ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก Share this

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก

Wongsupat
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส.อ.ท.เผยการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล VS อิหร่าน สร้างความกังวลในเรื่องการส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย คาดอาจกระทบต่อกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่แล้วให้ทรุดลงไปอีก


 

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดังต่อไปนี้

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก 

ผลิตลดลงจากเดือนมกราคม 2569

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งสิ้น 117,952 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 0.37 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 3.43 เพิ่มขึ้นเพราะผลิตรถยนต์นั่งส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.83 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.98 จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 236,338 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 6.87

ยอดขายก.พ.ลดลง เหตุรถอีวียอดขายตก

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2569 ร้อยละ 34.75 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 2.17 ลดลงเพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลงร้อยละ 18.56 จากเดือนเดียวกันปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0 และรถกระบะกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขายลดลงจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอ การลงทุนจากต่างประเทศและของคนไทยยังรอความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลใหม่ 

เหตุการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยังไม่ทราบว่าจะนานแค่ไหน สร้างความกังวลในเรื่องการส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดลงไปอีก ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตราวๆ 1.2% ซึ่งอาจกระทบยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศด้วย

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก 

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 28,635 คัน เท่ากับร้อยละ 59.36 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.84
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 9,330 คัน เท่ากับร้อยละ 19.34 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 20.24
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 6,168 คัน เท่ากับร้อยละ 12.79 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.56
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 352 คัน เท่ากับร้อยละ 0.73 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 55.33
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 79 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,706 คัน เท่ากับร้อยละ 26.34 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 18.98

รถกระบะมีจำนวน 12,998 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 1.41 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 168.57 รถกระบะ REEV ไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 4,277 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 43.76 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,282 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.95 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 12 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 939 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 24.64

ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2569 รถยนต์มียอดขาย 122,218 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 25.49 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 84,635 คันเท่ากับร้อยละ 69.25 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 38.11

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก 
ส่งออกรถยนต์ลดลงทั้งเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย

เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งออกได้ 81,195 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 39.02 แต่ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร้อยละ 0.05 ลดลงเล็กน้อยแค่ 41 คัน ตลาดที่ลดลงมีเอเชีย ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตลาดยุโรป ตลาดตะวันออกกลางยังคงเพิ่มขึ้นเพราะยังไม่มีการสู้รบกัน 

แต่รถยนต์ที่ส่งออกไปถึงช่องแคบฮอร์มูซ ไม่กล้าแล่นผ่าน ต้องไปจอดพักที่อินเดียและสิงคโปร์ ตะวันออกกลางเป็นตลาดใหญ่อันดับสามของการส่งออกรถยนต์ รถยนต์เป็นสินค้าที่มีมูลค่าส่งออก มากเป็นอันดับหนึ่งในเกือบทุกประเทศในตะวันออกกลาง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการสู้รบจะยุติลงเมื่อไร เพราะปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยส่งรถยนต์ไปตะวันออกกลาง 200,001 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.61 จากปี 2567 เท่ากับร้อยละ 21.17 ของยอดส่งออกทั้งหมด 935,750 คัน มูลค่ามากกว่า 120,000 ล้านบาท โดยเป็นรถกระบะมากที่สุด 114,644 คัน รถยนต์นั่ง 61,958 คัน รถ PPV 23,359 คัน

เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 142,123.27 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.95

ส.อ.ท. ส่งสัญญาณเตือนผลการสู้รบตะวันออกกลาง กระทบส่งออกและกำลังซื้อที่อ่อนแอทรุดลงไปอีก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ