Ferrari Roma สะกดทุกสายตา พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

Ferrari Roma สะกดทุกสายตา พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 01 มีนาคม 2564

เฟอร์รารี่ โรมา (Ferrari Roma)  ยนตรกรรมคูเป้รุ่นล่าสุดจากมาราเนลโลมาพร้อมดีไซน์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสปอร์ตคาร์รุ่นนี้ ที่มีสไตล์เฉพาะตัวตามแบบฉบับอิตาเลียนขนานแท้ กับค่าตัว 21.23 ล้านบาทคือราคาเริ่มต้น


Ferrari Roma

    Ferrari Roma มีการออกแบบสะท้อนภาพวิถีชีวิตอันสมบูรณ์ด้วยความสุขของกรุงโรมยุค ‘50s และ ‘60s  และนั่นคือที่มาของชื่อ “Roma” 


Ferrari Roma โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบง่ายสะอาดตา สัดส่วนที่ลงตัวและความสง่างามถูกผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ดุลยภาพเหล่านี้เทียบเคียงได้กับรถแกรนด์ทัวริ่งเครื่องยนต์วางกลางด้านหน้าในตำนานอันโด่งดังของเฟอร์รารี่ ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือรุ่น 250 จีที เบอร์ลิเนตต้า ลุสโซ และ 250 จีที แบบ 2+2 ที่นั่ง รถซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ Ferrari Roma ขึ้นมา การออกแบบที่รวมความเป็นที่สุดแห่งความล้ำสมัย   พร้อมความสละสลวยอย่างชัดเจน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวดุดันตามสไตล์ของเฟอร์รารี่เช่นเดิม  


Ferrari Roma ยังคงมีความเป็นเฟอร์รารี่อยู่ในทุกอณู และเป็นรถที่มีสมรรถนะดีที่สุดในคลาส ที่ทีมวิศวกรของเฟอร์รารี่ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของสปอยเลอร์ที่ติดตั้งซ่อนอยู่ในกระจกหลังได้อย่างกลมกลืนแนบเนียน เพื่อคงความหรูหราของตัวรถเอาไว้ และสามารถให้ดาวน์ฟอร์ซมากพอที่จะรับมือกับสมรรถนะที่เหนือขั้นของ Ferrari Roma ด้วยการยกตัวสปอยเลอร์ขึ้นอัตโนมัติที่ความเร็วสูง 


Ferrari Roma ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ ผลิตกำลังได้ถึง 620 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที ส่งให้มันเป็นรถที่มีพลังมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน เครื่องยนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูล V8 ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ International Engine of the Year ถึง 4 ปีซ้อน ตัวนี้ มาพร้อมกับระบบควบคุมแรงบูสต์แบบแปรผัน (Variable Boost Management) ช่วยให้คันเร่งตอบสนองได้ฉับไวในทุกจังหวะความเร็ว นอกจากนั้น ระบบไอเสียยังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยการเปลี่ยนจากหม้อพักไอเสียมาเป็นการใช้บายพาสวาล์วแบบใหม่แทน
ชุดเกียร์ใหม่แบบ  8 สปีด คลัทช์คู่ มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น ทั้งยังเบากว่าเกียร์ 7 สปีดรุ่นที่แล้วถึง 6 กิโลกรัม และไม่เพียงแค่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมถึงการปล่อยมลพิษเท่านั้น แต่ชุดเกียร์รุ่นใหม่นี้ยังเปลี่ยนจังหวะได้รวดเร็วและนุ่มนวลกว่าเดิม ส่งผลให้รถตอบสนองได้ฉับพลันเมื่อขับขี่บนถนนเปิดโล่ง ทว่าสะดวกสบายราบรื่นเมื่อใช้งานในเมืองที่มีการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งตลอดเวลา


โครงสร้างตัวถังของ Ferrari Roma ใช้เทคโนโลยีซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดยเฟอร์รารี่ เพื่อใช้ในสปอร์ตคาร์เจเนอเรชั่นใหม่รุ่นต่างๆ ข้อเท็จจริงก็คือ ชิ้นส่วนต่างๆ กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นแบบใหม่ทั้งหมด ดังนั้นทั้งตัวถังและแชสซีส์จึงได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการลดน้ำหนักและเทคโนโลยีอันรุดหน้าเหล่านี้ นั่นทำให้ Ferrari Roma เครื่องยนต์วางกลางด้านหน้ารุนนี้ เป็นรถที่มีอัตราส่วน น้ำหนัก/แรงม้า ดีที่สุดในคลาส (2.37 กก./แรงม้า) จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับควบคุมและการตอบสนองได้มากยิ่งขึ้น 


Ferrari Roma มาพร้อมระบบควบคุมประสิทธิภาพการทรงตัวอันล้ำสมัยของเฟอร์รารี่ ที่โดดเด่นอย่างยิ่งก็คือระบบควบคุมการลื่นไถลด้านข้างเวอร์ชั่น 6.0 (Side Slip Control 6.0) ซึ่งถือเป็นสปอร์ตคาร์จีทีคันแรกของเฟอร์รารี่ที่ใช้ระบบนี้ ด้วยสวิตช์มาเนตติโน 5 ตำแหน่ง และระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว (Ferrari Dynamic Enhancer) ซึ่งจะควบคุมองศาการเอียงของตัวรถด้วยการปรับแรงดันน้ำมันเบรกที่คาลิเปอร์โดยตรง


การออกแบบตัวถังภายนอกของ Roma เป็นฝีมือของ เฟอร์รารี่ สไตลิ่ง เซนเตอร์ (Ferrari Styling Centre) ที่เน้นดีไซน์อันเรียบหรู และแน่นอนว่ายังคงไว้ซึ่งองค์ประกอบของส่วนเว้าส่วนโค้งและความสง่างามที่ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รูปโฉมของตัวรถเริ่มจากเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวลากยาวจากฝากระโปรงหน้า ต่อเนื่องไปยังช่วยไหล่ของรถเพื่อเน้นแสงเงา ไปสู่ช่วงห้องโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดและลาดเอียงไปจรดท้ายรถ  มีการลดรายละเอียดบางส่วนออกไปเพื่อเน้นย้ำสไตล์แบบมินิมอลให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น กระจังหน้าแบบใหม่ที่มีช่องรับลมสำหรับระบายความร้อนหม้อน้ำ ซึ่งเจาะช่องเฉพาะบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น ชุดไฟหน้าแอลอีดีแบบอะแดพทีฟ (Full-LED adaptive headlights) ถูกแบ่งครึ่งด้วยแถบไฟแนวนอนที่มี


โครงสร้างฝังลึกลงไปในตัวถัง เพิ่มความรู้สึกที่แข็งแกร่งตัดกับความโค้งมนของตัวรถโดยรวมได้อย่างลงตัว กระจกหลังที่โอบล้อมห้องโดยสารส่วนท้ายของรถ เก็บซ่อนสปอยเลอร์แบบแอคทีฟเข้าไว้ได้อย่างแนบเนียน เพื่อคงความเรียบหรูของตัวรถเอาไว้ ขณะที่ชุดไฟท้ายคู่ก็ถูกออกแบบให้ดูราวกับอัญมณี


ทีมออกแบบจาก เฟอร์รารี่ ดีไซน์ เซนเตอร์ ได้พัฒนาห้องโดยสารของ Ferrari Roma ให้มีรูปแบบที่แบ่งแยกฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน วิวัฒนาการแนวคิดห้องโดยสารแบบคู่นี้ จะไม่ใช่เพียงแค่แดชบอร์ดเท่านั้นที่โอบล้อมห้องโดยสาร แต่เป็นทุกองค์ประกอบที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างกลมกลืน พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ตามหลักปรัชญา “สายตาอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า มือจับบนพวงมาลัย” ด้วยการควบคุมฟังก์ชันหลักๆ ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผู้ขับไม่จำเป็นต้องละมือออกจากพวงมาลัย จอแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 16 นิ้ว สามารถให้ข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน ในขณะที่จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 8.4 นิ้ว แนวตั้ง รวมทั้งจอฝั่งผู้โดยสาร ต่างก็ใช้งานได้อย่างสะดวกและทำความเขาใจได้ง่าย กุญแจแบบใหม่ของ


เฟอร์รารี่มาพร้อมกับฟังก์ชัน “Comfort Access” ช่วยให้ผู้ขับสามารถเปิดรถได้ด้วยการสัมผัสปุ่มซึ่งติดตั้งอยู่ถัดจากมือเปิดประตูแบบใหม่ที่แนบสนิทไปกับตัวรถ ปิดท้ายด้วยชุดไฟหน้าแบบเมทริกซ์แอลอีดี และระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ (ADAS – Advanced Driver Assistance System) ซึ่งนั่นรวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบอะแดพทีฟ เพ่ิมความสะดวกสบายให้กับการขับขี่ทางไกล

 

สำหรับการทดสอบ Ferrari Roma

เป็นการทดสอบแบบสั้นๆเพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพ สำหรับ Ferrari Roma เป็นรถที่อยู่ในคลาส V8 เครื่องยนต์ ว่างหน้า แนวทางการออกแบบเป็นไปในสไตล์ Grand Tourer ที่ยังคงมีความเป็นรถสนามอยู่บ้าง แต่ด้วยหน้าตาของ Roma ที่เป็นการผสมระหว่างใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน ทำให้ตัวรถแปลกไปจาก เฟอร์รารี่ ในรุ่นต่างๆมาก 

ในส่วนภาพในยิ่งชัดเจน เพราะถ้าคุณมองรถจากภายนอกจะรู้สึกได้ว่าเป็นรถที่ออกแบบในแนวย้อนยุค แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร จะให้ความรู้สึกถึงความทันสมัย ต่างจากหน้าตามาก ตั้งแต่หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ แบบดิจิตอลขนาดถึง 16 นิ้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจเนอเรชั่นถัดไปของเฟอร์รารี่ จะได้รับการออกแบบ ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมีการนำเสนอตั้งแต่ตัว SF 90 รูปแบบคำสั่งหน้าจอต่างๆเป็นระบบ touch screen แทบทั้งหมด รวมถึงบนพวงมาลัย ด้วย 

การขับขี่ Ferrari Roma สิ่งที่โดดเด่นสุดในการขับขี่ คือช่วงล่างที่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ให้ทั้งความนุ่มนวล พร้อมกับการยึดเกาะถนนที่ดีไปพร้อมกัน ล้อที่มีขนาดใหญ่ถึง 20" แต่ให้ความรู้สึกเหมือนรถซีดานขนาดใหญ่นั่งสบายมาก ตัวรถที่อาจจะดูเตี้ยใช้งานยาก แต่รถก็มีระบบลิฟท์ยกรถ เพื่อผ่านเนินต่างๆได้ เป็นการออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทุกวัน 

ในส่วนเรื่องความแรงนั้นหายห่วงกับ เฟอร์รารี่ ชื่อนี้กับเครื่องยนต์ที่ได้รับรางวัลมามากมาย V8 เครื่องวางหน้า 3.9 ลิตร ทวินเทอร์โบ 620 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร ที่พร้อมจะทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในการวิ่งทดสอบนี้ เป็นการวิ่งบนถนนจริง ซึ่งมีสภาพถนนที่ค่อนข้างลื่น และด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ที่ ดุดันทุกครั้งเมื่อเรากดคันเร่งแบบ kick down ตัวรถก็จะมีอาการเล็กน้อยท้ายออกเล็กๆ แต่ระบบช่วยเหลือก็จะเข้ามาจัดการอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดความปลอดภัย สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือระบบเกียร์ที่เมื่อเราเชนเกียร์ลง เครื่องยนต์จะแรงรอบสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ตัวรถไม่กระชากหน้าทิ่มลง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบเรียบ

ด้วยสภาพถนนที่ค่อนข้างลื่นจึงไม่สามารถจับเวลา 0-100 ได้ แต่ได้ทดสอบวิ่งจากจุดหยุดนิ่ง อาการรถออกเยอะมากด้วยถนนกับยางไม่สามัคคีกัน ทำให้รถออกได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความแรงที่ถูกปล่อยออกมา ตัวจะปล่อยให้รถมีอาการเล็กน้อยเพื่อให้ได้อารมณ์ ความรู้สึกที่ต้องแก้ไขเล็กน้อย เหมือนเราเป็นนักแข่งที่ถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ขับขี่

สรุป Ferrari Roma

Ferrari Roma นับได้ว่าเป็นรถที่เป็นยุคใหม่สำหรับ เฟอร์รารี่ ก็ว่าได้ด้วยระบบที่มีความทันสมัยมากขึ้น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆภายในรถเป็น touch screen แทบทั้งคัน ในส่วนตัวผมมองว่าเสน่ห์ มันหายไป แต่ก็ต้องยอมรับว่ารถยุคใหม่ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน 

เฟอร์รารี่ โรมา เป็นรถที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน ด้วยระบบช่วงล่างที่ตอบรับการใช้งานได้อย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์ไม่ต้องพูดถึงเป็นเครื่องยนต์ที่ ดีทุกด้านอยู่แล้ว 


Ferrari Roma ราคาเริ่มต้น  21,230,000 ล้านบาท

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

 

 ประเภท                                           V8 - 90° เทอร์โบ

 ปริมาตรความจุกระบอกสูบ                   3,855 ซีซี.

 กระบอกสูบ x ช่วงชัก                           86.5 x 82 มม.

 กำลังสูงสุด*                                      620 แรงม้า ที่ 5,750 – 7,500 รอบ/นาที

 แรงบิดสูงสุด                                      760 นิวตันเมตร ที่ 3,000 -  5,750 รอบ/นาที

 รอบเครื่องยนต์สูงสุด                           7,500 รอบ/นาที

 อัตราส่วนกำลังอัด                               9.45:1

 ระบบเกียร์                                          8 สปีด F1 คลัทช์คู่

 ระบบควบคุมอิเลกทรอนิกส์                  EPS, VDC, ABS, EBD, F1-TCS, E-Diff3, SSC 6.0, FDE,  SCM-E Frs

 

    

ยางและล้อ

 หน้า                                                   245/35 ZR20; 8J x 20”

 หลัง                                                   285/35 ZR20; 10J x 20”

เบรก

 หน้า                                                   390 x 34 มม.

 หลัง                                                   360 x 32 มม.

 

มิติ และน้ำหนัก  

 ความยาว 

 ความกว้าง

 ความสูง

 ความยาวฐานล้อ    

 ความกว้างฐานล้อหน้า 

 ความกว้างฐานล้อหลัง  

 น้ำหนักรวม**  

 น้ำหนักเปล่า** 

 น้ำหนักเปล่า/แรงม้า 

 ความจุห้องเก็บสัมภาระ     

 ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง

  4,656 มม.

  1,974 มม. 

  1,301 มม.

  2,670 มม.

  1,652 มม.

  1,679 มม.

  1,570 กก.

  1,472 กก.

  2.37 กก./แรงม้า

  272 ลิตร/ 345 ลิตร 

   80 ลิตร

  
สมรรถนะ
0-100 กม./ชม.                3.4 วินาที
0-200 กม./ชม.                9.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด                มากกว่า 320 กม./ชม.

 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ