เปิดตัวเปิดราคาเป็นที่เรียบร้อยรถไฟฟ้าคันที่สองจากค่าย ฮอนด้า สำหรับ Honda e:N2 รถไฟฟ้า100% ทรง suv
Honda e:N2
Honda e:N2 รถไฟฟ้า100% เปิดราคาในงาน motor show 2026 ที่เรียกได้ว่ากระแสอาจจะเงียบๆไปหน่อยต่างจากเพื่อนบ้านที่เรียกได้ว่าราคาตะลึงกันไปเลย
Honda e:N2 ราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU จีน) โดย ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย
- HONDA e:N2 1,429,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพ ดังนี้
รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อม Ultimate Care เพิ่มอีก 2 ปี 40,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี 140,000 กิโลเมตร)
รับประกันมอเตอร์ และ ระบบขับเคลื่อน นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 160,000 km.
ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง
ฟรี สายชาร์จพกพา Portable Charger
ดอกเบี้ยพิเศษ 1.54 – 1.69%
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี
โดย Honda e:N2 ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้น เพื่อสะท้อน DNA ความโดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า
สู่ไฮไลต์การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ได้แก่
ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback ที่ผสานความสง่างามของรถ
ซีดานเข้ากับตัวถังรถ SUV ไว้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่มีมิติในทุกมุมมอง เสริมด้วยการใช้เส้นสายเฉียบคมที่สอดรับกับแนวคิดการออกแบบ ‘Knives Out’ โดยตัวรถมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์
Grille-less ตามเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า เสริมด้วยสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง โดยช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน กระจกด้านหลังแบบ Privacy และกระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลาย
ในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
มอบความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวัน
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM2.5
ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
อีกทั้งหลากหลายเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ
ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยสุนทรียะแห่งดนตรี
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย มอบประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ใช้งานง่าย ควบคุมและสั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ใช้งานง่ายเพียงวาง พร้อมถาดจัดเก็บแบบ Hidden Tray เพิ่มความเป็นระเบียบภายในห้องโดยสาร
ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 2 ตำแหน่งและด้านหลัง 2 ตำแหน่ง)
ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เชื่อมต่อทุกประสบการณ์การใช้งาน ตอบรับทุก
ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รวมถึงระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็น
เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถแยกพับแบบ 60:40 สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างสูงสุด มอบพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ความจุสูงสุดถึง 513 ลิตร โดยสามารถปรับได้ 2 ระดับ คือ
ปรับพับแบบพื้นห้องสัมภาระท้ายเเบนราบ: มอบพื้นที่เรียบ โล่ง ใช้งานง่าย ช่วยให้การหยิบจับและเคลื่อนย้ายสัมภาระเป็นไปอย่างสะดวก รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุด 2 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุด 2 ใบปรับพับแบบดันแผ่นรองพื้นสัมภาระลงไป: มอบพื้นที่ความจุขนาดใหญ่ กว้างขวาง รองรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟได้สูงสุดถึง 3 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้ว ได้สูงสุดถึง 3 ใบ
ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ
- น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ออกแบบมาเพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารรองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว
- กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ถุงลมกลางด้านหน้า
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
ขุมพลังไฟฟ้า 100%
ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ
กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร* (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด
โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่ช่วยปรับการทำงานของมอเตอร์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น มอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้น
โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) โดยระบบจะขับเคลื่อนโดยมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลัง
ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหมาะสม
โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) พร้อมปรับการทำงานของมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดพลังงานมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
โหมดการขับขี่ Snow (Snow Mode) ที่ช่วยปรับการตอบสนองของมอเตอร์ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้นและเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่บนสภาพถนนลื่น
ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อมมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด และครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า ยกระดับความปลอดภัยอีกขั้นในทุกเส้นทาง
สีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสาร
สีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
ข้อมูลทั่วไป
มิติตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง): 4,788 x 1,838 x 1,570 มม.
ฐานล้อ: 2,733 มม.
ระบบชาร์จ: รองรับหัวชาร์จ 2 แบบ
ชาร์จแบบ AC (กระแสสลับ) Type 2
ชาร์จแบบ DC (กระแสตรง) CCS 2
ชนิดแบตเตอรี่: ลิเธียม-ไอออน
ความจุแบตเตอรี่: 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
แนวคิดหลักในการพัฒนา (Grand Concept)
e:NSURE YOUR SAFETY
Honda e:N2 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงาน 6ฟังก์ชันหลัก ๆ ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบจะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถ เมื่อมีการตรวจจับว่ารถยนต์คันหน้า รถสวนทาง จักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 5 กม./ชม. ขึ้นไป
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบจะควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานโดยการใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเสริมแรงที่พวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลน เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 - 180 กม./ชม.
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ โดยใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้า ตรวจจับสภาพแสงบนท้องถนนและรถที่วิ่งบนท้องถนน เช่น ไฟรถสวนทาง ไฟทาง โดยเมื่อขับขี่ในที่มืดไม่มีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และจะปิดไฟสูงเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์ด้านหน้า หรือรถวิ่งสวนทาง ทำให้ไม่รบกวนผู้ขับขี่บนท้องถนน ทั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์การขับขี่
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
- ระบบจะใช้กล้องมุมกว้างด้านหน้าตรวจจับรถที่หยุดด้านหน้าในระยะ 10 เมตร เมื่อรถคันด้านหน้าเคลื่อนที่ ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่ออกตัวตามรถคันหน้า
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูล พร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ และช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 72 - 180 กม./ชม.
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ โดยมีการตรวจจับพร้อมปรับความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วต่ำ
- ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ โดยระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยการเปิดใช้งานจะต้องกดสวิตช์บนพวงมาลัยเพื่อเปิดใช้งานพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
- เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
- ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
- ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ถุงลมกลางด้านหน้า
- ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น