ลองขับ Haval H6 Plug-in Hybrid คันเดียวจบ ใช้แทนรถไฟฟ้าได้เลย Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

ลองขับ Haval H6 Plug-in Hybrid คันเดียวจบ ใช้แทนรถไฟฟ้าได้เลย

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 30 กันยายน 2565

All New HAVAL H6 PHEV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นใหม่ล่าสุด ฉีกกฎรถ PHEV แบบเดิม ๆ เพราะสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลถึง 201 กม. ต่อการชาร์จไฟเพียงหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC)


โดยวันแรกที่เปิดให้จองสิทธิ์เพื่อซื้อ ปรากฎว่ามียอดจองอย่างถล่มทลายมากกว่า 3,000 คัน ในเวลาเพียงแค่ 24 ชม.

และวันนี้ถือเป็นโอกาสดี ที่ทีมงานออโต้สปินส์ได้รับเกียรติจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้าร่วมกิจกรรมขับทดสอบ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid (PHEV) โดยการขับทดสอบของเราในครั้งนี้ใช้ระยะทางในการขับทดสอบอยู่ที่ประมาณ 200 กิโลเมตร เดินทางจากศูนย์บริการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สาขาบางนา มุ่งหน้าสู่จังหวัด นครนายก ระหว่างทางได้เจอสภาพการจราจรที่หลากหลาย ทั้งรถติดและถนนโล่ง มีโอกาสทดสอบทั้งในเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ จึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อเล่าสู่กันฟังครับ

รีวิว All New HAVAL H6 PHEV ดีไซน์ภายนอก

ก่อนที่เราจะไปทดสอบการขับขี่นั้น เรามาดูออปชัน ภายนอก และ ภายใน กันแบบคร่าว ๆ กันก่อนครับ สำหรับดีไซน์ภายนอก หลัก ๆ แล้ว จะใช้พื้นฐานเดิมของ HAVAL H6 HEV ในรุ่นก่อน โดยสิ่งที่แตกต่างจากเดิมสำหรับภายนอก คือการใช้ดีไซน์ด้านหน้าแบบใหม่ Star Matrix เพิ่มความล้ำสมัยด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่สีโครเมียม ไล่ระดับช่องระบายอากาศอย่างมีมิติ และอีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือโฉมใหม่นี้ มีระบบฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี มาให้แล้ว เพียงแค่ใช้เท้าเตะไปที่ใต้ท้องรถ ฝาท้ายก็จะเปิด-ปิดให้แบบอัตโนมัติ ซึ่งในรุ่นก่อนยังไม่มีระบบนี้มาให้

ในส่วนของออปชั่นอื่น ๆ นั้นก็ให้มาแบบจัดเต็มเลยทีเดียวครับ เช่น ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Follow me home)

ไฟท้าย LED Taillight Strip ดีไซน์เป็นแนวยาว พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED สปอยเลอร์ท้าย และเสาอากาศแบบ Shark fin ช่วยในเรื่องแอร์โรไดนามิค

หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ 1.2 ตารางเมตร

ล้ออัลลอยลายสปอร์ต ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/55 R19 (หน้ายางกว้างกว่า H6 โฉมก่อน)

รีวิว All New HAVAL H6 PHEV ดีไซน์ภายใน

ในส่วนของออปชันภายใน จะมีให้เลือกเพียงโทนสีเดียวคือ สีดำตัดกับสีครีม และตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นสีโครเมียมและสีโรสโกลด์ ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับเจ้าคันนี้ เบาะคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า นั่งแล้วรู้สึกสบายโอบกระชับ พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มหนัง มีปุ่มมัลติฟังก์ชันสำหรับควบคุมจอเครื่องเล่นตรงกลาง และจอเรือนไมล์ที่อยู่ด้านหน้า

จอเรือนไมล์แบบ HD Multi Information Display ขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งจะแสดงภาพเสมือนจริงของรถที่อยู่รอบข้างด้วย เช่น รถเก๋ง ,รถบรรทุก ,รถจักรยานยนต์ ถือว่าเป็นหน้าจอที่สวยงามและล้ำสมัยมากครับ นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตัวรถ

และยังมีจอ Head Up Display สำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าอีกด้วยครับ หากใครไม่ชอบก็สามารถเข้าไปตั้งค่าปิดหน้าจอ HUD ได้

ในส่วนของจอเครื่องเล่นตรงกลางแบบ HD Touch Screen Audio Display ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย Android Auto, MP3, JOOX และ Navigator บอกตำแหน่ง Point of Interest ทั้งร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และ ห้างสรรพสินค้า การเชื่อมต่อก็ถือว่าไวในระดับนึงครับ

และเมื่ออยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอย หน้าจอจะตัดภาพเป็นกล้องหลัง พร้อมกล้องมุมมอง 360 องศา ความละเอียดคมชัด โดยจะแสดงภาพรถเราเป็นรูปรถจำลอง ส่วนแวดล้อมภายนอกจะเป็นภาพจริง และเมื่อเราหมุนเลี้ยวพวงมาลัย ล้อของรถจำลองนี้ ก็จะหมุนเลี้ยวให้ด้วย

ถ้ามองในภาพรวม จะเห็นได้ว่าเจ้าคันนี้ให้ปุ่มกดเมนูลัดมาน้อยมาก มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลกับออปชั่นที่มีเยอะ เพราะเป็นการรวบรวมปุ่มทั้งหมดไปไว้ที่จอ นั่นเท่ากับว่าเวลาเราจะตั้งค่าต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบในรถ เราจะต้องควบคุมผ่านที่ตัวหน้าจอกลางเป็นหลัก จนทำให้รู้สึกว่าใช้งานได้ยากไปหน่อย เพราะบางทีเราแค่ต้องการเข้าไปเปลี่ยนโหมดขับขี่ แต่เราต้องเสียเวลาเข้าไปงมหาเมนูที่ตัวหน้าจอ ทำให้การใช้งานในสถานกาณ์จริง เราจะต้องละสายตาจากเลนถนนเพื่อไปมองที่หน้าจอ ซึ่งผมว่ามันไม่ค่อยจะสะดวกสักเท่าไหร่

ในส่วนของระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ถือเป็นอีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจครับ เพราะสามารถจอดได้ถึง 3 รูปแบบ

  • จอดเข้าซองแบบตรง ๆ
  • จอดเข้าซองแบบเฉียง
  • จอดแบบขนานข้าง

และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบก็คือเจ้าคันนี้มีระบบขับถอยหลังให้เองในระยะ 50 เมตร ซึ่งหลักการทำงานของระบบนี้คือ ในกรณีที่เราขับเข้าไปในซอยที่เป็นซอยแคบ หรือซอยตันที่ไม่สามารถกลับรถได้ เราสามารถใช้ระบบของตัวรถให้ช่วยขับถอยหลังได้ โดยระบบนี้จะจำระยะทาง 50 เมตรสุดท้ายที่เราขับเข้ามา และจะขับถอยหลังกลับตามไลน์เดิม หมุนพวงมาลัยให้เองแบบอัตโนมัติ ถือเป็นระบบที่หรูหราและล้ำสมัยเลยทีเดียว

รีวิว All New HAVAL H6 PHEV เครื่องยนต์

All New HAVAL H6 PHEV ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวเดียวกันกับ HAVAL H6 HEV ในรุ่นก่อน แต่ได้มีการปรับจูนใหม่ เพื่อให้รองรับกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดใหญ่ 34 kWh ส่งผลให้ในรุ่นนี้ สามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 201 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC)

All New HAVAL H6 PHEV สามารถเลือกระบบการขับขี่ได้ 2 ระบบ คือ ระบบไฮบริด และระบบไฟฟ้า แต่ละระบบมาพร้อมโหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดประหยัด โหมดสปอร์ต และโหมดพื้นหิมะ (สภาพถนนลื่น)

รีวิว All New HAVAL H6 PHEV ขับทดสอบ

สำหรับการขับขี่นั้น ทันทีที่ก้าวขึ้นรถผมดูที่จอ เหลือปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่อยู่ที่ 92% และระบุไว้ว่าสามารถวิ่งได้ด้วยไฟฟ้าอีก 185 กิโลเมตร โดยสิ่งที่ผมอยากทราบที่สุดสำหรับการทดสอบในครั้งนี้คือ อยากรู้ว่าถ้าวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะไปได้ไกลแค่ไหน เพราะหากดูจากสเปคที่เคลมไว้ ถ้าแบตเต็ม 100% จะสามารถวิ่งได้ด้วยระยะทาง 201 กม. ซึ่งเป็นมาตรฐาน NEDC แต่การใช้งานจริงยังไงก็ได้ไม่ถึงแน่นอน ซึ่งใจผมคาดหวังว่า ใช้งานจริงถ้ารุ่นนี้วิ่งได้เกิน 140 กม. ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว

ทันทีที่เริ่มออกตัวจากจุดสตาร์ท ผมรับหน้าที่เป็นคนขับไม้แรก โดยมีเพื่อนร่วมทางที่นั่งไปด้วยอีก 2 คน คือช่างภาพ และคุณเอิร์ธ จากเว็บไซต์ Autodeft โดยการเดินทางในครั้งนี้ เราตกลงกันไว้ว่าจะวิ่งด้วยไฟฟ้าไปเรื่อย ๆ จนกว่าแบตจะหมด

ช่วงที่ขับออกตัว เพียงแค่เราอยู่ในตำแหน่งเกียร์ D พอยกเท้าออกจากเบรก ตัวรถเคลื่อนที่แบบไร้แรงหน่วง พอเติมคันเร่งไปอีกนิดตัวรถไหลลื่นได้ดีมากครับ ไม่มีความรู้สึกว่ารถหนักเลย แต่สิ่งแรกที่ขอติก่อนเลยคือ ช่วงความเร็ว 1-25 กม./ชม. เราจะได้ยินเสียงหอน ซึ่งเป็นเสียงสังเคราะห์ที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อเตือนให้ผู้โดยสารและคนภายนอกรู้ตัวว่ามีรถกำลังแล่น แต่เสียงนี้ผมรู้สึกว่ามันดังเกินไป จนรู้สึกรำคาญ และเสียงจะเงียบดับไปช่วงความเร็วที่มากกว่า 25 กม./ชม.

การขับขี่ในช่วงแรกการจราจรแออัดมากครับ จึงถือโอกาสนี้เพื่อทดสอบระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันที่ทำงานจนถึงจุดหยุดนิ่ง จากการทดสอบถือว่าเป็นระบบที่ทำงานได้สมูทมากครับ เมื่อเราล็อกความเร็วเอาไว้ รถเราจะวิ่งตามรถคันหน้า หากรถคันหน้าเบรกรถเราจะค่อยๆเบรกแบบหัวไม่ทิ่ม และถ้าคันหน้าเบรกจนรถหยุด รถเราก็จะหยุดตาม เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ รถเราก็จะเคลื่อนที่ตามจนถึงระดับความเร็วที่เราล็อกเอาไว้ ในช่วงที่เป็นทางโค้งแบบไม่ลึกมาก ระบบจะช่วยเข้าโค้งให้ด้วยครับ โดยเราสามารถเว้นระยะห่างระหว่างรถเรากับรถคันหน้า ได้ 4 ระดับ

เมื่อมีรถขับตัดหน้า All New HAVAL H6 PHEV มีระบบเตือนก่อนการชนพร้อมช่วยเบรกให้ด้วย และในกรณีที่ด้านข้างมีรถใหญ่ หากเราขับเข้าใกล้ ระบบจะเบี่ยงตัวรถออกเพื่อไม่ให้เข้าใกล้ แต่การเบี่ยงนั้น รถเราก็ยังคงอยู่ในเลนนะครับ ไม่ได้ข้ามไปเลนอื่น และถ้าหากเราขับออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะช่วยดึงตัวรถให้กลับเข้าเลนเหมือนเดิม

หากเราวิ่งด้วยระบบไฟฟ้า เราจะสามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 140 กม./ชม. (โดยประมาณ) และต้องเป็นการเหยียบคันเร่งไต่ระดับไปเรื่อย ๆ ไม่คิกดาวน์ หากเกินกว่านั้น ระบบจะตัดเป็นไฮบริดให้แบบอัตโนมัติ ระหว่างทางได้ลองขับในโหมดต่างๆ ดังนี้

  • โหมดประหยัด (ECO) คันเร่งจะรู้สึกหน่วง เพราะเน้นประหยัดพลังงาน
  • โหมดมาตรฐาน (Normal) เป็นการขับแบบปกติทั่วไปคันเร่งตอบสนองตามเท้า
  • โหมดสปอร์ต (Sport) คันเร่งไวขึ้น รอบจัดขึ้น แตะแล้วรถพุ่งแรงกว่าโหมดอื่น ๆ
  • โหมดพื้นหิมะ (Snow) จะเหมาะสำหรับการใช้งานแบบถนนเปียก ลื่น การตอบสนองของคันเร่งจะใกล้เคียงกับโหมด Eco

ตลอดการเดินทาง มีฝนตกลงมาไม่ขาดสาย การขับเข้าโค้งที่ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. ตัวรถนิ่งใช้ได้เลยครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบช่วงล่างที่มีการปรับเซ็ทใหม่เพิ่มค่า K สปริงมากขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มากกว่าในรุ่นก่อน ราว ๆ 200 กก. จึงส่งผลให้ช่วงล่างเฟิร์มขึ้น แต่ไม่ถึงกับกระด้าง ช่วงจังหวะที่เป็นคอสะพานรถไม่โยน และเจ้าคันนี้ใช้หน้ายางที่กว้างกว่าในรุ่นก่อนอีกเล็กน้อย ช่วยให้หน้ายางจับพื้นถนนได้มากขึ้น หากเทียบกับในรุ่นก่อน ถือว่าช่วงล่างดีขึ้นเยอะเลยครับ

ในเรื่องของการเก็บเสียงนั้นดีใช้ได้เลยครับ ใช้ความเร็ว 140 กม./ชม. เสียงยังเงียบ

ขับไปได้ราว ๆ 80 กม. ผมส่งต่อให้คุณเอิร์ท Autodeft ขับต่อ และผมขอย้ายไปเป็นผู้โดยสารด้านหลัง ในมุมของผู้โดยสารด้านหลังได้ความรู้สึกโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด เพราะรถมีตัวถังที่ใหญ่ รวมถึงกระจกหน้าต่างก็บานใหญ่เช่นกัน และถ้าเราเปิดหลังคาซันรูฟ ก็จะยิ่งได้ความรู้สึกโล่ง โปร่งไปอีกเท่าตัวเลยทีเดียว แอร์ด้านหลังเย็นฉ่ำ แต่ตัวฐานเบาะนั่งผมว่ามันสั้นไปหน่อย และพนักพิงปรับระดับไม่ได้ โดยรวมของการนั่งโดยสารเบาะหลัง ก็ถือว่านั่งทางไกลได้ไม่เวียนหัวครับ

หลังจากแวะทานอาหารกลางวันเสร็จ เรามุ่งหน้าต่อไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ระหว่างทางดูเหมือนว่าแบตเตอรี่จะเริ่มหมดแล้ว ตัวรถตัดเข้าสู่ระบบไฮบริด เลยแวะจอดข้างทางเพื่อดูตัวเลขระยะทางที่ขับได้ ที่หน้าจอระบุ 132.2 กม. (จากรูปด้านบน ตัวเลขความเร็วเฉลี่ย 43 km/h ไม่ต้องไปสนใจมันนะครับ เพราะเพิ่งสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกมาจากร้านข้าว)

นั่นเท่ากับว่าการเดินทางในครั้งนี้ด้วยแบตเตอรี่ 92% ได้ระยะทาง 132.3 กม. ซึ่งถ้าแบตเต็ม 100% ก็น่าจะได้ระยะทางที่วิ่งใช้งานจริงประมาณ 140-150 กม. ตามที่ผมคาดการณ์ไว้ในตอนแรก สำหรับผม ผมค่อนข้างพอใจกับตัวเลขที่ได้ครับ

สรุปหลังขับทดสอบ All New HAVAL H6 PHEV

ต้องยอมรับว่าในช่วงนี้กระแสรถไฟฟ้ามาแรงมาก แต่ด้วยความที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ในเรื่องของสถานีชาร์จไฟนั้นอาจจะยังไม่สะดวกสักเท่าไหร่ แม้ว่าสถานีชาร์จจะเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ไปกระจุกกันอยู่ในเมือง ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงทำให้หลายท่านที่อยากจะซื้อรถ EV 100% มีความวิตกกังวล หากต้องใช้รถเดินทางไกล

รถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) จึงเข้ามาตอบโจทย์ความวิตกกังวลในส่วนนี้ โดยเฉพาะ All New HAVAL H6 PHEV คันนี้ที่สามารถวิ่งได้มากกว่ารถ Plug-in Hybrid รุ่นอื่น ๆ จากการทดสอบ นอกจาก All New HAVAL H6 PHEV จะวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่ารุ่นอื่นแล้ว ระยะทางที่ได้นั้นเกือบเทียบเท่ากับรถ EV 100% ของบางค่ายอีกด้วย ซึ่งมันก็เป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมือง และ การขับข้ามจังหวัด ใกล้เคียง ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ รวมถึงยังได้หัวชาร์จแบบ CCS Type2 อีกด้วยครับ

หัวชาร์จไฟฟ้าแบบ CCS Type 2 (Combined Charging System) รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง (DC) และการชาร์จแบบไฟบ้านกระแสสลับ (AC)

ระยะเวลาในการชาร์จ

  • การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC  (0% - 80%) ประมาณ 35 นาที
  • การชาร์จแบบธรรมดาด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC (0% - 100%) ประมาณ 6 ชั่วโมง 

*ระยะเวลาการชาร์จขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และกำลังไฟของสถานีชาร์จนั้น ๆ เป็นต้น

All New HAVAL H6 PHEV ราคา 1,699,000 บาท

รับชมรีวิวรูปแบบวีดีโอได้ที่นี่

ในบทความนี้ผมไม่ได้ลงลึกเกี่ยวกับออปชันมากนัก แต่จะเน้นการใช้งานและการขับทดสอบเป็นส่วนใหญ่ หากใครที่อยากดูสเปกและออปชันของเจ้าคันนี้ สามารถเข้าไปอ่านย้อนหลังได้ตามลิงก์นี้เลยครับ  www.autospinn.com/2022/09/haval-h6-phev

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ ตรวจสอบราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn 

ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car


คำนวณค่างวดรถเบื้องต้น
Use the calculator to calculate the installment of your dream car
ระยะเวลาผ่อนชำระ (เดือน)
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้
อัตราการผ่อนชำระ (เดือน)
บาท
จำนวนงวด (เดือน)
สนใจขอสินเชื่อรุ่นนี้
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้

ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ