Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าประกอบและผลิต รถ 4 รุ่นแรก JAECOO 5 EV, JAECOO 6 EV, OMODA C5 EV และ CHERY V23 ก่อนส่งออกเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เผยกลางปีเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ J6T REEVและ OMODA C4 เสริมทัพต่อเนื่อง
ลุยต่อไม่พัก! OMODA & JAECOO ปักหมุดกลางปี 69 เปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่เสริมทัพ
เฉิน ชุนชิง (Mr.Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า Chery Group ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือน ขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน

การขยายตัวในระดับสากลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 18 ประเทศ และในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, ตามด้วย CHERY และล่าสุดคือ LEPAS สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของตลาดไทย
ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ปี 2569 CHERY, OMODA & JAECOO สามารถคว้าอันดับ 1 ด้านยอดจองในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์สัญชาติจีน สะท้อนถึงโมเมนตัมทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ในประเทศไทย
โรงงาน NEV ในประเทศไทยได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง รวมถึงกระบวนการเชื่อมตัวถังอะลูมิเนียม และได้เริ่มเข้าสู่ระยะการผลิตแล้ว โดยในแผนระยะ 5 ปี (2569–2573) Chery Group ตั้งเป้ากำลังการผลิตที่ 80,000 คันต่อปี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในภูมิภาค

เซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้ง 3 แบรนด์ โดย CHERY จะเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ BEV และ PHEV ขณะที่ OMODA และ JAECOO จะสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการผลิต Chery Group ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “Here to Care” โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการเป็น 210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง

เปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ ทั้ง REEV และไฟฟ้า
บิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดโรงงาน NEV ในประเทศไทยของChery Group, OMODA & JAECOO Thailand นั้น เป็นเพียงการเริ่มต้นของบริษัทเท่านั้น ในช่วงเริ่มประกอบและผลิตรถยนต์ 3 เดือนแรก กำลังการผลิตน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 คัน จากกำลังการผลิต 80,000 คัน/ปี โดยการผลิตรถยนต์ดังกล่าวเพื่อรองรับตลาดในประเทศก่อน เบื้องต้นวางแผนผลิตจำนวน 7 รุ่น (Chery, OMODA, JAECOO) และจะผลิต JAECOO รุ่น J6 ขายในประเทศ ก่อนส่งออกไปมาเลเซีย
- “อนาคตเราจะประกอบและผลิตแบตเตอรีในไทย จากเดิมที่นำเข้าเซลล์แบตเตอรีจากจีนมาประกอบในประเทศไทย โดยสัดส่วนการใช้ Local Content ของบริษัทอยู่ที่ 45% และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ J6T REEVและ OMODA C4 ตามแผนงานจะเปิดตัวกลางปี 2569 พร้อมวางแผนส่งออกประเทศใกล้เคียงด้วย”

ปรับแผนบริหารจัดการเซมิคอนแทคเตอร์ หลังต้นทุนจ่อพุ่ง 2 เท่า
เซดริก ซุย ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ใช้รถยนต์กังวลเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลของสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อ Chery Group เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ทั่วโลก เพราะเริ่มมีปัญหา Supply Chain ขาดฮีเลียมที่นำมาผลิตคอนแทคเตอร์ เรื่องนี้ทั่วโลกเริ่มกังวลว่า จะเกิดการขาดแคลน
ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้เซมิคอนแทคเตอร์มาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทางบริษัทก็พยายามบริหารจัดการต้นทุน และบริหารซัพพลายเชนอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบหรือขาดแคลน อีกทั้งยังมีเรื่องของปิโตรเคมีคอลที่นำมาใช้ผลิตรถยนต์ เช่น กลุ่มพลาสติกขั้นสูง
- “บริษัทพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้บริโภคและบริษัท เพราะราคาเซมิคอนแทคเตอร์ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์”
สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ที่รัฐประกาศออกมาล่าสุดนั้น สำหรับ Chery Group ถือว่า เป็นนโยบายที่ดี จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เปลี่ยนจากรถสันดาปไปเป็นรถเทคโนโลยีใหม่เช่นรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์พลังงานทางเลือกอื่นๆ ช่วยลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งทำให้ประเทศไทยไม่ต้องกังวลเรื่อง คาร์บอนฯ ที่ปล่อยออกมา รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นตลาด ซึ่งทำตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะสม

สรุปรายละเอียดโรงงาน CHERY Group ในไทย
CHERY Group ได้ลงทุนในโครงการโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 5 พันล้านบาท ด้วยขนาดพื้นที่ 104 ไร่ สร้างศูนย์กลางสําหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการผลิตแบบครบวงจร และเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV Hub) ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิตและประกอบรถยนต์ รวมถึงการประกอบแบตเตอรี่ โรงงานแห่งนี้มีความสามารถในการผลิตรายปี 80,000 คัน โดยเริ่มต้นด้วยการประกอบรถยนต์แบบ KD (Knocked Down) ในระยะแรก
พร้อมแผนการขยายไปสู่การผลิตแบบเต็มรูปแบบในอนาคต โรงงานจะมุ่งเน้นการผลิตรถพลังงานไฟฟ้า (BEV) ในระยะแรก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นสําหรับยานยนต์พลังงานสะอาด โดย CHERY Group (OMODA & JAECOO Manufacturing Co., Ltd) จะทําหน้าที่เป็นศูนย์การผลิตยานยนต์พลังงานใหม่เชิงกลยุทธ์ เพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดต่างประเทศทั่วโลก ประเทศปลายทางการส่งออกหลักจะเป็นประเทศสมาชิก ASEAN เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยให้ CHERY Group ขยายการดําเนินงานและเพิ่มการเข้าถึงตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีประสิทธิภาพ รถ 4 รุ่นแรกที่จะผลิตคือ JAECOO 5 EV ตามด้วย JAECOO 6 EV, OMODA C5 EV, CHERY V23 และรุ่นอื่น ๆ ภายในครึ่งปีแรก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
- ทำใบขับขี่ 2569 สรุปขั้นตอนสำคัญที่ต้องรู้ฉบับสมบูรณ์
- ปักหมุด! ฤกษ์ออกรถ 2569 รวมราชาฤกษ์-วันธงชัย ดีที่สุดแห่งปี
- อัปเกรด!! ต่ออายุใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี มีขั้นตอนอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียมเท่าไร
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น