CASIO เปิดตัวนาฬิกา EDIFICE รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งออกแบบร่วมกับทีม Scuderia Toro Rosso F1 และ Honda Racing  Share this

CASIO เปิดตัวนาฬิกา EDIFICE รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งออกแบบร่วมกับทีม Scuderia Toro Rosso F1 และ Honda Racing 

Tadsaneeya
โดย Tadsaneeya
โพสต์เมื่อ 07 ตุลาคม 2562

CASIO ตอกย้ำกระแสความแรงของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เปิดตัวนาฬิกา EDIFICE สปอร์ตโครโนกราฟเรือนบางรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งออกแบบร่วมกับทีม Scuderia Toro Rosso F1 และ Honda Racing 


Casio เปิดตัวนาฬิกา EDIFICE สปอร์ตโครโน กราฟ เรือนบางรุ่นใหม่ล่าสุด 2 คอลเลคชั่น รวม 4 รุ่น ผลงานรังสรรค์ร่วมกับ 2 พันธมิตร ได้แก่ Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่) ซึ่งแบรนด์ EDIFICE เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้แก่ EQB-1000TR และ EFR-S567TR โดยนาฬิกา 2 รุ่นนี้เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน แดง และเงิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีของรถแข่งรุ่น STR14 ของทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่) ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ประจำปี 2019 เสริมด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (วัสดุหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถแข่ง) ที่หน้าปัดและขอบตัวเรือน มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา  

และฮอนด้า เรซซิ่ง ผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับรถแข่งทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่) ได้แก่ EQB-1000HRS และ EQB-1000HR เป็นรุ่นที่ออกแบบร่วมกันเป็นครั้งที่ 2 กับ Honda Racing มาในโทนสีแดง-ดำ โดยนำวัสดุอัลลอยพิเศษและไทเทเนียม ซึ่งใช้ในวาล์วเครื่องยนต์ฮอนด้ามาใช้ในตัวเรือนนาฬิกา มีคุณสมบัติทนทานและกันรอยขีดข่วน ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำแนวคิด “Speed and Intelligence” ผ่านภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ต ระดับโลกโดยมี คุณปิแอร์ แกสลีย์ นักแข่งรถสัญชาติฝรั่งเศสทีม Scuderia Toro Rosso F1 ให้เกียรติมาร่วมงาน

สำหรับ EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition รุ่น EQB-1000TR และ EFR-S567TR นาฬิกาโครโนกราฟตัวเรือนบางพิเศษ โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีน้ำเงิน แดง และเงิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสีของรถแข่งรุ่น STR14 ซึ่งทีม Scuderia Toro Rosso ใช้ในการแข่งขันประจำปี 2019 บนหน้าปัดของทั้ง 2 รุ่นมีลวดลายแถบสีแดงที่สะดุดตาบนพื้นหลังสีน้ำเงิน รวมถึงการนำตราสัญลักษณ์ของทีมรูปกระทิง ตกแต่งบนหน้าปัดตำแหน่ง 9 นาฬิกา หน้าปัดกระจกแซฟไฟร์คริสตัล (Sapphire crystal) เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนบนพื้นผิวด้านใน เพิ่มความทนทานต่อทุกสภาวะและง่ายต่อการมองเห็น สำหรับรุ่น EQB-1000TR ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) พร้อมฟังก์ชันพิเศษที่สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน (Smartphone Link) บอกเวลาที่เที่ยงตรงและแม่นยำได้มากกว่า 300 ประเทศทั่วโลก ขอบตัวเรือนและหน้าปัดผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา พร้อมสายนาฬิกาสีแดงบนพื้นสีน้ำเงินผลิตจากเคฟล่า (Kevlar®) ประกบด้านในด้วยคอร์ดูล่า (Cordura®) ผ้าไนลอนเกรดพรีเมี่ยมถึง 2 ชั้น จึงไม่เพียงให้ความเบาสบายและพอดีกระชับข้อมือเท่านั้น แต่ยังให้ความทนทานอีกด้วย อีกรุ่นคือ EFR-S567TR ตกแต่งด้วยแถบสีแดงจากรถแข่ง และมีสัญลักษณ์ของทีมประดับบนหน้าปัดทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมลุคสปอร์ต พร้อมกระจกแซฟไฟร์คริสตัล (Sapphire crystal) ซึ่งทนทานต่อรอยขีดข่วน 

ส่วนอีกหนึ่งคอลเลคชั่น เป็นการออกแบบร่วมกับทีม Honda Racing ได้แก่ EQB-1000HRS และ  EQB-1000HR นาฬิกาโครโนกราฟที่มีตัวเรือนบางพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ (Smartphone Link) สามารถบอกเวลาที่เที่ยงตรงและแม่นยำได้มากกว่า 300 ประเทศทั่วโลก หน้าปัดมีลักษณะพิเศษเป็นลวดลายสีดำและแดง จำลองช่วงเวลาของการเผาไหม้ในกระบอกสูบเครื่องยนต์ พร้อมขอบตัวเรือนที่ผลิตด้วยวัสดุอัลลอยพิเศษและไทเทเนียมซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในวาล์วเครื่องยนต์ หนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องยนต์รถแข่งที่ทนต่อแรงดันสูงของการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง และประดับตราสัญลักษณ์ Honda Racing ที่บนหน้าปัดและฝาหลังของตัวเรือน และบนสายนาฬิกาสีแดงตรงกับสีของแบรนด์ฮอนด้า ผลิตจากเคฟล่า (Kevlar®) ประกบด้านในด้วยคอร์ดูล่า (Cordura®) ผ้าไนลอนเกรดพรีเมี่ยมซึ่งมีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการใช้งานและให้ลุคสปอร์ต นาฬิการุ่นลิมิเต็ดนี้มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์พิเศษ 


 
สำหรับนาฬิกา EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition 
รุ่น EQB-1000TR มีจำนวนจำกัดเพียง 80 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 28,000 บาท 
รุ่น EFR-S567TR มีจำนวนจำกัดเพียง 120 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 11,000 บาท  
วางจำหน่ายแล้วในงาน CentralWorld Watch Fair จนถึงวันที่ 8 ตุลาคมนี้


สำหรับนาฬิกา EDIFICE Honda Racing Limited Edition 
รุ่น EQB-1000HRS ใหม่ มีจำนวนจำกัดเพียง 20 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย  42,000  บาท
รุ่น EQB-1000HR มีจำนวนจำกัดเพียง 60 เรือนในประเทศไทย ราคาจำหน่าย  24,000  บาท   
ทั้ง 2 รุ่นนี้วางจำหน่ายในไทยเป็นแห่งแรกของโลกในวันนี้ (5 ตุลาคม) 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ