Hilux TRAVO-e บททดสอบของความ คงทน Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

Hilux TRAVO-e บททดสอบของความ คงทน

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โตโยต้าเปิด ไฮลักซ์ ทราโว่-อี “Hilux TRAVO-e” ปิกอัพไฟฟ้าล้วน 100% รุ่นแรกที่ทำตลาดจริง อย่างเป็นทางการ หลายคนตั้งคำถามว่าเป็นอย่างไรกันบ้า


Hilux TRAVO-e 

 

แน่นอนว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ดังนั้นโตโยต้าจึงได้จัดการทดสอบ  ไฮลักซ์ ทราโว่-อี “Hilux TRAVO-e” ปิกอัพไฟฟ้าล้วน 100% รุ่นแรกที่ทำตลาดจริง พิสูจน์สมรรถนะทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด เพื่อให้เห็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD และ Multi Terrain Select ที่ให้รถจัดการทุกอย่างแทนผู้ขับ 

 

หลายท่านตั้งคำถามว่าราคาของ  “Hilux TRAVO-e” นั้นแพงไปไหม โดยทางโตโยต้าได้ทำตลาดเพียงรุ่น เดียวคือ Double Cab 4TREX ราคา 1,491,000 บาท 

 

ในการจัดทดสอบครั้งนี้ ล่าสุด โตโยต้าได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะของ ไฮลักซ์ ทราโว่-อี ทั้งบนถนนจริงและสนามออฟโรดที่จำลองสภาพการใช้งานหนักเอาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ทางดิน โคลน เนินสลับ ทางเอียง ไปจนถึงการลุยน้ำ เป็นการทดสอบอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ All-Wheel Drive และระบบ Multi Terrain Select ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องเลือก 4H หรือ 4L เหมือนรถออฟโรดแบบดั้งเดิม เพราะระบบจะจัดการให้ แต่ผู้ขับก็ยังสามารถเลือกโหมดย่อยได้เหมือนเดิม

มิติตัวถัง Hilux TRAVO-e 

  • ความยาว 5,320 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,855 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,800 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ Wheelbase 3,085 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดใต้ท้องรถ Gorund Clearance 215 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.4 เมตร

มิติกระบะท้าย

  • ความยาว 1,555 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,540 มิลลิเมตร
  • ความสูง 480 มิลลิเมตร

 

ขุมพลังขับเคลื่อน Travo-e ขุมพลังไฟฟ้า 100% 

ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 144 กิโลวัตต์ หรือ 196 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด ด้านหน้า 205.5 นิวตันเมตร ด้านหลัง 268.6 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 59.2kWh  รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 10 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 125 kW

ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน

ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำได้ 315 กิโลเมตร* (NEDC)

มาพร้อมโหมดการขับขี่ Multi-Terrain Select (MTS) ปรับการการกระจายกำลัง และการควบคุมเบรก ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่แบบ Off-road มีให้เลือก 5 รูปแบบ ดังนี้

Dirt พื้นดิน/กรวด
Sand พื้นทราย
Mud พื้นโคลน
Rock พื้นหิน
Mogul เนินสลับ

การทดสอบ HILUX TRAVO-e

ก่อนการเดินทางทบทวนจุดเด่นสำหรับ HILUX TRAVO-e เริ่มจากโครงสร้าง แม้จะใช้แชสซีส์พื้นฐานเดียวกับ Hilux TRAVO เครื่องยนต์ดีเซล แต่มีการปรับปรุงหลายจุดเพื่อรองรับระบบไฟฟ้า โตโยต้าออกแบบให้ถอดคานขวางใต้ห้องโดยสารออกเพื่อจัดวางแบตเตอรี่ และเสริมคานด้านหน้าและด้านหลังแทน รวมถึงเพิ่มจุดเชื่อมพื้นตัวถังเพื่อเสริมความแข็งแรงของห้องโดยสาร ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้นและการขับขี่นุ่มนวลขึ้น ยางรองตัวถังแบบ Shear Type ถูกนำมาใช้เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร ขณะที่แกนพวงมาลัยขนาดใหญ่ช่วยให้การควบคุมแม่นยำขึ้น

โตโยต้ายังให้ความสำคัญกับการกระจายน้ำหนัก โดยออกแบบให้หน้า-หลังสมดุลในสัดส่วน 50:50 และด้วยการวางแบตเตอรี่ไว้ใต้ห้องโดยสาร รวมถึงตำแหน่งมอเตอร์ที่อยู่ต่ำ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าไฮลักซ์ รุ่นเครื่องยนต์ ส่งผลให้การควบคุมรถบนถนนดำมั่นใจขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก Hilux TRAVO ก็ตาม

โตโยต้าเน้นในเรื่อง ความทนทานและความปลอดภัย เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดระบบ “Diamond Guard” เพื่อปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า ทั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ การยึดแบตเตอรี่กับเฟรมย่อยในรูปทรง Diamond Shape เพื่อลดแรงบิดตัวของเฟรม และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกรอบทิศทาง ซึ่งเป็นคำตอบที่ว่าทำไมถึงใส่แบตเตอรี่ได้เล็กเพราะต้องการให้ปลอดภัยมากที่สุด 

ในการวิ่งถนนจริงสำหรับ HILUX TRAVO-e ในตอนแรกทีมงานคาดหวังว่าจะนุ่มนวล แต่ในการใช้งานจริงต้องยอมรับว่ามีความแข็งกว่าอย่างชัดเจนด้วยเหตุที่ HILUX TRAVO-e มีการปรับช่วงล่างที่แข็งกว่าเพื่อรองรับน้ำหนักของตัวรถที่เพิ่มมากขึ้นและจะมีความนุ่มนวลขึ้นในเวลาที่มีการบรรทุกสิ่งของ (เน้นตลาดส่งออก)

เมื่อถึงการทดสอบในสนามออฟโรด ไฮลักซ์ ทราโว่-อี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไม่ต่างจากไฮลักซ์ แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือพละกำลังที่ไม่ต้องรอรอบเหมือนเครื่องยนต์ดีเซลให้การตอบสนองที่ดีเยียม และการปรับจูนคันเร่งที่มีความพอดีไม่แรงจนเกินไปทำให้ขับขี่ง่ายในเส้นทางออฟโรด เพราะโดยปกติแล้วรถไฟฟ้าที่ลุยออฟโรดได้ส่วนใหญ่จะมีพละกำลังที่ค่อนข้างแรงกว่าปกติทำให้เวลาผ่านหลุมบ่อต่างๆนั้น จะคุ้มคันเร่งได้ยากมาก เพราะรถจะพยามยามกระโจนออกอย่างเดียวทำให้ให้เกิดอาการล้อฟรีอยู่บ่อยๆ ซึ่งต่างจาก ทราโว่-อี ที่มีการปรับคันเร่งที่ค่อนข้างดีใกล้กับรถน้ำมันแต่ดีกว่า

ในส่วนของระบบนั้น ใช้งานค่อนข้างง่ายซึ่งดีกว่า รถดีเซลปกติเพราะว่าเวลาเปลี่ยนโหมดการขับขี่ต่างๆนั้น ไม่ต้องหยุดรถแต่สามารถขับไปเลื่อยและเปลี่ยนโหมดได้ทันที รถจะทำการคำนวณเองว่าต้องถ่ายกำลังไปที่ล้อไหนมากกว่ากัน ทำให้การขับขี่แบบออฟโรดกลายเป็นเรื่องง่าย 

สิ่งที่โตโยต้าย้ำหนักแน่นไฮลักซ์ ทราโว่-อี สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 70 เซนติเมตร และติดตั้ง ซึ่งทั้งหมดช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานออฟโรดจริง

การขับขี่ออฟโรดอยู่ที่ระบบ Multi Terrain Select ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกโหมดย่อยได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Dirt, Mud, Sand, Rock หรือ Auto และยังมีโหมดเด่นอย่าง Mogul ที่ออกแบบมาสำหรับเส้นทางป่าเขา พื้นผิวไม่เรียบ และการขับที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยควบคุมการส่งกำลัง ลดอาการลื่นไถลของล้อ เมื่อใดที่ล้อใดล้อหนึ่งลอยหรือไม่สัมผัสพื้น ระบบจะตัดกำลังออกจากล้อนั้นแล้วถ่ายแรงไปยังล้ออื่นทันที ทำให้การผ่านอุปสรรคอย่างเนินสลับหรือร่องลึกเป็นไปอย่างง่ายดายโดยแทบไม่ต้องใช้เทคนิคจากผู้ขับ

แต่สิ่งที่ ไฮลักซ์ ทราโว่-อี ทำได้ดีกว่ารถไฟฟ้าจากฝั่งจีนคือ การปกป้องแบตเตอรี่ที่ทำได้ดีกว่ามากเมื่อนำมาใช้งานในเส้นทางแบบออฟโรด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำใส่แบตเตอรี่ได้น้อยกว่าปกติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวชุดมอเตอร์ค่อนข้างกินไฟเช่นกัน ในการทดสอบจริงวิ่งจริงนั้น หนึ่งการชาร์สามารถวิ่งได้เพียง 220-240 กิโลเมตรเท่านั้น เอง 

สรุป HILUX TRAVO-e

สำหรับ HILUX TRAVO-e เหมาะกับใครนั้นคำตอบที่ได้คือเจ้าของกิจการและต้องการใช้งานรถกระบะไฟฟ้าที่สามารถขนของได้เล็กน้อย หรือเจ้าของสวนที่เข้าไปตรวจงานสามารถนอนในรถได้ลุยได้ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับภาคขนส่งที่ต้องการใช้รถในระยะทางไกลหรือแบกหนักๆ ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องรอเทคโนโลยีที่ดีกว่านี้ เช่น มอเตอร์ที่ให้กำลังดีและประหยัดไฟ เพราะในส่วนการใช้งานนั้นถือว่าผ่าน และสิ่งที่เป็นข้อเด่นสำหรับ HILUX TRAVO-e การดูแลรักษาที่มีราคาถูกกว่าดีเซล และสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้ไม่ต้องรอนาน พร้อมด้วยประกันที่ราคาไม่สูงมาก 

ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าเป็นผู้ใช้งานในแบบรู้ว่าต้องวิ่งต่อวันไม่เกิน 200km สามารถชาร์จที่บ้านได้สบายๆ ถ้ารถไม่นุ่มก็สามารถไปเปลี่ยนช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลได้ สามารถจ่ายในราคา 1,491,000 บาท  ได้สบายๆคุณก็คือลูกค้า 

 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ