BYD SEALION 5 DM-i ทำชาเลนจ์ขับประหยัดน้ำมัน หมดถัง ไปได้ไกลแค่ไหน ? Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

BYD SEALION 5 DM-i ทำชาเลนจ์ขับประหยัดน้ำมัน หมดถัง ไปได้ไกลแค่ไหน ?

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 51 นาทีที่ผ่านมา

เทคโนโลยี DM-i เบื้องหลังความประหยัดที่ทำให้รถปลั๊กอินไฮบริดวิ่งได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด


บทความนี้ ออโต้สปินน์ มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม "1Charge 1Tank Chalenge" ซึ่งเป็นกิจกรรมขับประหยัดน้ำมัน ขับ BYD SEALION 5 DM-i จากเชียงใหม่-ภูเก็ต ด้วยไฟ 1ชาร์จ+น้ำมัน 1ถัง หากถึงที่หมายแล้วน้ำมันยังเหลือ ก็ต้องขับวนไปเรื่อยๆจนหมด จะสิ้นสุดภารกิจก็ต่อเมื่อรถดับคามือ

ก่อนอื่นเลย ผมขอเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช้การขับใช้งานในชีวิตจริง แต่มันคือการทำชาเลนจ์ "ย้ำว่า นี่คือการทำชาเลนจ์"

ทุกครั้งที่เห็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของรถยนต์ในกิจกรรมขับประหยัด หลายคนมักตั้งคำถามว่ามันใกล้เคียงกับการใช้งานจริงแค่ไหน เพราะในชีวิตประจำวันแทบไม่มีใครขับรถแบบประคองคันเร่งตลอดเวลา หรือรักษาความเร็วให้นิ่งเป๊ะ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ทำให้ได้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบในมุมที่ผู้ใช้งานทั่วไปยังไม่เคยเห็น เป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของระบบส่งกำลัง ว่าถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

ในกิจกรรมนี้ เริ่มจากจุดสตาร์จที่ จ. เชียงใหม่ – จ.ภูเก็ต รถที่ใช้เดินทางคือ BYD SEALION 5 DM-i ไปทั้งหมด 4 คัน (นั่งคันละ 3คน) โดยแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมละ2คัน

  • ทีมแรก ขับแบบ 24 ชั่วโมง ไม่แวะเข้าที่พัก ถ้าง่วงก็นอนในรถ สลับกันขับจนจบกิจกรรมที่ภูเก็ต โดยทีมแรกจะใช้ความเร็วเฉลี่ย 90 กม./ชม.
  • ทีมที่สอง แบ่งการขับเป็นสองช่วง ช่วงแรก เชียงใหม่-ราชบุรี และนอนพักที่โรงแรม ช่วงสองขับจากราชบุรี-ภูเก็ต โดยทีมนี้จะใช้ความเร็วไม่เกิน 70 กม./ชม.

สำหรับออโต้สปินน์ เราถูกจัดให้อยู่ทีมสอง ดูเหมือนจะสบายกว่าใช่มั้ยล่ะ เพราะได้นอนพักโรงแรม แต่บอกเลยว่า ไม่ใช่อย่างที่คิด

ขับวันแรก

ชื่อของกิจกรรมนี้คือ 1Charge 1Tank Chalenge นั่นหมายความว่า เราจะใช้ไฟได้แค่ 1ชาร์จ + น้ำมัน 1ถัง แต่ถ้าถึงภูเก็ตแล้วเชื้อเพลิงยังเหลือ เราจะต้องขับให้หมดจนรถดับคามือ ซึ่งก่อนออกเดินทาง ทีมงานชาร์จไฟไว้เต็ม 100% และเติมน้ำมันจนถึงคอถังน้ำมัน รวมแล้วราวๆ 54 ลิตร

โดยการเดินทางวันแรก เราวางแผนไว้ว่าจะใช้ความเร็วประมาณ 50-60 กม./ชม. และตั้งค่าการใช้ไฟ SOC ไว้ที่ 50%

การตั้งค่า SOC คือการกำหนดว่าให้รถคันนี้คงปริมาณแบตเตอรี่ไว้แค่ไหน เมื่อปริมาณแบตถึงตัวเลขที่กำหนดเครื่องยนต์จะติดเพื่อทำการปั่นไฟสำหรับใช้ในขณะนั้นๆ ในขณะเดียวกันสมมติว่าถ้าไฟในแบตเหลืออยู่ 50% แล้วเราปรับ SOC เพิ่มขึ้น เช่นปรับเพิ่มไปที่ 60% เครื่อยนต์จะติดต่อเนื่องเพื่อปั่นไฟไปเก็บในแบตจนถึงตัวเลขที่เราต้องการ

สำหรับการขับวันแรกนี้ เราถึงโรงแรมที่ราชบุรี ตอนตี 1ครึ่ง รวมระยะทางในวันแรก 766 กม. ใช้แบตไป 50% ใช้น้ำมันไป 20.8 ลิตร เฉลี่ยแล้วกินน้ำมันราวๆ 36 กม./ลิตร ในวันแรก

ขับวันที่สอง

บทเรียนจากวันแรก ที่เราขับกันช้าเกินไป จากที่ต้องถึงโรงแรมประมาณ 3ทุ่ม ต้องล่าช้าเป็นตี1ครึ่ง กว่าจะอาบน้ำเสร็จ นั่งเคลียร์งานด่วนที่ค้างไว้เสร็จ ได้นอนจริงๆก็ช่วงตี4 และต้องตื่นตี 5 มาอาบน้ำแต่งตัวทานข้าว เพราะวันที่สองนี้ ล้อหมุนออกเดินทางกัน 6โมงเช้า

การเดินทางวันที่สอง เราวางแผนกันใหม่ เพิ่มความเร็วเป็น 70 กม./ชม. เพราะกลัวจะไปถึงภูเก็ตดึกเกินไป ซึ่งเราประเมินน้ำมันในถังแล้วว่า ยังไงก็ไปถึง

การขับรถในวันนี้ เราทำเวลากันได้ดีขึ้น แต่ก็มีเสียเวลาไปกับฝนตกหนัก รถติดยาวเพราะมีอุบัติเหตุข้างหน้า ถึงร้านอาหารและจุดแวะพักล่าช้าจากกำหนดการไปนิดหน่อย เส้นทางขับลงใต้ถนนจะค่อนข้างแคบแต่เราก็ขับกันไปแบบเรื่อยๆ จนไปถึงภูเก็ตตอนเที่ยงคืนนิดๆ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่น้ำมันยังไม่หมดถัง และไฟในแบตก็ยังเหลืออีก 50% เพราะเราตั้ง SOC 50% เอาไว้

เลยต้องเอารถไปขับวนให้แบตและน้ำมันหมด อีกร้อยกว่ากิโลเมตร เริ่มแรกเราเลือกที่จะใช้น้ำมันให้หมดก่อน โดยการขับในโหมด HEV พอน้ำมันหมดต่อด้วยวิ่งในโหมด EV

ในโหมด EV จากแบต 50% ความเป็นจริงแล้วมันควรจะวิ่งได้ระยะทาง 50-60 กม. แต่พอแบตเริ่มลดลงมาจะไปค้างช่วง 30% นานมาก ขับยังไงมันก็ไม่ยอมลด ราวกับว่าซ่อนไฟสำรองไว้ในนั้นอีก 20%

กว่าจะขับลากให้ไฟหมด กินเวลามาจนถึงตี 3 ช่วงก่อนที่รถจะดับ ที่หน้าจอจะขึ้นไฟเตือน และคันเร่งจะถูกจำกัดความเร็วไว้ที่ 62 กม./ชม. และเมื่อแบตเตอรี่ลดลงมาเหลือ 5% คันเร่งเริ่มเหยียบไม่ไป ไฟฉุกเฉินติดเองแบบอัตโนมัติ จึงใช้แรงเฉื่อยไหลรถเข้าข้างทาง พอแตะเบรกเบาๆ ระบบตัดการทำงานทันที แต่ระบบไฟภายนอกยังคงติดให้แบบปกติ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และไฟฉุกเฉิน จากนั้นทีมงานก็รีบเข้ามาช่วยเหลือทันที รวมระยะทางขับวันที่สอง 988 กม.

สรุประยะทางรวมทั้งสองวัน จากเชียงใหม่ - ภูเก็ต วิ่งจนรถดับ ได้ระยะทางทั้งหมด 1,754 กม. ใช้ไฟไป 1ชาร์จ ใช้น้ำมันไป 54.3 ลิตร เฉลี่ยแล้วเจ้าคันนี้กินน้ำมันราวๆ 32 กม./ลิตร

แม้การทำชาเลนจ์ในครั้งนี้ ดูจากตัวเลขที่ผมทำได้ 1,754 กม. อาจจะดูเวอร์ไปหน่อย เพราะในชีวิตจริง คงไม่มีใครใช้ความเร็วแค่ 60-70 กม./ชม. ขับจากเชียงใหม่ไปภูเก็ต แต่อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าเรากำลังทำชาเลนจ์ขับประหยัดกันอยู่

BYD Sealion 5 DM-i ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ตอบโจทย์คนอยากได้รถไฟฟ้า แต่ยังกังวลเรื่องการต่อคิวชาร์จไฟเมื่อต้องวิ่งทางไกล ซึ่งรุ่นนี้ ใช้แบตขนาด 18.3 kWh รองรับการชาร์จทั้ง AC และ DC วิ่งไฟฟ้าเพียวๆ ได้ 110 กม. และถ้าวิ่งรวมทั้งระบบไฟฟ้า+น้ำมัน เคลมไว้ที่ 1,200 กม. สำหรับการใช้งานทั่วไป การที่จะได้ตัวเลขระยะทาง 1,200 กม. ตามที่ค่ายเคลมไว้ ผมว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ


ระบบ DM-i คืออะไร ?

DM-i หรือ Dual Mode Intelligent เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ BYD พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "ไฟฟ้าต้องมาก่อน" แตกต่างจากไฮบริดทั่วไปที่มักใช้เครื่องยนต์เป็นตัวสร้างกำลังหลักแล้วค่อยเสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ในระบบ DM-i มอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนรถเกือบทุกสถานการณ์ ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่สร้างพลังงานไฟฟ้าและช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบเมื่อจำเป็น ส่งผลให้บุคลิกการขับขี่มีความใกล้เคียงกับรถ EV มากกว่ารถไฮบริดแบบดั้งเดิม

ทำไมระบบ DM-i ถึงประหยัด ?

หัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดการพลังงานของระบบ ซึ่งจะคอยประเมินสภาพการขับขี่ ความเร็ว ระดับพลังงานในแบตเตอรี่ และภาระของเครื่องยนต์แบบเรียลไทม์ ก่อนเลือกวิธีใช้พลังงานที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา

เมื่อวิ่งในเมืองหรือการจราจรหนาแน่น รถจะพยายามใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักเพื่อลดการใช้น้ำมัน ขณะที่การเดินทางระยะไกล ระบบจะสลับบทบาทให้เครื่องยนต์เข้ามาช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าหรือส่งกำลังร่วมกับมอเตอร์ เพื่อให้รถสามารถเดินทางได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อผู้ขับใช้ความเร็วคงที่และมีการวางแผนการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ใน BYD Sealion 5 DM-i

เครื่องยนต์เบนซิน Xiaoyun 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 73 กิโลวัตต์ หรือราวๆ 99 แรงม้า แรงบิด 125 นิวตันเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ หรือราวๆ 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร เมื่อรวมทั้งระบบแล้วจะได้กำลังรวมสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

แม้หลายคนจะมองว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ดูเป็นขนาดที่ธรรมดา แต่เครื่องยนต์ที่ BYD พัฒนาขึ้นสำหรับระบบ DM-i ถูกสร้างขึ้นภายใต้เป้าหมายที่ต่างออกไป แทนที่จะเน้นกำลังสูงสุด วิศวกรเลือกเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และลดการสูญเสียพลังงานให้มากที่สุด การทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ายังช่วยให้เครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้องรับภาระหนักตลอดเวลา สามารถทำงานในช่วงรอบที่เหมาะสมที่สุด ส่งผลให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดเสียงรบกวนระหว่างการขับขี่

Blade Battery อีกหนึ่งจุดแข็งของระบบ

นอกจากชุดขับเคลื่อนแล้ว แบตเตอรี่ Blade Battery แบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต หรือ LFP ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบ DM-i มีประสิทธิภาพสูง ข้อดีของแบตเตอรี่ชนิดนี้คือความทนทาน ความปลอดภัย และอายุการใช้งานที่ยาวนาน รองรับการชาร์จและคายประจุได้อย่างมีเสถียรภาพ ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแบบไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางที่เพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดย BYD Sealion 5 DM-i แบตเตอรี่มีความจุ 18.3 kWh ตามสเปกที่ทางค่ายเคลมไว้คือวิ่งได้ด้วยไฟฟ้าล้วน 110 กม.ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และถ้าใช้ร่วมกับน้ำมัน 1ถัง 53 ลิตร จะได้ระยะทางรวมสูงสุด 1,200 กม.

การทำงานของ DM-i สามารถแบ่งออกเป็นหลายสถานการณ์หลัก

  • วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเมื่อแบตเตอรี่มีพลังงานเพียงพอ
  • ใช้เครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อป้อนให้มอเตอร์ขับเคลื่อน
  • ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ร่วมกันเมื่อต้องการกำลังเพิ่ม
  • ชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ระหว่างการเดินทาง

ผู้ขับแทบไม่ต้องจัดการอะไรด้วยตัวเอง เพราะระบบของรถจะคำนวณและเลือกโหมดที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ
ถ้าถามว่าระบบนี้ เหมาะกับใคร คำตอบคือ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางในเมืองเป็นประจำ แต่ยังต้องออกต่างจังหวัดบ่อยครั้ง เพราะอย่างที่ได้บอกไปว่าเมื่อชาร์จไฟเต็มจะวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ราวๆ 110 กม. ถ้าในหนึ่งวันคุณเดินทางในระยะประมาณ 100 กม. คุณแทบไม่ต้องเติมน้ำมันเลย พอกลับถึงบ้านก็ค่อยชาร์จไฟ ตื่นเช้ามาก็เอารถไปวิ่งใช้งานต่อ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องออกต่างจังหวัดคุณก็สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าให้หมดไปก่อน แล้วระบบตัวรถจะสั่งให้เครื่องยนต์ติดเพื่อชาร์จไฟ และก็วนลูปตามกระบวนการทำงานเหมือนเนื้อหาที่ผมได้อธิบายไปในตอนต้น ข้อดีก็คือ คุณไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จไฟหากต้องวิ่งทางไกล

สเปก ราคา ตารางผ่อน www.autospinn.com/2026/05/installment-schedule-byd-sealion-5-dm-i-super-phev-149102

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ