BMW Track Day 2020 เปิดประสบการณ์รับพลัง M4 M5 i8 Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

BMW Track Day 2020 เปิดประสบการณ์รับพลัง M4 M5 i8

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2563

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดประสบการณ์กับ บีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe บีเอ็มดับเบิลยู M5 และสุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ทดสอบการขับขี่ ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี


BMW M4-M5-i8


    ครั้งแรกกับการรวมตัว ในงาน BMW TRACK DAY กิจกรรมทดสอบรถสมรรถนะสูงกลุ่ม M ประกอบไปด้วย 

BMW M4 Competition

BMW M4 CS Coupe

BMW M5 

BMW i8 Roadster

       การทดสอบในสนามแข่งเพื่อให้ได้รับรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละคันและความสามารถของระบบ ทุกฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัยต่างๆ รถในตระกูล  M ถือเป็นรถสมรรถนะสูง ที่ให้ทั้งความแรง และความปลอดภัย ค่าตัวที่ค่อนข้างสูงตามมาด้วย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกันในแต่ละรุ่น 

BMW  M4 Competition
ราคาจำหน่าย: 8,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition มีรูปลักษณ์ในสไตล์ดุดันตามแบบฉบับของ M4 ไม่ว่าจะเป็นช่องรับลมขนาดใหญ่ที่ช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว เพาเวอร์-โดม (power-dome) บนฝากระโปรงหน้าที่ขับเน้นรูปทรงของเครื่องยนต์พลังเทอร์โบชาร์จเจอร์ ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ M ขนาด 20 นิ้ว และการออกแบบภายนอกตัวรถที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ที่เสริมความสปอร์ตควบคู่ไปกับปากท่อไอเสียแบบขอบเฉียงและเสียงเครื่องยนต์ที่กึกก้องอย่างทรงพลัง

   สมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยมของบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition มีรากฐานมาจากเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo 6 สูบขนาด 3 ลิตร ที่ส่งกำลังแรงถึง 450 แรงม้า จึงสามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยส่งกำลังสู่ล้อด้วยกับระบบเกียร์ M DCT (double-clutch transmission) 7 สปีดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงในตระกูล M โดยเฉพาะ นอกจากนี้บีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition ยังมาพร้อมเสถียรภาพการขับขี่เหนือระดับที่ให้การยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด ตอบสนองทุกการควบคุมได้ฉับไวยิ่งกว่าเดิม ด้วยระบบช่วงล่าง Adaptive M ระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ และระบบเฟืองท้าย Active M

   การออกแบบภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition ก็โดดเด่นและโฉบเฉี่ยวไม่ต่างจากการออกแบบภายนอก ด้วยเบาะนั่ง M ที่มีน้ำหนักเบาและให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต สามารถปรับความกว้างของพนักพิงได้ สายเข็มขัดนิรภัยลาย M การจัดวางฟังก์ชั่นควบคุมต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก เพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วในการสั่งการทุกระบบ พวงมาลัยหุ้มหนัง และคันเกียร์สไตล์ M นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งานเทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู Head-Up Display ได้ในโหมดพิเศษสำหรับรถยนต์ตระกูล M โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากโหมดปกติด้วยดีไซน์กราฟฟิกในแบบสปอร์ต พร้อมมาตรวัดความเร็ว เกียร์ รอบเครื่องยนต์ ไฟแจ้งเปลี่ยนเกียร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe
ราคาจำหน่าย: 11,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)


 

 รูปลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe สะท้อนถึงความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากกระจังหน้าที่มาคู่กับช่องดักอากาศขนาดใหญ่ 3 ช่อง เข้ากันกับไฟหน้า LED คู่ดีไซน์ทันสมัย กระโปรงหน้าและหลังคาทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาพิเศษ ดีไซน์ด้วย เส้นสายสไตล์คูเป้ โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งแบบ M และเสริมความดุดันด้วยรูปทรงซุ้มล้ออันทรงพลัง  ที่สร้างอารมณ์สุดเร้าใจได้ แม้ในยามที่ตัวรถยังหยุดนิ่งอยู่

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe เป็นรถยนต์รุ่นพิเศษในตระกูล M ที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด พร้อมสานต่อตำนานแห่งสมรรถนะของบีเอ็มดับเบิลยู M ด้วยสไตล์การขับขี่สุดสปอร์ตและประสิทธิภาพที่เหนือระดับ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ด้วยเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo พัฒนาสมรรถนะ การส่งกำลังสูงสุด 460 แรงม้า ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ paddle shift บนพวงมาลัย เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสภาวะ

 

 บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ที่สามารถทำงานในโหมดพิเศษ M Dynamic (MDM) เพื่อความเพลิดเพลินสูงสุดในการขับขี่ และระบบเฟืองท้าย Active M ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้  3 โหมดด้วยกัน (Comfort, Sport and Sport+) เพียงแค่สัมผัสปุ่ม เพื่อปรับให้ตัวรถตอบสนองต่อ ทุกการควบคุมในแบบที่ต้องการ สอดรับกับลักษณะของเส้นทางอย่างลงตัว


 

ภายในของบีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe สร้างลุคสปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยเบาะที่นั่งน้ำหนักเบาแบบ M Sport หุ้มหนังแท้สลับ Alcantara พนักพิงหลังปรับความกว้างได้ เข็มขัดนิรภัยลาย M พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
หุ้มหนัง Alcantara ดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe จะมีให้เลือก
เป็นเจ้าของได้ในสีพิเศษจาก BMW Individual


บีเอ็มดับเบิลยู M5
ราคาจำหน่าย:  13,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
 


ครั้งแรกของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ที่มาพร้อมกับ M xDrive ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะให้กับตลาดรถซีดานประสิทธิภาพสูง โดยบีเอ็มดับเบิลยู M5 เจนเนอเรชั่นที่ 6 นี้ มอบประสิทธิภาพความคล่องตัวสูงสุดด้วยการเน้นส่งกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลัง ควบคู่กับการเพิ่มกำลังส่งจากล้อหน้าในกรณีที่พละกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลังไม่เพียงพอและต้องการแรงฉุดลากที่เพิ่มขึ้นแม้ในสภาวะการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อน M xDrive ก็ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมขุมพลังบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่นี้ ได้อย่างแม่นยำและง่ายดายยิ่งขึ้น

     นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกตั้งค่าลักษณะการขับได้อย่างหลากหลายตามความต้องการถึง 5 โหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (หรือ DSC ที่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบ DSC หรือเลือกการขับขี่ด้วยโหมด M Dynamic)  และยังสามารถเลือกการขับขี่ด้วยระบบ M xDrive ซึ่งแบ่งเป็นโหมด 4WD, 4WD Sport และ 2WD ที่ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความแรงเร้าใจด้วยความคล่องตัวสูงสุดบนท้องถนน รวมทั้งระบบเฟืองท้าย Active M ที่มอบเสถียรภาพการกระจายกำลังอย่างเต็มสมรรถนะ ป้องกันการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยช่วยลดความแตกต่างของความเร็วรอบระหว่างล้อหลัง
     

     อีกหนึ่งเอกลักษณ์ความสปอร์ตอันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่นี้ คือปุ่ม M1 และ M2 สีแดงสองปุ่ม ซึ่งอยู่ติดกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ถึง 2 แบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าระบบ M xDrive ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (DSC) ระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบระบายอากาศ ระบบการควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการตั้งค่ารูปแบบของการแสดงผลบน Head-Up Display


    บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ / 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อนาที มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster
ราคาจำหน่าย: 12,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)
 
บีเอ็มดับเบิลยู i8 รถยนต์สปอร์ตแห่งอนาคตในดวงใจของแฟน ๆ กลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งในสไตล์โรดสเตอร์กับ บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพได้อย่างล้ำสมัย  ขับเคลื่อนในระบบปลั๊กอิน ไฮบริด ควบคู่กับเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้นานและไกลมากขึ้นโดยไร้การปล่อยมลภาวะ


บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงที่เพิ่มความจุจาก 20 แอมป์เป็น 34 แอมป์ หรือเพิ่มความจุแบตเตอรี่โดยรวมจาก 7.1 เป็น 11.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งพลังด้วยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 105 กิโลวัตต์ / 143 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากเดิม 9 กิโลวัตต์ / 12 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัฒนาจากมอเตอร์ไฟฟ้าของรุ่นก่อนหน้าที่เร่งความเร็วได้สูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อขับขี่ด้วยโหมด eDrive โดยไม่มีการปล่อยไอเสียเลย จะสามารถส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเป็นระยะทางสูงสุด 53 กิโลเมตร (EU test cycle)


เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ยังคงทรงพลังเช่นเดิมด้วยกำลัง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า ส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster จาก 0 -100 กิโลเมตรได้ภายใน 4.6 วินาที เพิ่มลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยบีเอ็มดับเบิลยู i ขนาด 20 นิ้วลาย W-spoke เสริมจิตวิญญาณโรดสเตอร์ด้วยสัญลักษณ์ “Roadster” บริเวณท้ายรถและเสา C-pillar โครงกระจกหน้ามาในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมด้วยหลังคาที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างไร้เสียงภายในเวลา 15 วินาที ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    โดยหลังคาจะถูกเก็บลงในลักษณะตั้งฉาก ทำให้เพิ่มปริมาตรการเก็บสัมภาระที่ท้ายรถได้ถึงมากขึ้นถึง 100 ลิตร
นอกจากนี้ การออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight และนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างหลังคาเปิดประทุนแบบผ้าของบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster เช่นชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่เชื่อมต่อกลไกการเปิดปิดหลังคาเข้ากับตัวรถ ซึ่งผลิตขึ้นด้วยเทคนิคการพิมพ์แบบสามมิติ อันถือเป็นการบุกเบิกเทคโนโลยีด้านการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการผลิตโครงสร้างยึดเกาะที่เชื่อมต่อกันในรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยกระบวนการหล่อขึ้นรูปในแบบดั้งเดิม ขณะที่การพิมพ์แบบสามมิตินี้ ยังช่วยให้ชิ้นส่วนดังกล่าวมีคุณสมบัติครบครัน ทั้งในด้านความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา


บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ยังมาพร้อมเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่อื่น ๆ เช่น ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-up Display) ระบบแผนที่นำทางรุ่น Professional กุญแจรีโมทระบบสัมผัส (BMW Display Key) ระบบ Driving Assistant ระบบไฟหน้า BMW Laserlight และระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยิน

การขับขี่สไตล์สปอร์ตได้อย่างครบถ้วนเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล M อย่างระบบช่วงล่าง Adaptive M ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) หรือระบบเฟืองท้าย Active M พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมล้ำสมัยของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ที่ผสมผสานพลังงานไฟฟ้าจากเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive เข้ากับเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo ได้อย่างลงตัว โดยได้ทดสอบรถยนต์ด้วยการขับขี่แบบ Convoy, Free Run และสลาลม เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะที่แตกต่างกันระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition และบีเอ็มดับเบิลยู M4 CS Coupe ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง การควบคุม หรือการขับขี่ขณะเข้าโค้ง พร้อมทดลองหลากหลายโหมดการขับขี่ของระบบ M xDrive ในบีเอ็มดับเบิลยู M5 รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและฟังก์ชันการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนของบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster

 การทดสอบ 

 ทดสอบแบบสั้นๆ ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี ในรูปแบบวันเดียวจบ หลักๆแบ่งออกเป็น 2 สถานี  

     สถานีแรกกับกลุ่ม M4 ขับตามกันในสนามเพื่อให้ได้สัมผัสความแรงของ M4 Competition และ M4 CS Coupe เพื่อให้เห็นความแตกต่างกัน รูปแบบการขับขี่ คือการจำลองสนามแข่งแบบสั้นๆขับตาม รถนำ รอบแรกทางทีมงานเริ่มจาก M4 Competition 450 แรงม้า อารมณ์ของตัวรถให้การขับขี่แบบรถบ้านมากในโหมด M1 ให้การขับขี่แบบนุ่มนวล แต่เมื่อต้องการกำลังรถก็สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รอบสอง เปลี่ยนเป็นโหมด M2 รถปรับทุกอย่างให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพทั้งเครื่องยนต์ ท่อไอเสียวาล์วเปิดขึ้นเสียงท่อคำรามเต็มที่ ช่วงล่างที่แข็งขึ้น ให้อารมณ์เหมือนรถคนละคันกันเลย คันเร่งไวขึ้นเสียงที่ดังทำให้รู้สึกได้ถึงพลังงานของตัวรถ เกียร์ที่ชิดขึ้น รากรอบที่สูงขึ้นทำให้ไม่มีีอาการรอรอบ เข้าโค้งต่างๆได้ไวขึ้นจากช่วงล่างที่เปลี่ยนพร้อมพวงมาลัยที่ปรับให้หนักขึ้นด้วย เรียกได้ว่า M4 Competition ให้อารมณ์ได้ทั้ง สองรูปแบบในคันเดียว

     เปลี่ยนคัน M4 CS Coupe รถที่ถูกเรียกว่า รถบ้านในคราบรถสนาม ซึ่งถ้ามองด้วยราคาที่ต่างจาก  M4 Competition ถึง 2,640,000 บาท แรงม้าเพ่ิ่ม 10 ตัว แรงบิดเพิ่ม 50 นิวตันเมตร น้ำหนักลดลง 30 กิโลกรัม อาจจะดูไม่มากนัก แต่ราคาต่างกันมาก ทางบีเอ็มจึงได้จัดทดสอบเพิ่มให้เห็นถึงความแตกต่าง 

    อารมณ์แรกภายในรถ M4 CS ให้อารมณ์ดิบตั้งแต่ประตูที่ใช้เชือกในการปิดประตูแผงประตูทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ สิ่งอำนวยความสะดวกน้อยลงจากตัว M4 อย่างเห็นได้ชัด เน้นการตกแต่งด้วย คาร์บอน เพื่อการลดน้ำหนัก ปรับท่านั่งให้เข้าที่ กดคันเร่งตามรถนำ โอ้ออออ!!! แม่เจ้า โหมดปกติ M1 ก็เท่ากับโหมด M2 ของ Competition แล้วเรียกว่าคนละคันอย่างแท้จริง เข้าโค้งแรกติดตูดรถนำแบบง่ายดาย ผ่านโค้งต่างๆรถเข้าง่ายกว่าชัดเจน พวงมาลัยคมขึ้นมาก ตัวรถเสียอาการน้อยแรงเหวี่ยงลดลง ครบรอบเปลี่ยนเป็นโหมด M2 ไม่ต้องพูดมากแค่โหมดแรกก็ชนะ Competition ไปแล้ว เสียงเครื่องคำรามดังขึ้น คันเร่งตอบสนองอย่างรวดเร็วไม่มีอาการรอรอบแต่อย่างใดพร้อมที่จะกระโจนออกอย่างเดียว เข้าโค้งกดคันเร่ง รถผ่านไปได้อย่างรวดเร็วทันใจมากเรียกว่าสนุกทุกโค้ง

     หมดรอบในการวิ่งทดสอบ สรุปแบบสั้นๆใครจ่ายไหว ต้องการรถแรงแบบดิบๆ พร้อมลงสนามตลอดเวลา  M4 CS Coupe คือคำตอบแน่นอน เพราะมันต่างจาก M4 Competition มากๆๆๆๆ แบบไม่หน้าเชื่อ ถ้าวิ่งในสนามแข่งด้วยกันจะเห็นอย่างชัดเจน 

    สถานีต่อมารถที่ใช้ในการทดสอบ M5 และ i8 Roadster เพื่อให้สามารถทดสอบทุกฟีเจอร์การขับขี่สไตล์สปอร์ตได้อย่างครบถ้วนเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล M อย่างระบบช่วงล่าง Adaptive M ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) หรือระบบเฟืองท้าย Active M

เริ่มจาก i8 Roadster ที่มีความสปอร์ตอย่างเต็มตัวพร้อมความล้ำสมัย ในกลุ่มรถทดสอบ i8 เป็นรถที่มีแรงม้าน้อยที่สุด 231 แรงม้า แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาพร้อมจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำทำให้เป็นรถที่มีการควบคุมที่ดีที่สุดอีกหนึ่งคัน หลักๆทางทีมงานให้ทดสอบ ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) จำลองให้วิ่งเป็นวงกลมพร้อมทำให้พื้นเปียกและลื้น ทดสอบโดยการปิดระบบในรอบแรกรถเสียอาการเวลาเข้าโค้งแต่ก็ยังอยู่ในการควบคุม รอบสองเปิดระบบ ชัดเจนว่าเมื่อระบบเข้ามาช่วยในการขับขี่แล้วรถจะควบคุมได้ง่ายมากไม่มีหลุดออกจากเลน

มาถึงพระเอกกับ M5 ที่แรงที่สุดในงานนี้กับพลัง V8 พละกำลัง 600 แรงม้า ที่สามารถเลือกการขับขี่ได้ถึง 5 โหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (หรือ DSC ที่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบ DSC หรือเลือกการขับขี่ด้วยโหมด M Dynamic)  และยังสามารถเลือกการขับขี่ด้วยระบบ M xDrive ซึ่งแบ่งเป็นโหมด 4WD, 4WD Sport และ 2WD ที่ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความแรงเร้าใจด้วยความคล่องตัวสูงสุดบนท้องถนน รวมทั้งระบบเฟืองท้าย Active M ที่มอบเสถียรภาพการกระจายกำลังอย่างเต็มสมรรถนะ ป้องกันการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยช่วยลดความแตกต่างของความเร็วรอบระหว่างล้อหลัง M xDrive ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (DSC)

หลักๆในการทดสอบได้ทดสอบ 3 โหมด ด้วยกัน เริ่มจากขับ 2WD ด้วยความแรงของรถในการวิ่งทดสอบรถควบคุมค่อนข้างยากในสภาวะถนนเปียกลื่น เปลี่ยนโหมดเป็นขับ 4WD Sport ระบบจะกระจายแรงไปที่ล้อหลังมากกว่า รถควบคุมได้ง่ายขึ้นตัวรถจะยอมให้ท้ายออกเล็กน้อยแต่ไม่หลุดออกจากเลน สุดท้ายกับโหมด 4WD ระบบนี้เรียกว่าตัวรถแทบจะควบคุมทั้งหมด ต่อให้คุณเป็นมือใหม่แค่ไหนรถจะไม่ยอมให้คุณขับเกินกำลัง กดคันเร่งเกินรถก็จะตัดกำลัง เมื่อรถเสียอาการ ระบบจะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อให้รถวิ่งอยู่ในเลนตลอดเวลา 

 

สรุป
 

ถือว่าเป็นการทดสอบแบบ วันเดียวจบแต่ก็ได้สัมผัสรถ บีเอ็มดับเบิลยูในหลากหลายรุ่น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในแบบฉบับของแต่ละ รุ่น M4 เป็นรถขับสนุกมีหลายบุคลิกจะใช้งานทุกวันหรือจะแรงก็ได้ตามใจสั่ง แต่สำหรับ M4 CS เน้นการขับขี่ในรูปแบบรถสนามมากกว่า เหมาะกับการสะสม   M5 มองจากภายนอกให้ความรู้สึกเหมือนรถผู้บริหารมากกว่า แต่ถ้าได้สัมผัสความแรงแล้วก็ลืมภาพลักษณ์นั้นไป i8 Roadster ยังคงดูเป็นรถแห่งอนาคตก็ว่าได้แต่ข้อเสียขึ้นลงยากไปหน่อย โดยรวมๆทาง บีเอ็มดับเบิลยู ได้วางตำแหน่งของรถแต่ละรุ่นอย่างจัดเจน เพื่อให้ตรงกลุ่มผู้ใช้งานจริงๆ

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

 

 

 

 

 

 

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ