ในยุคผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” กำลังกลายเป็นคำตอบใหม่ของการเดินทางในชีวิตประจำวัน และหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ YADEA ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มียอดขายอันดับ 1 ต่อเนื่อง 8 ปีซ้อน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่ตอบโจทย์คนเมือง และความคุ้มค่าที่จับต้องได้
วันนี้ YADEA ไม่เพียงแต่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจัง แต่ยังพร้อมปฏิวัติวิธีการเดินทางของคนไทยให้ สะดวก ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้ประกอบการเดลิเวอรี่ YADEA มีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ทำความรู้จักกับ YADEA
YADEA (ยาเดีย) คือแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของการออกแบบที่ทันสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่า และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่ได้รับการรับรอง YADEA มุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม YADEA ได้นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คล่องตัว หรือแม้กระทั่งจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและเทคโนโลยี
จุดเด่นของ YADEA
- ผู้นำด้านแบตเตอรี่และมอเตอร์ TTFAR มีอายุการใช้งานนานขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น (ภายใน 1 ชม.) และวิ่งได้ระยะทางมากกว่า
- ดีไซน์ทันสมัยเหมาะกับคนเมือง
- รถขับเคลี่ยนด้วยไฟฟ้า 100% ต้นทุนในการเดินทางเพียง 1/6 ของมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
- มีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 40,000 สาขาทั่วโลก
- ส่งออกมากกว่า 100 ประเทศ ผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคน
ไม่ได้มีเพียงแค่ดีไซน์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดด้านความปลอดภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับสูงมาใช้ในทุกขั้นตอน ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ YADEA มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด
นอกจากนี้ YADEA ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและเสียง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน การขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า YADEA จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางอย่างมีสไตล์ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป
ประวัติความเป็นมาของ YADEA
YADEA Group Holdings Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 บริษัทแห่งนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม รวมถึงการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสูงโดยในสิ้นปี 2024 มีผู้ใช้งานทั่วโลกทะลุ 100 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท ความสำเร็จนี้ยังส่งผลให้ YADEA ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งด้านยอดขายจักรยานยนต์ไฟฟ้าติดต่อกันถึง 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง YADEA ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการผลิตยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบันและอนาคต
เมื่อทีมงานของเราเดินทางถึงโรงงาน YADEA ในเมืองอานฮุย ซึ่งเป็นโรงงานสาขาที่ใหญ่ที่สุดของ YADEA เราถึงกับตกตะลึงในความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้ เพราะโรงงานขนาดใหญ่ทอดยาวครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนนเลยทีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงขนาดการผลิตที่มหาศาลสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ภายในโรงงานประกอบด้วยสถานีและโซนต่างๆ มากมายที่เราได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชม โรงงานนี้ตั้งอยู้บนพื้นที่ 712 ไร่ ด้วยเงินลงทุนกว่า 6.75 พันล้านบาท โรงงานนี้มีกำลังการผลิต 5 ล้านคันต่อปี สร้างงานกว่า 5,000 ตำแหน่ง และดึงดูดผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 30 ราย สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการจัดส่ง และแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิค เพื่อผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มจากโซนแรก คือโซนการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับตัวรถ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องฉีดพลาสติกอัตโนมัติอัจฉริยะ แต่ละเครื่องมีหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะของตัวรถหนึ่งส่วน จากการสังเกตเบื้องต้น เฉพาะโซนด้านหน้าของโรงงานก็มีเครื่องจักรเหล่านี้เรียงรายเป็นแถวยาว ไม่ต่ำกว่า 30 เครื่อง ซึ่งยังไม่รวมเครื่องจักรทั้งหมดที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้
จากนั้น เราได้เดินทางเข้าสู่ใจกลางโรงงาน เพื่อเยี่ยมชมโซนสายการผลิต หรือโซนประกอบชิ้นส่วน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ละคันให้เกิดขึ้นจริง สิ่งที่น่าสนใจคือ กระบวนการผลิตนี้ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานคนเป็นหลัก มากกว่าการพึ่งพาระบบหุ่นยนต์ประกอบที่ซับซ้อน ซึ่งอาจเป็นเพราะธรรมชาติของงานประกอบที่ยังต้องการความละเอียดอ่อนและการปรับแต่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ได้มีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในบางส่วนของงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การใช้หุ่นยนต์ Panasonic สำหรับเชื่อมโครงรถ เพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน ทำให้พนักงานมีหน้าที่หลักในการประกอบขั้นสุดท้ายแทน
ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เวลาเราพูดถึงสายการผลิตรถยนต์ เรามักจะนึกถึงความวุ่นวายและซับซ้อน แต่โรงงานนี้กลับทำให้เราเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะถึงแม้ภาพรวมจะดูคึกคักและมีอะไรให้ทำตลอดเวลา แต่ทุกอย่างกลับจัดวางและดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการประกอบโครงสร้างพื้นฐาน การติดตั้งเบาะนั่งที่ต้องใช้ความประณีต การประกอบชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ เข้าด้วยกัน ไปจนถึงแผนกควบคุมคุณภาพ (QC) ที่คอยเช็กความสมบูรณ์ในทุกขั้นตอน และสุดท้ายคือแผนกส่งออกที่ดูแลการจัดจำหน่ายสู่ตลาด ทุกกระบวนการล้วนเป็นระบบและเป็นขั้นตอน ซึ่งก่อนจะส่งรถออกจากโรงงาน รถทุกคันต้องผ่านการทดสอบ 10 ขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบแรงบิด (Torque), การตรวจสอบระบบไฟฟ้า, การทดสอบบนสภาพถนนขรุขระ, การทดสอบการขึ้นทางลาด, การทดสอบแรงเบรก และประสิทธิภาพของพลังงาน เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุดจริงๆ
ความมีระเบียบวินัยและความเป็นระบบนี้เองที่ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโรงงานแห่งนี้จึงสามารถผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกมารองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมากมายและรวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์กระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไม YADEA ถึงเป็นผู้นำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าระดับโลก
1. อันดับ 1 ในการขายทั่วโลก 8 ปีซ้อน
YADEA ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการครองแชมป์แบรนด์อันดับ 1 ของโลกติดต่อกันยาวนานถึง 8 ปี ความสำเร็จที่โดดเด่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ YADEA ในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก
จากสถิติที่น่าทึ่ง YADEA มียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 100 ล้านคัน ตอกย้ำความไว้วางใจของผู้ใช้งานที่มีต่อแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้น ในไตรมาสแรกของปี 2025 YADEA ยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่สูงกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับยอดขายรวมของแบรนด์อันดับ 2 และ 3 ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เมื่อนำมารวมกัน สะท้อนให้เห็นถึงส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นและอิทธิพลที่แข็งแกร่งของ YADEA ในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเราประสบความสำเร็จอย่างสูง เช่น ในเวียดนาม ที่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 20% ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี
(อ้างอิง: Yadea ships the 400,000th electric motorcycle in Vietnam | Electronic People's Newspaper)
ความสำเร็จของ YADEA ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เป็นผลจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ตั้งแต่รุ่นสำหรับการเดินทางในเมืองไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูง รวมถึงการสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ YADEA สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำ และเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
2. ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วโลก
YADEA มีฐานการผลิตหลัก 10 แห่งทั่วโลก รวมถึงในประเทศยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และเม็กซิโก ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 25 ล้านคันต่อปี เครือข่ายการผลิตที่กว้างขวางนี้ช่วยให้ YADEA สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนการขนส่ง กระจายความเสี่ยงด้านการผลิต และปรับตัวเข้ากับข้อกำหนดและมาตรฐานของแต่ละภูมิภาคได้อย่างยืดหยุ่น
3. การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อความเป็นผู้นำทางนวัตกรรม
YADEA ทุ่มเทอย่างมากกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยในปี 2024 ได้ลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐในด้านนี้ ซึ่งเทียบเท่ากับการลงทุนรวมของแบรนด์อันดับ 2-10 ในอุตสาหกรรมเดียวกัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยและพัฒนาของ YADEA มุ่งเน้นการพัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอเตอร์ทรงพลัง ระบบควบคุมอัจฉริยะ และการออกแบบที่ทันสมัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของ YADEA เป็นผู้นำตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ YADEA ยังมีสิทธิบัตรมากกว่า 2,000 ฉบับอีกด้วย
4. เทคโนโลยีล้ำสมัย
YADEA โดดเด่นในฐานะแบรนด์เดียวในอุตสาหกรรมที่มีโรงงานผลิตแบบ OEM เป็นของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้สามารถผลิตและควบคุมคุณภาพของส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ คอนโทรลเลอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีคุณภาพตามมาตรฐานสูงสุด
หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี YADEA คือการพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงและอายุการใช้งานยาวนาน
- แบตเตอรี่ TTFAR กราฟีน: แบตเตอรี่ชนิดนี้มีความโดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมและอายุการใช้งานที่ยาวนานเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิมากกว่า 55°C พร้อมรับประกันนานถึง 2 ปี ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานในหลากหลายภูมิประเทศ
- แบตเตอรี่โซเดียมไอออนและ Solid-State Battery: YADEA มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ ด้วยการพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนและ Solid-State Battery ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จที่รวดเร็วและรองรับการชาร์จแบบไร้สาย ซึ่งจะมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับผู้ขับขี่
นอกจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่แล้ว YADEA ยังให้ความสำคัญกับระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมอัจฉริยะ
- มอเตอร์ TTFAR: มอเตอร์ TTFAR เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจและเพลิดเพลินในทุกเส้นทาง
- ระบบควบคุมอัจฉริยะ: AiGo Smart Riding System - AiGo เป็นระบบอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ด้วยการปลดล็อกผ่านแอป/บลูทูธ, แชร์บัญชี, ควบคุมระยะไกล และระบบ AiSafety แจ้งเตือนการชน/ล้ม/เคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อม Geofencing ติดตามตำแหน่ง ป้องกันโจรกรรมด้วยระบบล็อกอัจฉริยะ และตรวจสอบแบตเตอรี่ผ่านแอป Yadea ได้ตลอดเวลา
5. รางวัลที่ได้รับ
ผลิตภัณฑ์ YADEA ได้รับรางวัลการออกแบบอุตสาหกรรมระดับโลกถึง 4 รางวัล ได้แก่
รวมรางวัลอุตสาหกรรมระดับโลกของ YADEA
6. คุณภาพผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม
ผลิตภัณฑ์ YADEA โดดเด่นด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแบตเตอรี่ TTFAR กราฟีน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มาพร้อมการรับประกันการเปลี่ยนใหม่ภายใน 2 ปี นี่คือจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ YADEA เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เนื่องจากมาตรฐานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปมักให้การรับประกันแบตเตอรี่เพียง 6 เดือนเท่านั้น
แบตเตอรี่ TTFAR กราฟีนของ YADEA ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพ ความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน การรับประกันที่ยาวนานถึง 2 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของ YADEA ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการลงทุนในผลิตภัณฑ์ YADEA จะได้รับความคุ้มค่าและไร้กังวลในระยะยาว
รุ่นยอดนิยมของ YADEA ที่น่าจับตามอง
VELAX (กำลังจะเข้าไทย)
VELAX มาพร้อมกับการดีไซน์ที่ทันสมัย โฉบเฉี่ยว และดึงดูดสายตา โดดเด่นด้วยระบบ YADEA AIGO อัจฉริยะ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบนี้สามารถปลดล็อกรถได้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เข้าใกล้ในระยะบลูทูธ ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหากุญแจ นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ของรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งแสดงระดับแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำ พร้อมด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อจอดรถ เพื่อความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน
VELAX มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เบาสบาย แต่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า 2000W พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 72V ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลถึง 89 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน หรือขับขี่ในเมือง
Velax ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ด้วยการปกป้องรอบด้าน ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงที่ทนทานต่อน้ำ แสงแดด และสนิม ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องลมฝนหรือแสงแดดที่อาจทำลายตัวรถ มั่นใจได้ในความแข็งแรงทนทานตลอดการใช้งาน
Velax จึงเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันอัจฉริยะ สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และความทนทาน ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในประเทศไทย
KEENESS (บิ๊กไบค์ที่น่าสนใจ)
สำหรับนักบิดสายบิ๊กไบค์ที่มองหานวัตกรรมแห่งอนาคต YADEA ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนี้ได้กับเจ้า KEENESS รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เรียกได้ว่าเป็น "บิ๊กไบค์ไฟฟ้า" ด้วยความโดดเด่นด้านการออกแบบ ทำให้ KEENESS คว้ารางวัลชนะเลิศ REDDOT 2023 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการออกแบบที่สร้างสรรค์และล้ำสมัยที่สุดในอุตสาหกรรม
หัวใจหลักของ KEENESS คือมอเตอร์ขับกลางที่ให้กำลังสูงสุดถึง 11KW PEAK POWER มอบอัตราเร่งที่น่าทึ่ง สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งจาก 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3 วินาที ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วอย่างดีเยี่ยม ด้านพลังงาน KEENES ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมคู่แบบถอดได้ ซึ่งมอบความสะดวกสบายในการใช้งานและชาร์จไฟ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 129 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้การเดินทางระยะกลางเป็นไปได้อย่างไร้กังวล
นอกจากสมรรถนะแล้ว KEENESS ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อรถเข้ากับแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามข้อมูลต่างๆ มาพร้อมระบบ GPS ในตัวเพื่อความปลอดภัย รวมถึงฟังก์ชันปลดล็อกแบบไร้กุญแจที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน YADEA KEENES จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับตลาดบิ๊กไบค์ไฟฟ้าในประเทศไทย หากมีการนำเข้ามาจำหน่าย จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน
OVA
หนึ่งในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยและน่าสนใจอย่างยิ่งคือรุ่น OVA ซึ่งโดดเด่นด้วยการผสมผสานดีไซน์สไตล์วินเทจเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้เหมาะกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน ด้วยดีไซน์แบบทูโทนที่สะดุดตาในหลายระดับสี ตัวรถมีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด ทำให้ควบคุมง่ายและคล่องตัวในการขับขี่ ไม่ว่าจะต้องซอกแซกไปตามการจราจรที่หนาแน่นในเมืองหรือขับขี่ในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่ทำให้ OVA มั่นใจได้ในทุกการเดินทางคือแบตเตอรี่กราฟีนขนาด 60V ที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ให้พลังงานที่เสถียรและทนทาน ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 600W ที่ให้กำลังขับเคลื่อนเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 42 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญคือการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียว สามารถวิ่งได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือทำธุระต่างๆ
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า OVA เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง หลีกเลี่ยงปัญหารถติด และประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับขี่ในระยะทางไกลต่อวัน เช่น ผู้ที่ต้องเดินทางข้ามเขต หรือผู้ที่ต้องการรถที่สามารถพาไปถึงที่หมายได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง OVA จึงเป็นคำตอบสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพ ดีไซน์ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
C16
C16 รถสามล้อไฟฟ้าแบบมีหลังคาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่บ้านและสำหรับผู้สูงอายุ โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว สิ่งที่ทำให้ C16 แตกต่างคือหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 12 นิ้ว ดีไซน์บางเฉียบ มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ พร้อมการแสดงข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วน เพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่
ไม่เพียงเท่านั้น C16 ยังมาพร้อมกับกระจกนิรภัย 3C ที่มีความแข็งแรงทนทาน ช่วยป้องกันเศษฝุ่นและเพิ่มความปลอดภัยในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนแบบใด ผู้ขับขี่ก็มั่นใจได้ในความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งล้อแม็กอะลูมิเนียมที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางและระบบเบรก ให้ความทนทานพร้อมใช้งานในระยะยาว เพื่อความสบายสูงสุดในการขับขี่ C16 ได้รับการออกแบบเบาะนั่งให้มีความหนานุ่มเป็นพิเศษ ช่วยลดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและผ่อนคลาย ไม่ว่าจะขับขี่ระยะทางใกล้หรือไกล
ในด้านสมรรถนะ C16 มาพร้อมกับกำลังไฟฟ้า 650W ที่ให้แรงขับเคลื่อนเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน แบตเตอรี่มีความจุ 72V ความเร็วสูงสุดของรถอยู่ที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานในชุมชนหรือพื้นที่จำกัด ที่สำคัญคือ C16 สามารถวิ่งได้ไกลถึง 75 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและประหยัดพลังงาน
YADEA ในประเทศไทย
YADEA แบรนด์ผู้นำด้านมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหายานพาหนะส่วนบุคคลที่มีคุณภาพสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ YADEA ประสบความสำเร็จในตลาดไทย มาจากความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ให้ระยะทางขับขี่ไกลขึ้น และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
นอกเหนือจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว YADEA ยังให้ความสำคัญกับเครือข่ายการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ปัจจุบัน YADEA มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการมากกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 100 สาขาภายในปี 2025 โดยสาขาเหล่านี้พร้อมให้บริการครบวงจร ทั้งการจำหน่ายจักรยานยนต์ไฟฟ้า การตรวจเช็กสภาพ การซ่อมบำรุง และการจัดหาอะไหล่แท้ เพื่อให้จักรยานยนต์ไฟฟ้า YADEA ของคุณพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์
เมื่อมองหาจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้ง คุ้มค่า ประหยัด และใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย คำตอบที่ชัดเจนคือ YADEA Thailand ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมาพร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ที่แตกต่าง
“ทดลองขับ YADEA ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมใกล้บ้านคุณ”
ค้นหาดีลเลอร์ YADEA ใกล้คุณ https://yadea.co.th/find-a-store
ติดตามข่าวสารที่ Facebook Page YADEA Thailand
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ความคิดเห็น