เจาะลึก ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade รถซุปเปอร์ไบค์ DNA จาก MotoGP Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

เจาะลึก ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade รถซุปเปอร์ไบค์ DNA จาก MotoGP

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 17 ธันวาคม 2563

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade รถซุปเปอร์ไบค์รุ่นล่าสุดจากค่ายปีกนก ที่นำเอา DNA แห่ง Honda RC213V ตัวแข่ง MotoGP มาใส่ในรถ Production bike ในระดับที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้


Made in The Race

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade จัดเป็นรถรุ่นท็อปไลน์ที่สุดของ CBR Series ในปัจจุบัน ด้วยชื่อชั้นของตระกูล CBR อันขึ้นชื่อเรื่องความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ที่เหนือกว่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นในพิกัดซีซีเดียวกัน เรียกว่าเป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย ขับขี่ง่าย มีเทคโนโลยีใส่มาเหลือเฝือสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และทันสมัยที่สุดสำหรับการขี่ในสนามแข่ง

ชื่อของ RR-R เป็นตัวย่อมาจากคำว่า Racing Replica Race แปลว่าเป็นรถสปอร์ตที่เกิดมาเพื่อการแข่งขัน นำเอาเทคโนโลยีระดับสูงสุด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ บรรจุไว้ในรถคันนี้ สมกับคำที่ว่า Made in the race

และครั้งนี้ ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade ถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นรถสนามมากขึ้นกว่าโมเดลก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านงานออกแบบของตัวรถที่ถูกพัฒนามาจากรถแข่งจริงๆ ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใช้ประกอบขึ้นมาเป็นตัวรถ เป็นชิ้นส่วนประเภทเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP ของทีม HRC เอง ประกอบเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีในโลกของ 2 ล้อ นำมาใส่ไว้ในรถ SuperBike ตัวแรงคันนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว และยังคงความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

Honda CBR1000RR-R Fireblade การออกแบบ

รูปลักษณ์ภายนอกของ ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade ถูกปรับใหม่ทั้งหมด ดูแตกต่างจากตระกูล CBR Series เดิมอย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบชุดแฟริ่งใหม่ทั้งหมดเพื่อให้รถมีความมั่นคงมากขึ้นในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และการเข้าโค้ง ประกอบกับชิวบังลมด้านหน้า ถูกออกแบบใหม่ให้ลดแรงปะทะจากลมมากกว่าเดิมด้วยการปรับอากาศความชันจากเดิม 45 องศา ลดลงเป็น 35 องศา ส่งผลให้ตัวรถมีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานจากอากาศให้น้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับรถในพิกัดเดียวกัน โดย ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade มีค่า CD (Coefficient of Drag) ที่ 0.270 เท่านั้น

 

 

ส่วนชุดแฟริ่งด้านล่างถูกออกแบบให้อยู่ใกล้กับล้อหลังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่บนพื้นทางที่แห้ง ตัวแฟริ่งจะช่วยลดแรงปะทะของอากาศที่ล้อหลังได้ดีขึ้น และบนถนนเปียก จะช่วยลดแรงปะทะจากน้ำที่กระทำไปยังล้อหลัง ช่วยรักษาอุณหภูมิของยาง และประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นทางของยางหลังให้ดีขึ้น

 

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade ใช้ Winglet แบบ MotoGP

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade นำเอาดีไซน์การออกแบบจากรถแข่ง Honda RC213V ส่งตรงจาก MotoGP ด้วย Winglet แบบ 3 ชั้น เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศด้านหน้าของตัวรถ (Downforce) ส่งผลให้ตัวรถมีการยึดเกาะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และยังลดอาการหน้าลอยขณะเปิดคันเร่งออกด้วยความรวดเร็ว ทำให้รถนิ่งขึ้น ควบคุมง่ายขึ้น และที่สำคัญ “หล่อกว่าเดิม”

ไฟหน้าคู่แบบ LED ดีไซน์ใหม่ที่เรียวกว่าเดิม มาพร้อมกับช่องแรมแอร์ขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางระหว่างไฟหน้า

 

 

หน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT สี ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบครัน สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้ 5 แบบ ตามความต้องการของผู้ขับขี่ และผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งเมนูการใช้งานต่างๆ ได้อย่างอิสระ

 

 

ไฟท้ายและไฟเลี้ยวแบบ LED พร้อมระบบปิดไฟเลี้ยวอัตโนมัติ โดยสัญญาณไฟในรถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบ ESS ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนการเบรกกระทันหัน จะทำงานเมื่อผู้ขับขี่ใช้เบรกอย่างรุนแรง ระบบจะทำการกระพริบไฟฉุกเฉินให้เองโดยอัตโนมัติ เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รถด้านหลังทราบ

 

 

ระบบกุญแจอัจฉริยะ Honda Smart Key ไม่ต้องใช้กุญแจเสียบกับตัวรถอีกต่อไป เพียงเก็บตัวกุญแจไว้กับตัว ก็สามารถใช้งานรถได้เลย

ระบบ Quick Shifter ทั้งเพิ่มและลดเกียร์ โดยไม่ต้องบีบคลัทช์ ปรับระดับแรงกดได้ 3 ระดับ (เฉพาะใน Honda CBR1000RR-R Fireblade SP)

ท่านั่งและที่พักเท้าใหม่ ถูกปรับปรุงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการขี่ให้สูงที่สุด เมื่อคร่อมลงไปกับรถในท่านั่งการขับขี่ พบว่าท่านั่งของตัวรถมีความหมอบต่ำมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ระดับหนึ่ง แต่ยังคงอยู่ในระดับการควบคุมที่ง่ายตามสไตล์รถ CBR Series ที่ค่อนข้างเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่

 

 

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade เทคโนโลยีมาเต็ม

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade ถูกอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัยที่สุดในโลกแห่งรถมอเตอร์ไซค์ โดยอัดแน่นไปด้วยสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่ผู้ขับขี่ต้องการในสนามแข่งทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย

TBW - ระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle by Wire ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น ละเอียด และแม่นยำมากกว่าคันเร่งแบบเดิม อีกทั้งยังลดระยะการบิดคันเร่งลงจากเดิม 74 องศา เหลือ 65 องศา

NEW HSTC  - ระบบ Traction Control ใหม่ ที่นำเอาเทคโนโลยีจากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V มาใช้งาน เพื่อตรวจจับความเร็วการหมุนของล้อหน้าและหลังให้สัมพันธ์กันเสมอ

IMU – Inertial Measurement Unit แบบตรวจจับ 6 แกน ชนิดเดียวกับที่ใช้ใน Honda RC213V-S  รุ่นใหม่ของ Bosch เป็นสมองกลที่ช่วยควบคุมความสมดุลของตัวรถเวลาเข้าโค้ง พร้อมตรวจจับอาการรถได้อย่างแม่นยำได้มากกว่าโมเดลก่อนหน้า

HESD (Honda Electronics Steering Damper) ระบบกันสะบัดไฟฟ้าจาก Showa ทำงานร่วมกับ IMU เพื่อการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น และสามารถปรับได้ 3 ระดับ รองรับการขับขี่ได้หลากหลายสถานการณ์

ระบบ ABS ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มาพร้อมกับระบบ Cornering ABS และระบบควบคุมท้ายยก โดยระบบ ABS ของตัวรถ สามารถเลือกปรับได้ 2 แบบ สำหรับการขับขี่แบบทั่วไปและการขับขี่ในสนามแข่ง

 

โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Mode 1, Mode 2, Mode 3 หรือ Track, Sport และ Rain สามารถตั้งค่าพรีเซ็ตตัวรถได้ทั้งคัน รวมไปถึงโช๊คอัพ โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการทำงานของระบบต่างๆ ของตัวรถได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น

P – Power – กำลังเครื่องยนต์
T – HSTC - Honda Selectable Torque Control – ระบบแทรคชั่นคอนโทรล
W – Wheelie Control – ระบบควบคุมการลอยของล้อหน้า
EB – Selectable Engine Break – เอ็นจิ้นเบรก
S – Suspension Mode – ควบคุมโช๊คอัพ (เฉพาะ CBR1000RR-R Fireblade SP เท่านั้น)

 

 

เฟรมและสวิงอาร์ม Honda CBR1000RR-R Fireblade

เฟรมแบบ Diamond ผลิตมาจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา มีจุดเด่นที่ความแข็งแรง รองรับแรงบิดได้จากทุกทาง ช่วยให้การคสบคุมรถในสนามแข่ง ที่ต้องการความมั่นคงในการขับขี่ทั้งความเร็วสูง และการลดความเร็วตลอดเวลา

สวิงอาร์มผลิตจากอลูมิเนียมเช่นเดียวกับ RC213V-S ทุกประการ ผลิตขึ้นมาด้วยการนำเอาชิ้นส่วน 18 ชิ้นที่มีความหนาแตกต่างกัน นำมาเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้สวิงอาร์มตัวนี้มีความยาวเพิ่มขึ้น 30.5 มม. แต่ยังคงรักษาน้ำหนักตัวเท่าเดิมไว้ได้ และมีการปรับสมดุลความแข็งแรงของตัวสวิงอาร์มใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนทั้งทางตรงและทางโค้ง

 

 

ALL NEW Honda CBR1000RR-R Fireblade ท่อใหม่ วาล์วเปิด โลกเปลี่ยน

อีกหนึ่งทีเด็ดของรถ Honda CBR1000RR-R Fireblade แบบเดิมๆ จากโรงงาน นั่นคือท่อไอเสียไทเทเนียมที่ Honda พัฒนาร่วมกับ Akrapovic แบบเต็มระบบมาเลยจากโรงงาน โดยเจ้าท่อไอเสียตัวนี้มีระบบวาล์วควบคุมการคายไอเสียแบบแปรผัน เพื่อให้เครื่องยนต์รีดประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมกับเสียงการทำงานอันทรงพลัง และยังผ่านเกณฑ์การควบคุมมลพิษของภาครัฐได้

ซึ่งระบบการทำงานของเจ้าท่อตัวนี้คือตัวท่อถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีปากของตัวท่อเป็นรูปทรงวงรี เพื่อลดการสูญเสียความดันในระบบไอเสีย ส่งผลให้การระบายไอเสียดีขึ้น และบำบัดไอเสียได้มากขึ้น

และเพื่อเค้นประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องยนต์ พร้อมเสียงอันทรงพลัง ภายในท่อจึงแบ่งทางเดินไอเสียออกเป็น 2 เส้นทาง โดยในขณะที่รอบเครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบา ไอเสียจะวิ่งผ่านท่อตัวเล็ก ที่ถูกออกแบบให้มีการเดินแบบขดไปมา เพื่อให้ได้ค่าไอเสียตามมาตรฐาน แต่เมื่อใช้รอบเครื่องยนต์ราวๆ 7,000 รอบขึ้นไปโดยประมาณ ไอเสียจะถูกยิงตรงออกทางท่อใหญ่ ทำให้ได้เสียงที่ทรงพลังมากๆ ประดุจระบบ Vtec อันเลื่องชื่อของ Honda กำลังทำงานอยู่ โดยการใช้รอบการขับขี่สูงกว่า 7,000 รอบกับรถรุ่นนี้บอกเลยว่าเป็นการรีดประสิทธิภาพของตัวรถออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

 

CBR1000RR-R Exhaust

 

เครื่องยนต์ใหม่ SC82E

Honda CBR1000RR-R Fireblade ใช้เครื่องยนต์ใหม่รหัส SC82E แบบ 4 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดจุกระบอกสูบที่ 1,000 ซีซี มอบพละกำลังสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 10,500 รอบ/นาที (สามารถปรับจูนขึ้นเป็น 214 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ/นาทีได้ด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น ได้แก่) แรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบ/นาที

โดยเครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกพัฒนาระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบประจุไอดี, ชุดคลัทช์, เซนเซอร์ตรวจตำแหน่งข้อเหวี่ยง, ระบบระบายความร้อน, ระบบหล่อลื่น, ชุดคลัทช์, ชุดสตาร์ท และท่อไอเสีย ถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงกว่ารถรุ่นเดิมอย่าง Honda CBR1000RR 2017 ได้มากถึง 25%

โดยช่องแรมแอร์ด้านหน้าของตัวรถ มีขนาดทางเข้าของอากาศเทียบเท่ากับ Honda RC213V รถแข่ง MotoGP ของทีมโรงงานฮอนด้าเลยทีเดียว ถูกออกแบบให้ส่งผ่านอากาศเข้าสู่กรองอากาศเป็นเส้นตรง โดยกรองอากาศของตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เพิ่มพื้นที่กรองอากาศได้มากกว่าเดิมถึง 116% เพื่อให้มีอากาศเพียงพอสำหรับทุกย่านความเร็ว และตอบสนองที่ความเร็วสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

Honda SC82E Engine

 

ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ Honda CBR1000RR-R Fireblade ล้วนถูกยกมาจาก Honda RC213V-S ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกสูบ ที่ผลิตขึ้นจากอลูมิเนียมปั๊มขึ้นรูปน้ำหนักเบา ใช้พื้นฐานเดียวกับ RC213V-S ด้วยความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชักที่ 81 x 48.5 มม., ก้านสูบไทเทเนียม, ปลอกใส่สลักลูกสูบจากวัสดุเบริลเลี่ยมทองแดง, โบลต์ยึดก้านสูบจากเหล็กวานาเดียม และมีการเคลือบสาร DLC เพื่อลดแรงเสียงทานระหว่างชิ้นส่วน อีกทั้งยังเพิ่มความหนาของผนังเรือนเครื่องยนต์ เพื่อลดการบิดตัวของวัสดุ และรองรับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น

 

 

ระบบระบายความร้อนใหม่ใน Honda CBR1000RR-R Fireblade เป็นแบบ Built-in bottom bypass cooling ถูกออกแบบให้กระจายความเย็นไปยังส่วนบนของลูกสูบซึ่งต้องการความเย็นมากกว่าส่วนล่าง ช่วยควบคุมให้อุณหภูมิภายในให้เสมอกัน รองรับการทำงานในรอบเครื่องจัดได้ดีขึ้น ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ทำให้ชิ้นส่วนการทำงานลดลง ส่งผลให้ระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่มีน้ำหนักและขนาดลดลง

ระบบหล่อลื่นใหม่ ถูกปรับปรุงระบบระบายความร้อนน้ำมันเครื่องจากเดิมที่ใช้น้ำจากระบบหล่อเย็น มาเป็นระบายด้วยแผงรับอากาศโดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิน้ำมันเครื่องให้รองรับเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูง และใช้งานในรอบเครื่องยนต์สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาพร้อมกับระบบหัวฉีดระบายความร้อนลูกสูบ หรือ Piston Oil Jet ที่ใช้งานอยู่ในรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ Honda หลายรุ่น โดยระบบ Piston Oil Jet ถูกออกแบบให้ฉีดน้ำมันเครื่อง เพื่อหล่อลื่นและควบคุณอุณหภูมิของลูกสูบในช่วงความเร็วรอบสูง โดยในช่วงความเร็วรอบต่ำ จะปิดการฉีดน้ำมันเครื่อง เพื่อรักษาความดันน้ำมันเครื่อง และลดแรงสียดทานภายใน

 

 

เปรียบเทียบ CBR1000RR-R Fireblade กับ CBR1000RR-R Fireblade SP

โครงสร้างพื้นฐานของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์, เกียร์, เฟรม, สวิงอาร์ม ฯลฯ ของ CBR1000RR-R Fireblade และ CBR1000RR-R Fireblade SP ล้วนแล้วแต่มีความเหมือนกันทั้งสิ้น แต่สิ่งที่มีความแตกต่างกันมีอะไรบ้าง สามารถดูได้จากตารางสรุปด้านล่าง

 

รุ่นรถ CBR1000RR-R Fireblade CBR1000RR-R Fireblade SP
โช๊คหน้า Showa BPF ขนาดแกน 43 มม. โช๊คอัพไฟฟ้า Ohlins NPX ขนาดแกน 43 มม.
โช๊คหลัง Showa BFRC-lite โช๊คอัพไฟฟ้า Ohlins TTX36
เบรคหน้า Nissin 4 Pot Brembo 4 Pot
เบรคหลัง Brembo 2 Pot Brembo 2 pot
Quick Shifter ไม่มี มี

 

สรุป Honda CBR1000RR-R Fireblade เป็นรถ SuperBike ที่ตอบโจทย์การใช้งานการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในสนามแข่งโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีระดับสูงแห่งโลก 2 ล้อที่มีทั้งหมด ถูกบรรจุลงไปในรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ครั้นจะนำไปขับขี่บนท้องถนนก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ท่านที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Honda BigWing ทั่วประเทศ

 

 

สเป็ก Honda CBR1000RR-R Fireblade 2020

รุ่นรถ CBR1000RR-R Fireblade CBR1000RR-R Fireblade SP
เครื่องยนต์ รหัส SC82E แบบ 4 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 1000 ซีซี
ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 81.0 x 48.5 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 13.2:1
พละกำลังสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 10,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบ/นาที
เกียร์ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน โซ่

 

ตัวรถ Honda CBR1000RR-R Fireblade 2020

รุ่นรถ CBR1000RR-R Fireblade CBR1000RR-R Fireblade SP
เฟรม อลูมิเนียม ทวิน ทูป
โช๊คหน้า Showa รุ่น BPF ขนาดแกน 43 มม. โช๊คอัพระบบไฟฟ้าจาก Ohlins รุ่น NPX ขนาดแกน 43 มม.
โช๊คหลัง Showa BFRC-lite โช๊คอัพระบบไฟฟ้าจาก Ohlins รุ่น TTX36
เบรกหน้า ดิสเบรกคู่ ขนาด 330 มม. พร้อมปั๊มเบรก 4 พอตจาก Brembo
เบรกหลัง ดิสเบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมปั๊มเบรก 2 พอต จาก Brembo
ปั๊มเบรก ปั๊มเบรก 4 พอต จาก Nissin ปั๊มเบรก 4 พอตจาก Brembo
ปั๊มเบรก ปั๊มเบรก 2 พอต จาก Brembo ปั๊มเบรก 2 พอต จาก Brembo
ยางหน้า Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 120/70 ZR17
ยางหลัง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 200/55 ZR17

 

มิติรถ Honda CBR1000RR-R Fireblade 2020

รุ่นรถ CBR1000RR-R Fireblade CBR1000RR-R Fireblade SP
ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,100 x 745 x 1,140
ความสูงเบาะ 830 มม.
ระยะฐานล้อ 1,455 มม.
ระยะห่างจากพื้นถึงท้องรถ 115 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 201 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 16.1 ลิตร

 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ