใหญ่(มาก) มีการแสดงผลทั้งแบบเข็มและแบบดิจิตัล โดยมาตรวัดความเร็วและวัดรอบจะเป็นหน้าปัดเข็มขนาดใหญ่ซ้าย-ขวา ส่วนพื้นที่ตรงกลางเป็นการแสดงข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่ น้ำมันเชื้อเพลิง อุณหภูมิ นาฬิกา วัดระยะทริป A,B อัตราการบริโภคน้ำมันแบบเรียลไทม์ วัดโวลต์ พร้อมสัญญาณระบบไฟต่างๆ ในช่องแยกด้านล่าง

และที่สำคัญเจ้าฟอร์ซ่านี้มีระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรีของฮอนด้า ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ด้วยสวิตช์ที่นิ้วชี้ซ้ายอีกด้วย

 

เบาะนั่งตอนเดียวขนาดใหญ่ มีการแบ่งบริเวณผู้ขับขี่และคนซ้อนชัดเจน มีสโลปคล้ายๆ พนักพิงเล็กๆ ให้ผู้ขับขี่พิงได้ มีการเย็บลวดลายที่ดูสปอร์ต พร้อมมือจับคนซ้อนขนาดใหญ่

 

ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถเก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ พร้อมช่องเก็บซองเครื่องมือเล็กๆ ด้านซ้าย และมีแผงกั้นที่สามารถปรับสัดส่วนการจัดเก็บสัมภาระได้ ซึ่งแผงกั้นนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่จากที่ได้ใช้งานจริงพบว่ามันมีประโยชน์มาก ไม่ว่าจะใส่กระเป๋า หรือสัมภาระเล็กใหญ่ เจ้าแผงกั้นนี่แหละจะช่วยแบ่งส่วนการวางของให้เป็นระเบียบ และไม่กลิ้งไปกลิ้งมาได้ดีมากๆ

 

ช่องเติมน้ำมันเปิดด้วยสวิตช์เดียวกับการเปิดเบาะและสตาร์ทรถ เป็นฝาล็อคบานพับชั้นนอกและฝาเกลียวชั้นใน

 

โช้คอัพหลังคู่แบบทวินช็อค สปริงสีดำ สามารถปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ

 

ล้อหน้าขนาด 15 นิ้ว จับคู่กับดิสก์เบรคขนาด 256 มม. คาลิเปอร์เบรคจาก Nissin ที่ไว้วางใจติดรถฮอนด้ามายาวนาน ล้อหลังขนาด 14 นิ้ว คู่กับดิสก์เบรคขนาด 240 มม. พร้อมคาลิเปอร์จาก Nissin เช่นกัน พร้อมระบบ ABS ช่วยป้องกันล้อล็อคขณะเบรค

 

บั้นท้าย LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย

 

ข้อมูลทางเทคนิค

เครื่องยนต์

 

ตัวรถ

 

มิติรถ

 

การขับขี่

ในการทดสอบครั้งนี้ผมได้ทำการขับขี่ Forza 300 2019 ในชีวิตประจำวัน โดยการขับขี่ส่วนมากจะอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งถนนที่ผมใช้นั้นมีทั้งถนนในเมืองที่การจราจรติดขัด และทางหลวงหลายเลนที่รถไม่ติดใช้ความเร็วสูงได้ รวมถึงการเข้าโค้ง และเด็ดสุดในช่วงนี้ ได้ทดสอบขี่ฝนทุกวันเลยครับ 55+ โดยเราก็จะได้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบในเมือง ขับขี่ไปทำงาน รวมถึงขับขี่ในทางหลวงเหมือนเดินทางออกต่างจังหวัด ให้ผู้อ่านที่สนใจเจ้าบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ได้มาอ่านและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกัน

 

 

มาเริ่มกันที่ “ความสบาย” ในการขับขี่เป็นอย่างแรก ด้วยตัวรถประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ผู้ขับขี่เน้นความสบายเป็นหลัก โดยรวมสำหรับท่าทางการขับขี่ต้องบอกว่า สบายโคตร! ด้วยเบาะนั่งขนาดใหญ่ นุ่ม นั่งสบาย แถมเบาะคนซ้อนก็มีขนาดใหญ่ พาแม่บ้านของเราซ้อนไปได้ไม่มีบ่นอย่างแน่นอน ท่านั่งหลังตรง แฮนด์บาร์อยู่ในระยะมือจับที่ใกล้ตัว ไม่ต้องก้มหลัง พักเท้าเลือกวางได้ทั้งในตำแหน่งปกติ และในตำแหน่งเหยียดไปด้านหน้า สามารถเปลี่ยนอิริยาบถในการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งระบบวินด์ชีลด์ปรับไฟฟ้า จัดว่ายอดเยี่ยมมากๆ สำหรับการเดินทาง ไม่ว่าผู้ขับขี่จะชอบแบบไหน สามารถปรับได้เพียงนิ้วกด ปรับได้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ไม่ว่าจะอากาศร้อน อากาศหนาว ฝนตก ดินโคลนกระเด็น ผู้ขับขี่ก็กดปรับให้ตรงกับความต้องการได้ตลอดเวลา และในส่วนการขับขี่ในเมืองนั้น ตัวรถอาจจะดูมีน้ำหนักที่มาก แต่ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวรถหนักมากนัก สามารถพลิกรถเลี้ยวไปมาได้ไม่ยาก แต่ด้วยความที่เบาะนั่งมีขนาดใหญ่ สำหรับผู้ขับขี่ร่างเล็ก อาจจะวางเท้าได้ไม่เต็มเท้า เนื่องจากความกว้างของเบาะมันค้ำขาอยู่ โดยผู้ขับขี่ที่ตัวเล็กนั้นสามารถเขยิบก้นออกไปด้านหนึ่ง เพื่อวางเท้าลงพื้นได้เต็มเท้านั่นเอง

 

 

ต่อกันที่ความแรง เจ้า Forza 300 ปี 2019 คันนี้มากับเครื่องยนต์ 279 cc. สูบเดียว ให้พละกำลังสูงสุด 24.7 แรงม้า ซึ่งก็ถือว่ามีให้เรียกใช้กันได้ในระดับหนึ่ง การเดินทางสามารถยืนพื้นที่ความเร็ว 100-120 กม./ชม. ได้สบายๆ แต่หากจะเร่งแซงในย่านความเร็วนี้ อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดนึงในการเร่ง แต่ก็ถือว่าทำได้ไม่ยากเย็นนัก ส่วนการเร่งแซงในเมือง ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. นั้นทำได้อย่างสบายๆ สำหรับท็อปสปีดนั้น เท่าที่ผมทดลองขับเองนั้นอยู่ที่ราวๆ 140 นิดๆ อาจจะไม่ถูกใจไบค์เกอร์ที่ชอบความเร็วปลายสักเท่าไหร่ แต่ที่รู้สึกได้ว่าแจ่มในตัวรถคันนี้คือ อาการ “สั่น” ของเครื่องยนต์เวลาวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ รอบเครื่องสูงๆ มีมาถึงมือผู้ขับขี่น้อยมากๆ ขนาดว่าบิดหมดปลอกแช่ไว้ ยังรู้สึกว่าเครื่องยนต์มันเดินได้นุ่มนวลมากๆ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่รู้สึกล้าจากการใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับความคล่องตัว การใช้รถกับการจราจรติดขัดในเมือง แน่นอนว่าด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่ารถเล็ก ย่อมมุดได้ลำบากกว่ารถเล็ก จริงๆ แล้วการเลี้ยวในวงแคบนั้น ตัวรถสามารถทำได้ดี พลิกรถไปมาได้อย่างคล่องตัว เพียงแต่ในสภาวะรถติด ผู้ขับขี่ต้องปรับตัวให้ชินกับมิติของรถ หากไม่ระวังจะขูดกับรถด้านข้างเอาได้

ในการเข้าโค้ง โช้คเดิมๆ ติดรถสามารถทำได้ดีในระดับหนึ่งเลย ให้การยึดเกาะในโค้งที่ดี จากที่ผมได้ทดสอบขับขี่คนเดียวนั้น ไม่มีอาการย้วยแต่อย่างใด แต่หากมีคนซ้อนและสัมภาระที่มีน้ำหนักมาก อาจจะต้องมีการปรับพรีโหลดช่วย โดยมีข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ สำหรับไบค์เกอร์สายเข้าโค้งแบนรถเยอะๆ ต้องระวังแฟริ่งด้านล่าง บริเวณใต้ Footboard หรือที่วางเท้าจะขูดพื้นเอาได้ ซึ่งจริงๆ ตัวรถประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้าโค้งโหดมากๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ใช้ที่อดใจไม่ไหวจริงๆ สามารถใช้การ Lean-in มาช่วยในการเข้าโค้ง ป้องกันตัวรถขูดพื้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้นได้

และที่ขาดไปไม่ได้สำหรับยุคนี้ เรื่องความประหยัด จากที่ได้ใช้งานดูพบว่า Forza 300 คันนี้จะประหยัดที่สุด ในย่านความเร็ว 70-90 กม./ชม. ซึ่งทำตัวเลขได้สูงถึง 30 กม.ต่อลิตร และในการเดินทางไกลที่ความเร็ว 100-120 กม./ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันจะดรอปลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 26 กม.ต่อลิตร แต่หากใช้ความเร็วเกิน 130 ขึ้นไปล่ะก็ อัตราการบริโภคน้ำมันจะโดดลงมาอยู่ที่ราวๆ 20 กม.ต่อลิตร

 

 

ปิดท้ายกันที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Traction Control (HSTC) และ ABS สำหรับระบบ HSTC นั้น บางคนอาจมองว่า ไซส์แค่ 300 cc. จะใส่มาให้ทำไม จริงๆ แล้วตัวรถมีทอร์คให้ใช้จัดว่าเยอะสำหรับพิกัดนี้ และในพื้นผิวที่ลื่น หรือในเวลาฝนตก บอกเลยว่า “ได้ใช้” ตัวผมเองได้ทดสอบในชีวิตประจำวัน โดยพื้นผิวถนนที่ผมขับขี่ทุกวันจะมีช่วงที่เป็นพื้นขัดมันแบบในปั๊มน้ำมันและบริเวณที่เป็นพื้นเหล็ก ฝาท่อ ซึ่งลื่นโคตรๆ โดยตัวผมเองได้ลองขับแบบปิด Traction ปรากฎว่ากำลังของรถคันนี้ปั่นล้อหมุนฟรีจนแทบจะเสียหลัก ผมจึงลองอีกรอบโดยเปิด Traction บ้าง ปรากฎว่าระบบทำงานได้ดี ตัดกำลังเครื่องยนต์ได้รวดเร็ว ก่อนที่ตัวรถจะเสียอาการ ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ดีมากๆ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถได้เป็นอย่างดี

ส่วนทางด้าน ABS ก็สามารถทำงานได้ยอดเยี่ยม จากที่ได้ลองกำเบรคหนักๆ เพื่อทดสอบ ก็ไม่เกิดอาการล้อล็อค โดยมีความรู้สึกว่า ABS ทำงานส่งมาถึงมือผู้ขับขี่ตามปกติ

 

 

สรุป

Forza 300 เป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ ที่มีความใหญ่ นั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน สามารถใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกทริปเดินทางไกล มีพละกำลังให้ได้ใช้กันพอประมาณ และที่สำคัญคือเครื่องเดินได้นุ่มนวลมากๆ มีอาการสั่นขึ้นมาถึงผู้ขับขี่น้อย(โคตรๆ) อัดแน่นด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Traction Control(HSTC), ABS รวมถึงวินด์ชีลด์ปรับไฟฟ้า พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ เก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้ 2 ใบ เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก รถมีน้ำหนักตัวประมาณหนึ่งแต่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้ขับขี่ได้ไม่รู้สึกหนัก เข้าโค้งได้ดี แต่เพื่อความปลอดภัย ผู้ขับขี่ก็ไม่ควรแบนรถเยอะเกินไป สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์อยู่แล้ว หรือผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์สักหนึ่งคัน ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ออกทริปก็ดี สะดวก ปลอดภัย บรรทุกของได้ ให้ลองมาสัมผัสกับเจ้า Forza ดูสักครั้ง แล้วจะรู้สึกถึงความสะดวกสบายที่ตัวรถมีให้ครับ

 

 

Forza 300 ปี 2019 มีทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา, สีขาว-น้ำเงิน และสีดำด้าน มีราคาแนะนำอยู่ที่ 169,000 บาทไทย วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศที่ Honda Wing Center

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ค รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand)

 

ขอขอบคุณ A.P. Honda ที่เอื้อเฟื้อรถในการทดสอบ

ทดสอบขับขี่โดย ปิยวัฒน์ วงศ์รัตนกำพล (ปัญ)

ภาพถ่ายโดย กิตติพงษ์ อาสนกุล, ณัฐพงค์ ธีรชัยพฤกษ์

 

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ