รีวิว BMW 330e M SPORT ถูกใจพ่อบ้านขาซิ่ง Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

รีวิว BMW 330e M SPORT ถูกใจพ่อบ้านขาซิ่ง

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 19 ตุลาคม 2565

BMW 330e M SPORT แม้ภายนอกจะมาในสไตล์รถบ้าน แต่ถ้าได้ลองสัมผัสถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ บอกเลยว่า นี่มันรถซิ่งชัด ๆ เรียกได้ว่าเป็นรถปลั๊กอินไฮบริดที่ได้ทั้งความประหยัด และความแรง ครบจบในคันเดียว


BMW Series 3 รหัสตัวถัง G20 โฉมนี้เปิดตัวกันมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว หลายท่านอาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จะเรียกว่าปลายโมเดลก็คงไม่ผิด เพราะที่ต่างประเทศเปิดตัวรุ่น LCi กันไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ก็น่าจะรออีกสักพัก แต่ถ้าใครรอไม่ไหว ซื้อโฉมนี้ไปใช้ ก็คุ้มค่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะได้ทั้งความหล่อ หรูหรา แรง และเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้ เป็นรุ่นประกอบไทย ราคาค่าตัว 2,799,000 บาท

รับชมรีวิว BMW 330e M SPORT รูปแบบวีดีโอได้ที่นี่

คันที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นรุ่น 330e M SPORT สำหรับใครที่ซื้อในปีนี้ จะมาพร้อมกับโลโก้พิเศษ ซึ่งเป็นรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ของ BMW M ในสีสันที่โดดเด่น สื่อถึงกลิ่นอายแห่งความแรงเร้าใจตามแบบฉบับมอเตอร์สปอร์ต ประกอบไปด้วยสามสีอันเป็นเอกลักษณ์ และสื่อความหมายที่แตกต่างกัน

สีฟ้า หมายถึง BMW สีแดง สื่อถึงความเร้าใจจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และสีน้ำเงินเข้ม สะท้อนถึงการหลอมรวมระหว่าง BMW และความเร้าใจจากการแข่งรถ ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยทั้งสามสีมาในลายเส้นแบบครึ่งวงกลม โอบล้อมโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูไว้ในสามทิศทาง เพื่อสื่อถึงการเคลื่อนที่ของรถยนต์ในสนามแข่ง สอดประสานออกมาเป็นสามสีในตำนานบนโลโก้เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ BMW M 

รีวิว BMW 330e M SPORT ภายนอก

BMW 330e M SPORT มีดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตา โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ มองเห็นแต่ไกลก็รู้ได้ทันทีว่าคันนี้คือ BMW เมื่อเราสตาร์ทเครื่องยนต์ช่องที่อยู่ตรงซี่กระจังจะเปิดออก เพื่อรับอากาศ และเมื่อเราดับเครื่อง ช่องอากาศก็จะปิด

BMW 330e M SPORT ในรุ่นปี 2022 นี้ ออปชันสำคัญที่หายไปคือ โดนตัดฟังก์ชั่นกล้อง 360 องศาออก มีเพียงกล้องที่อยู่ด้านบนของกระจกหน้า สำหรับทำหน้าที่ในการตรวจจับเส้นเลนถนน และตรวจจับวัตุถุทางด้านหน้า และกล้องหลัง สำหรับการถอยจอด

ไฟหน้าเป็นแบบ Full LED ด้านในจะมีอยู่สองโคม โคมตัวในทำหน้าที่เป็นไฟสูง โคมตัวนอกทำหน้าที่เป็นไฟต่ำ และมีหลอดไฟดวงเล็กที่ผนังโคม สำหรับทำหน้าที่ในการส่องสว่างด้านข้างเมื่อหักเลี้ยวพวงมาลัย พร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED และในรุ่นปี 2022 นี้ ได้เพิ่มระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (High-beam Assistant) มาให้ครับ

ไฟท้าย LED ทรงตัว L ที่ใช้กรอบรมดำ เมื่อเดินเข้าไปส่องใกล้ ๆ จะเห็นถึงความละเอียดของลำแสงสีแดง เสริมลุคสปอร์ตด้วยท่อไอเสียคู่

การเปิด-ปิดฝากระโปรงท้าย สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง หนึ่งในนั้นคือการเปิดแบบ Hands-free ใช้เท้าเตะไปที่ใต้ท้องรถ

คาลิปเปอร์เบรกดีไซน์ M Sport สีน้ำเงิน และล้ออัลลอย M ลาย Double Spoke ขนาด 19 นิ้ว แต่ขนาดหน้ากว้างของล้อหน้า กับล้อหลังจะไม่เท่ากัน ล้อคู่หน้ากว้าง 8 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 225/40 R19 ล้อคู่หลังกว้าง 8.5 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 255/35 R19 โดยใช้เป็นยาง Runflat ทั้ง 4 ล้อ ซึ่งข้อดีของยางประเภทนี้คือ โครงสร้างแก้มยางจะมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ สามารถวิ่งได้โดยไร้ลมยางเป็นระยางทางประมาณ 80 กม. แต่ข้อด้อยคือ จะมีความกระด้างกว่ายางเรเดียล และมีราคาแพงพอสมควรเลยทีเดียว

BMW 330e M SPORT เป็นรถปลั๊กอินไฮบริด โดยตำแหน่งของแบตเตอรี่จะวางที่ช่วงท้าย จึงส่งผลให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเพียงแค่ 375 ลิตร ในขณะที่รุ่น 320d มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 480 ลิตร แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะเรายังสามารถพับเบาะหลังได้ เมื่อพับไปแล้วก็จะได้พื้นที่เยอะขึ้น

รีวิว BMW 330e M SPORT ภายใน

BMW 330e M SPORT ภายในเน้นการใช้วัสดุที่เป็นหนังค่อนข้างเยอะ ภายในตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon หากใครชอบลายนี้ก็จะบอกว่าสวย แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบลายแนวนี้ อาจทำให้เสียความรู้สึกไปเลยทีเดียว เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่บันทึก นั่งแล้วรู้สึกโอบกระชับ มีตัวรองน่องที่สามารถยืดเข้าออกได้ ปีกเบาะด้านข้างไม่สูงมากนัก ทำให้การก้าวขึ้นลงทำได้สะดวก

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น M Sport หลังพวงมาลัยมีแป้น Paddle Shift สำหรับการเล่นเกียร์ + -

จอเรือนไมล์ขนาด 12.3 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ หรือจะให้แสดงผลเป็นแผนที่นำทางก็ได้เช่นกัน และเมื่ออยู่ในโหมด Sport หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ได้อารมณ์ของความสปอร์ตเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมจอ BMW Head-up Display แสดงผลที่กระจกบังลมหน้า แต่ถ้าเราไม่ต้องการก็สามารถเข้าไปปิดได้ครับ

จอเครื่องเล่นตรงกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Andriod Auto และเรายังสามารถใช้นิ้วมือวาดไปบนอากาศ เพื่อสั่งเพิ่มเสียง ลดเสียง เปลี่ยนเพลง สั่งเปิดแผนที่ ถือว่าล้ำสมัยเลยทีเดียวครับ

การเปิดแผนที่นำทางเราสามารถเปิดได้จาก 2 แหล่ง คือ เปิดจาก Apple CarPlay ผ่านโทรศัพท์ระบบ ios และเปิดแผนที่ของตัวรถด้วยการกดปุ่ม NAV และเมื่อรถอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอย ภาพจะตัดเป็นกล้องหลัง พร้อมเส้นกะระยะ นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าไปตั้งค่าระบบต่าง ๆ ของตัวรถได้ผ่านที่จอกลาง เช่น ตั้งค่าระบบไฟส่องสว่าง ตั้งค่าระบบความปลอดภัย เป็นต้น ถือว่าเป็นจอที่เล่นง่าย ไม่มีระบบอะไรซับซ้อนครับ

แอร์แบบ 3 โซน ด้านหน้าแยกซ้ายขวา และแอร์ตอนหลัง

หัวเกียร์ดีไซน์สวยงาม จับกระชับมือ ส่วนปุ่มทางฝั่งซ้ายที่อยู่ข้างกันนั้นคือเมนูลัด ในการควบคุมจอกลาง ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า และปุ่มฝั่งขวาสำหรับเลือกโหมดการขับขี่

เบาะหลังมีพื้นที่กว้างขวาง นั่งสบาย ผมสูง 175 ซม. นั่งแล้วศีรษะไม่ติดเพดาน หัวเข่าไม่ดันเบาะหน้า นั่งโดยสารทางไกลได้แบบสบาย ฐานเบาะใหญ่นั่งได้เต็มก้น พนักพิงอยู่ในองศาที่กำลังดี หน้าต่างด้านข้างขนาดกำลังพอเหมาะ และถ้าเราเปิดหลังคาซันรูฟไปด้วย ก็จะได้ความรู้สึกโล่งโปร่ง มากยิ่งขึ้น

รีวิว BMW 330e M SPORT เครื่องยนต์

BMW 330e M SPORT ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ มีพละกำลัง 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า ที่ 5,000 - 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,350 - 4,000 รอบต่อนาที

มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์ / 113 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 265 นิวตันเมตร 

เมื่อเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน จะผลิตกำลังได้สูงสุด 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ XtraBoost ซึ่งโหมดนี้เครื่องยนต์จะเพิ่มพละกำลังเสริมไปอีก 40 แรงม้า เป็นระยะเวลาประมาณ 10 วินาที สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าแบบเพียว ๆ ได้ระยะทาง 59 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 12.0 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลัง

ระยะเวลาในการชาร์จไฟ

  • การชาร์จแบบปกติ จาก 0-100% ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 45 นาที
  • BMW i Wallbox (กำลังชาร์จ 3.7 kWh) จาก 0-100% ใช้เวลา 3 ชม. 30 นาที

ระบบความปลอดภัย BMW 330e M SPORT

  • ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
  • ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)
  • ระบบ Teleservices
  • ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC)
  • ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC)
  • ระบบควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (DBC)
  • ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)
  • ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
  • เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor)
  • ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection)
  • เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง
  • กล้องแสดงภาพด้านหลัง

รีวิว BMW 330e M SPORT การขับขี่

BMW 330e M SPORT ตัวถังมีขนาดที่พอเหมาะ สะดวกทั้งการใช้งานในเมืองและนอกเมือง เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย คล่องตัว ซอกแซกไปตามสภาพการจราจรได้เป็นอย่างดี ช่วงล่างเกาะถนนมาก พวงมาลัยไว แม่นยำ และให้การตอบสนองที่ดี ระบบช่วงล่างเป็นแบบ Adaptive M จะเปลี่ยนความนุ่ม-แข็ง ตามโหมดการขับขี่ เป็นรถที่สามารถใช้งานได้ทั้งการขับแบบเน้นประหยัดน้ำมัน เริ่มตังแต่ในโหมด EV ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบไฟฟ้าเพียว ๆ ไร้มลพิษ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. แต่เราจะต้องกดคันเร่งไต่ระดับไปเรื่อย ๆ ห้ามคิกดาวน์ ซึ่งตัวเลขที่เคลมไว้เมื่อวิ่งไฟฟ้าเพียว จะอยู่ที่ 59 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) จากการใช้งานจริง จะได้ระยะทางราว ๆ 40 กม. หากคุณใช้รถวันนึงไม่เกิน 40 กม. ก็แทบจะไม่ต้องใช้น้ำมันเลยล่ะครับ และเมื่อคุณใช้ไฟในแบตเตอรี่หมด ระบบก็จะตัดการทำงานเป็นโหมดไฮบริดให้แบบอัตโนมัติ

ในโหมดไฮบริด เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกัน เฉลี่ยแล้วจะกินน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 14-18 กม./ลิตร แต่ถ้าอยากให้ประหยัดน้ำมันกว่านี้ ก็สามารถปรับไปที่โหมด Eco หรือ Eco Pro ได้ครับ คันเร่งอาจรู้สึกหน่วง ๆ หน่อย แต่ประหยัดน้ำมันขึ้นแน่นอน โดยในโหมดนี้ พวงมาลัยจะเบา และช่วงล่างจะออกแนวนิ่มนวล แต่ไม่ย้วย เหมาะกับการใช้งานทั่วไป

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเร่งรีบ หรืออยากซิ่ง ให้ปรับเป็นโหมด Sport หรือ Sport XtraBoost เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะรีดกำลังออกมาเพิ่มอีก 40 แรงม้า รวมเป็น 292 แรงม้า โดยโหมดนี้ พวงมาลัยจะหนักขึ้น และช่วงล่างจะแข็งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมกับการขับขี่ด้วยความเร็ว ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. พร้อมกับเสียงท่อที่ดังคำรามทั้งด้านนอก และภายในตัวรถ ได้อารมณ์ความสปอร์ตแบบจัดเต็ม

สำหรับการทรงตัวในทางโค้งก็ทำได้ดีเช่นกัน จากการทดสอบเข้าโค้งด้วยความเร็วประมาณ 140 กม./ชม. ช่วงล่างเอาอยู่ น้ำหนักของพวงมาลัยอยู่ในระดับที่กำลังดี เข้าโค้งได้ง่าย หน้าไม่ดื้อ ท้ายไม่ปัด เป็นรถที่เข้าโค้งได้มั่นใจตามสไตล์รถยุโรป

สรุปโดยรวม

แม้จะเป็นรถปลายโมเดล แต่หน้าตาของโฉมนี้ยังดูหรูหรา ล้ำสมัย ระบบต่าง ๆ ที่มีให้ก็ครอบคลุมการใช้งาน ด้วยความที่เป็นรถปลั๊กอินไฮบริด จึงสามารถขับได้ทั้งระบบไฟฟ้า และน้ำมัน เรียกได้ว่าเป็นรถที่ขับได้ทั้งแบบประหยัด และขับซิ่ง และเนื่องจากเป็นรถประกอบไทย จึงมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่ 2,799,000 บาท (รวม BSI STANDARD Package) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับพ่อบ้านขาซิ่งเลยทีเดียวครับ

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ ตรวจสอบราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn

ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car


คำนวณค่างวดรถเบื้องต้น
Use the calculator to calculate the installment of your dream car
ระยะเวลาผ่อนชำระ (เดือน)
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้
อัตราการผ่อนชำระ (เดือน)
บาท
จำนวนงวด (เดือน)
สนใจขอสินเชื่อรุ่นนี้
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้

ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ