AI กำลังจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์ยังไง? Share this

AI กำลังจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์ยังไง?

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้เราเข้าสู่ยุคของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นที่เรียบร้อย จากยุคก่อนที่เราต้องทำหน้าที่สั่งการคอมพิวเตอร์ แต่วันนี้มันสามารถคิด วิเคราะห์ด้วยตนเองได้แล้ว ซึ่งมันจะเปลี่ยนโลกของเราไปตลอดกาล


AI ในวงการยานยนต์

AI ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียง “ฟีเจอร์ในรถ” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นชั้นเทคโนโลยีที่เชื่อมตั้งแต่การหาแนวคิดสินค้า การออกแบบ วิศวกรรมจำลอง การผลิต การตั้งราคา การขาย การบริการหลังการขาย ไปจนถึงระบบขับขี่อัตโนมัติและการอัปเดตซอฟต์แวร์หลังส่งมอบรถแล้ว

ผู้ผลิตรายใหญ่เริ่มประกาศใช้ AI ในระดับทั้ง Value Chain และตั้งเป้าใช้ AI เร่งงานตั้งแต่พัฒนารถจนถึงโรงงาน โดยคาดว่าอาจช่วยประหยัดได้สูงถึง 4 พันล้านยูโรภายในปี 2035

ขณะเดียวกันบางแบรนด์ใช้ AI/digital twin เพื่อจำลองโรงงานและพัฒนางานวิศวกรรมกับการผลิตให้เร็วขึ้นและผิดพลาดน้อยลงกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในยุคปัจจุบัน และยุคถัดไป การเขียนโค้ดคำสั่งแบบเดิมๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ช้าเกินไป เพราะ AI ยุคนี้สามารถคิดและจำลองสถานการณ์ขึ้นมาเองได้เลย

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

เพราะคุณสมบัติของ AI คือสามารถวิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบจำลองข้อมูลขึ้นมาเองได้เลย ขอเพียงแค่ผู้ใช้งานกำหนดทิศทางที่ต้องการว่าอยากทดลองอะไร เจ้า AI จัดการให้ทั้งหมด

ช่วยทำให้การทดลองทำซ้ำๆ ต่างๆ ประหยัดเวลาไปได้เป็นอย่างมาก และช่วยทำให้รังสรรค์ยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมากยิ่งขึ้น

โดยขั้นตอนการผลิตรถยนต์นับตั้งแต่ 0 จนออกมาเป็นคันได้ ต้องประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

เฟส 0: การวิจัย พัฒนา และออกแบบ (R&D & Design)

ขั้นตอนที่ 1: โรงปั๊มขึ้นรูปตัวถัง (Press Shop)

ขั้นตอนที่ 2: โรงประกอบโครงสร้าง (Body Shop)

ขั้นตอนที่ 3: โรงพ่นสี (Paint Shop)

ขั้นตอนที่ 4: โรงประกอบชิ้นส่วน (Assembly Shop / Trim & Final)

ขั้นตอนที่ 5: โรงตรวจสอบคุณภาพและทดสอบ (Quality & Inspection)

ขั้นตอนสุดท้าย: การขนส่งออกสู่โชว์รูม (Logistics & Delivery)

 

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

ทำไม AI จึงทำให้รถรุ่นใหม่พัฒนาได้เร็วขึ้นมหาศาล?

ในยุคนี้ AI สามารถทำสิ่งที่เรียกว่า Generative Design คือเราแค่ใส่เงื่อนไขว่าอยากได้โครงสร้างรถที่เบาที่สุดแต่แข็งแรงที่สุด AI จะคำนวณและวาดแบบออกมาให้เลือกเป็นร้อยๆ แบบในเวลาไม่กี่นาที แถมยังจำลองการชนหรือทดสอบหลักอากาศพลศาสตร์ผ่านระบบ Digital Twin (โลกเสมือน) ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอปั้นดินเหนียวเหมือนเมื่อก่อน"

ไม่เพียงแค่เรื่องตัวรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สามารถช่วยออกแบบ และการพัฒนาเท่านั้น ระบบ AI ยังสามารถช่วยวางแผนทางการผลิตและการคำนวณต้นทุนการผลิตไปจนถึงจุดคุ้มทุนได้เลยว่า การลงทุนด้วยสเกลเท่านี้ ควรจะผลิตออกมาเป็นจำนวนเท่าใด จึงจะมีความคุ้มค่าทางการลงทุน

ซึ่งองค์กรที่มีการใช้ AI ร่วมกันภายในนั้น พนักงานแต่ละภาคส่วนก็จะสามารถรู้รายละเอียดเกี่ยวกับภาคส่วนต่างๆ ภายในองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น

เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ทีมการตลาดจะรู้เรื่องขั้นตอนการวิจัย พัฒนา และการใช้วัสดุต่างๆ ในการผลิตรถยนต์ออกมาสักคันหนึ่ง

แต่ถ้าในองค์กรใช้ AI ที่มีชุดองค์ความรู้กลางเดียวกัน การที่ฝ่ายการตลาดจะถามว่า มอเตอร์ขับเคลื่อนชุดนี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยีอะไรไว้บ้าง มีความทนทานมากน้อยแค่ไหน มีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร ตัว AI ก็จะช่วยอธิบายได้หมดโดยที่ไม่จำเป็นต้องจัดประชุมเรียกทีม R&D มาบรรยายเลยแม้แต่น้อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาการหาข้อมูลภายในไปได้อีกอย่างมหาศาล

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในไลน์การผลิตที่ AI ควบคุม จะเข้ามาจัดการระบบ Supply Chain อัจฉริยะ มันจะคำนวณดีมานด์จากยอดจองทั่วโลก แล้วสั่งการไปยังโรงงานผลิตชิ้นส่วนแบบ Real-time ทำให้วางแผนการประกอบรถได้แบบไร้รอยต่อ ลดการสต็อกของให้น้อยที่สุด"

โดยเรื่องของรายละเอียดนั้นตัว AI จัดทำเองมาให้เลย โดยที่ไม่ต้องถึงขั้นให้มนุษย์ต้องมาเสียเวลาประชุมกันเป็นหลายๆ วันกว่าจะเคาะเสร็จ เหลือเพียงให้ AI ออกแบบมาให้จบ และให้มนุษย์ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ก็ลงมือทำได้เลย

ส่วนที่สำคัญที่สุดของการผลิตรถยนต์นั้นคือโรงงานผลิตรถ ซึ่งปัจจุบันนี้เริ่มมีการนำเอาระบบ AI มาช่วยวางแผนการผลิตในทุกภาคส่วน

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชิ้นส่วนรถยนต์ที่เป็นรูปร่างขึ้นมา โดยโรงงานจะนำ เหล็กกล้าหรืออลูมิเนียมม้วนขนาดมหึมา มาตัดให้เป็นแผ่นตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นจะส่งเข้าเครื่องปั๊มไฮดรอลิกขนาดหลายพันตัน เพื่อปั๊มแผ่นเหล็กแบนๆ ให้กลายเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น ประตู, บังโคลน, หลังคา, หรือฝากระโปรง

 

โรงงานผลิตรถยนต์ AI

จากนั้นชิ้นส่วนเหล็กที่ปั๊มเสร็จแล้วจะถูกส่งมาที่แผนกประกอบโครงสร้าง หรือ Body Shop เพื่อประกอบเป็นรูปทรงรถ

โดยแผนกนี้จะใช้ หุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะ (Robots) เกือบ 100% ในการทำงาน เพราะต้องการความแม่นยำสูงมาก

ซึ่งหุ่นยนต์จะทำหน้าที่เชื่อม (Welding), ยิงกาวประสาน, และยิงหมุด เพื่อประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นโครงสร้างตัวถังรถเปล่าๆ ที่เรียกว่า "Body in White" (BIW) ซึ่งดูออกแล้วว่าเป็นรูปทรงรถรุ่นไหน แต่จะยังไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ประจำรถเข้าไป เพื่อบ่งบอกว่าโครงรถคันนั้นๆ เป็นของรุ่นย่อยใด

 

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

การพ่นสี นับเป็นขั้นตอนที่ต้องทำในห้องปิดที่สะอาดระดับห้องผ่าตัด เพื่อไม่ให้มีฝุ่นแม้แต่เม็ดเดียว

โดยขั้นตอนที่สำคัญประกอบด้วยการชุบกันสนิม ซึ่งตัวถังเหล็กจะถูกนำไปจุ่มในบ่อสารเคมีและปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้สารกันสนิมเคลือบติดเนื้อเหล็กอย่างทั่วถึง

จากนั้นหุ่นยนต์จะพ่นสีรองพื้น (Primer), พ่นสีจริง (Base Coat), และพ่นสารเคลือบเงา (Clear Coat) จากนั้นจะส่งเข้าตู้อบความร้อนสูงเพื่อให้สีแห้งและเงางาม

 

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

โรงประกอบชิ้นส่วน นี่คือขั้นตอนที่ยาวและใช้แรงงานมนุษย์ร่วมกับหุ่นยนต์มากที่สุด โดยรถจะเคลื่อนไปตามสายพานและถูกรุมประกอบชิ้นส่วนทีละชิ้น ซึ่งทุกวันนี้เจ้าระบบ AI เข้ามามีส่วนช่วยในการวางแผนการผลิตแล้วในหลายขั้นตอน อาทิเช่น

  • Trim Line: เป็นการใส่ซีลยางขอบประตู, เดินสายไฟ (Wiring Harness) ทั่วทั้งคัน, ติดตั้งหน้าจอ, แผงคอนโซล และกระจกบังลม เป็นต้น

  • The "Marriage" (พิธีแต่งงานของรถ): นี่คือไฮไลต์ของโรงงาน คือการนำ "ตัวถังรถที่พ่นสีเสร็จแล้ว" มาประกอบเข้ากับ "ชุดขับเคลื่อน" ถ้าเป็นรถน้ำมันคือเครื่องยนต์และเกียร์ หรือถ้าเป็นรถ EV คือแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นจะใส่ชุดช่วงล่างและล้อรถยนต์เข้าไป

  • Final Line: ติดตั้งเบาะนั่ง, พวงมาลัย, ของตกแต่งภายใน และเติมของเหลวทั้งหมด (น้ำมันเบรค, น้ำยาแอร์, น้ำยาหล่อเย็น)

 

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์


 

ซึ่งทุกวันนี้เจ้าระบบ AI เข้ามามีส่วนช่วยในการวางแผนการผลิตแล้ว ทำให้โรงงานสามารถวางแผนสั่งวัตถุดิบเข้ามาให้เพียงพอสำหรับการผลิต ลดส่วนที่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น และทำให้ต้นทุนต่ำลง

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

เมื่อรถประกอบเสร็จสมบูรณ์ 100% จะยังออกจากโรงงานไม่ได้ จนกว่าจะผ่านด่านทดสอบสุดโหด ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลายโรงงานมากๆ ที่นำระบบ AI เข้ามาตรวจสอบคุณภาพของรถทุกคัน ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า รถที่ออกจากโรงงานนั้น มีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันทุกคัน โดยระบบ AI จะทำการตรวจสอบฟังก์ชั่นต่างๆ ได้แก่

  • การตั้งศูนย์ล้อและตั้งระดับไฟหน้า

  • การวิ่งทดสอบบนลูกกลิ้งเพื่อทดสอบการเปลี่ยนเกียร์, อัตราเร่ง, ระบบเบรค และระบบอิเล็กทรอนิกส์

  • ทดสอบน้ำรั่ว ใช้น้ำฉีดรอบตัวรถเพื่อเช็กว่าไม่มีน้ำรั่วซึมเข้าห้องโดยสาร

  • Final Inspection ตรวจสอบความเรียบร้อยของสี รอยต่อของตัวถัง ด้วยสายตามนุษย์และระบบ AI

 

เมื่อรถผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน จะได้รับสติกเกอร์ OK / QC Passed จากนั้นรถจะถูกขับไปจอดที่ลานพักรถ เพื่อรอขึ้นรถเทรลเลอร์ขนส่งกระจายไปยังโชว์รูมและส่งมอบให้กับลูกค้าต่อไปครับ ทั้งหมดนี้หากนับเฉพาะในสายการผลิต ตั้งแต่เหล็กม้วนจนขับออกมาได้ มักจะใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 15 - 30 ชั่วโมงต่อคัน เท่านั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแต่ละโรงงานครับ

 

AI กับอุตสาหกรรมยานยนต์

 

นี่คือเพียงขั้นต้นของการผลิตรถออกมาสักคันเท่านั้น ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับ AI อีกมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในโลกของยานยนต์ ไม่ใช่แค่ขั้นต้นของการผลิต แต่ไปจนถึงการขาย, การใช้งานจริง, ระบบขับขี่อัตโนมัติ, การดูแลรักษา, การดูแลหลังการขาย ไปจนถึงวันที่ขายรถออกไปเลย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นโปรดติดตามตอนต่อไปครับ

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ