ทดสอบสมรรถนะ New Mazda 3 กับระยะทางกว่า 240 กิโลเมตร Share this

ทดสอบสมรรถนะ New Mazda 3 กับระยะทางกว่า 240 กิโลเมตร

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 01 ตุลาคม 2562

New Mazda 3 เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา และหลังจากเปิดตัวไปได้เพียงแค่ 4 วัน มียอดจองมากกว่า 1 พันคัน ซึ่งกว่า 70% ของยอดจอง คือรุ่น Top สุด


New Mazda 3 ออกแบบตามแนวคิด KODO Design ใช้แพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เสา A ที่เล็กลงเมื่อเทียบกับในโฉมก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการตั้งใจออกแบบเพื่อลดจุดอับสายตาของผู้ขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรง ด้วยโครงสร้างที่ใช้เหล็กแรงดึงสูง โดยเฉพาะจุดที่เป็นเสา และจุดที่รับแรงกระแทกจะใช้เหล็กที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ

ดีไซน์ด้านข้าง ลายเส้นจะน้อยลง เพื่อเน้นการสะท้อนเงาที่ชัดเจนและสวยงามยิ่งขึ้น พื้นผิวไร้รอยต่อ โดยเฉพาะช่วงเสา C จะค่อนข้างโดดเด่นมาก

เครื่องยนต์เบนซิน Skyactive-G 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 213 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 6 สปีด อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ทางมาสด้าเคลมไว้ อยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร

ภายในดูหรูหราพรีเมี่ยม ตำแหน่งท่านั่งของผู้ขับขี่ถูกจัดวางให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทัศนวิสัยเมื่อมองจากภายในรถ ชัดเจนลดมุมอับ แผงคอนโซลเอียงหาตัวผู้ขับขี่ และปุ่มต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ใช้งานได้สะดวก เบาะปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง เมมโมรี่ 2 จุด ครอบคลุมไปถึงการปรับกระจก

จอเรือนไมล์ดิจิตอล TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว และมีข้อมูลแสดงการขับขี่แบบสีขึ้นให้บนหน้ากระจก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ไม่ต้องละสายตาจากการมองถนน

จอเครื่องเล่นขนาด 8.8 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกล้องรอบคันแบบ 360 องศา แสดงผลที่จอเครื่องเล่น

ระบบความบรรเทิงครบครัน พร้อมลำโพง Bose 12 ตำแหน่ง

มีการปรับเปลื่ยนโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะในระบบช่วงล่าง ซึ่งด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเปลี่ยนใหม่ จากมัลติลิงค์ เป็นทอร์ชั่นบีม (คานแข็ง) มีระบบ GVC PLUS ที่ต่อยอดขึ้นมาจากระบบ G Vectoring Control ด้วย Yaw Moment ช่วยลดการหักเหของตัวรถ โดยการเพิ่มแรงเบรก เพื่อรักษาเสถียรภาพการทรงตัวได้ดีมากขึ้น

ระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่โดดเด่น เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้ง Front Cross Traffic Alert ซึ่งใช้เรดาร์ด้านข้างตรวจสอบสิ่งทีจะใกล้เข้าตัวรถในจุดอับสายตา ยังติดตั้งระบบ Cruising & Traffic Support ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็ว เบรค และหักเลี้ยวรถโดยอัตโนมัติในช่วงรถติด นอกจากนี้ วิศวกรยังได้พัฒนาระบบ Driver Monitoring แบบใหม่ ซึ่งใช้กล้องอินฟราเรดในการตรวจสอบผู้ขับขี่และหากมีอาการง่วงซึมหรือเบลอขณะขับรถ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนอันตรายผ่านเสียง และในมาสด้า 3 ใหม่ ทุกรุ่นย่อย จะได้ถุงลมนิรภัยแบบรอบคัน 7 ตำแหน่ง

สำหรับฟีลลิ่งในการขับขี่ เส้นทางที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ คือที่จังหวัดภูเก็ตครับ ระยะทางในการทดสอบอยู่ที่ประมาณ 240 กิโลเมตร ในช่วงกิโลเมตรที่ 1-160 ผมได้ทดลองนั่งที่เบาะหลังครับ ผมสูง 175 ซม. ฐานรองนั่งใหญ่พอเหมาะ พนักพิงด้านหลังรองรับถึงช่วงประมาณหัวใหล่ ส่วนพนักพิงศีรษะ รองรับส่วนที่เหลือที่เหนือจากหัวใหล่ขึ้นมา พื้นที่ช่องว่างระหว่างศีรษะกับเพดาน มีระยะห่างเหลือเฟือครับ

ที่วางเท้า จะคับแคบไปหน่อยครับ แต่ก็วางได้ปกติ ระยะห่างของหัวเข่ากับเบาะหน้า มีระยะห่างอยู่ประมานนึงตามในรูปด้านบนเลยครับ ถ้านั่งแบบปกติก็นั่งได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่เมื่อไรที่รู้สึกง่วง ด้วยสัญชาตญาณของคนที่จะหลับ เราจะต้องไหลตัว เพื่อให้ศีรษะพิงได้เต็มขึ้น ตอนนั้นล่ะครับ หัวเข่าของเราจะไปดันกับเบาะหน้า จนทำให้เริ่มรู้สึกอึดอัด

เบาะหลังถ้านั่งแบบสบายๆไม่อึดอัด ก็นั่งได้ 2 คนครับ แต่เมื่อไรที่นั่งหลังมากกว่า 2 คน คนที่นั่งตรงกลางจะลำบากหน่อย เพราะพื้นกลางจะเว้าขึ้นมาด้านบนเยอะ คนที่นั่งกลางจะต้องชันเข่าครับ

หลังจากที่ทดสอบเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหลังมาเป็นระยะทางกว่า 160 กิโลเมตร ถึงคราวที่ผมจะต้องมาขับบ้างละ
เริ่มจากท่านั่งก่อนเลยครับ ตัวเบาะนั่งแล้วรู้สึกกระชับ นั่งแล้วผ่อนคลาย มุมมองต่างๆชัดเจน ไม่อึดอัด

ช่วงที่กดคันเร่ง ความเร็วจาก 0-100 เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีครับ ไม่หน่วง จากนั้นผมได้กรอคันเร่งรอที่ความเร็ว 100 กม./ชม. และกระแทกคันเร่งออก ตัวรถพุ่งออกไปแบบลื่นไหล แต่ไม่ถึงกับหวือหวามากครับ ความรู้สึกเหมือนภาพข้างนอกผ่านไปแบบช้าๆ แต่พอมองตัวเลขแสดงความเร็วที่กระจกหน้า โอ้…!!! พระเจ้า 160 กม./ชม. 
และที่ผมชอบมากๆเลยก็คือ ตอนเล่นเกียร์แพดเดิ้ลชิพที่พวงมาลัย ช่วงที่เชนเกียร์และกระแทกคันเร่ง เสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียเพราะมากครับ ได้อารมณ์เสียงเหมือนรถสปอร์ตขนาดย่อมๆเลยทีเดียว เสียงออกทุ้มๆ สปอร์ตๆ

บางช่วงเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยว มีหลายโค้ง ผมไม่รอช้า ขอลองสาดโค้งเล่นซะหน่อย
จากการทดสอบ ตัวรถนิ่งมาก ไม่โยน ไม่ปัด เกาะถนน นิ่งและหนึบมากๆ เรื่องช่วงล่างผมยกนิ้วให้เลยครับ ซื้อไปแล้วไม่ต้องไปปรับอะไรเพิ่มเติมเลย พวงมาลัยก็น้ำหนักพอดีมือ แม่นยำ ควบคุมได้ง่าย

การเก็บเสียง ก็อยู่ในเกณฑ์เงียบครับ ในโฉมนี้เค้าได้เพิ่ม Damping Bond รอบคัน เพื่อลดเสียงรบกวน ลดอาการสั่นสะเทือน อุดช่องต่างๆเพื่อลดเสียงรบกวน มาพร้อมกับเพิ่มวัสดุซับเสียง ลดการสั่นสะเทือน ทั้ง NVH, Craftsmanship และ HMI

สรุปโดยรวม มาสด้า 3 ในเจนนี้ ต้องขอชื่นชมการออกแบบครับ ทำได้สวยและลงตัวมาก ใส่ใจในทุกรายละเอียด ในส่วนของเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆที่ให้มา ถ้าเทียบกับคู่แข่งแล้ว ก็ถือว่าให้มาแบบจัดเต็มในระดับนึงครับ
มาสด้า 3 ใหม่ นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถขนาดกลางไว้ใช้งานครับ เป็นรถที่ขับสนุก หากคุณกำลังเล็งรุ่นอื่นอยู่ อยากให้ลองมาขับมาสด้า 3 ดูครับ เพราะอาจทำให้คุณเปลี่ยนใจได้

ราคาจำหน่าย

รุ่น 2.0 C ราคา 9.69 แสนบาท

รุ่น 2.0 S ราคา 1.069 ล้านบาท

รุ่น 2.0 SP ราคา 1.198 ล้านบาท

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ