เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดจีน มาแรง Share this

เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดจีน มาแรง

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จากค่ายรถยนต์จีน กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ได้ทั้ง ความแรง แถมด้วยอัตราการประหยัดที่ดียิ่งกว่า และวิ่งได้ระยะทางรวมกว่า 1,500–2,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง


PHEV

 

เทคโนโลยี PHEV ยอดนิยมของ 5 ค่ายยักษ์ใหญ่จีน มีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน การทำงาน และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. BYD — เทคโนโลยี DM-i / DM-p (Super Hybrid)

ปัจจุบัน BYD ได้พัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 5 (DM 5.0) ซึ่งเน้นการประหยัดน้ำมันขั้นสุด

ชื่อเรียก: DM-i (Dual Mode - Intelligent เน้นประหยัด) และ DM-p (Dual Mode - Powerful เน้นสมรรถนะ/ขับสี่)

การทำงาน: ใช้แนวคิด "ไฟฟ้าเป็นหลัก น้ำมันเป็นรอง" (Electricity-focused) ในความเร็วต่ำถึงปานกลาง รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% (EV Mode) หรือให้เครื่องยนต์ปั่นไฟไปป้อนมอเตอร์ (Series Hybrid) ส่วนเครื่องยนต์จะต่อตรงเข้าสู่ล้อผ่านคลัตช์ตัวเดียวเฉพาะตอนวิ่งความเร็วสูงคงที่ (Engine Direct Drive)

จุดเด่น:

ฟีลลิ่งแบบรถ EV: ขับนุ่มนวล เงียบ เร่งติดเท้าเหมือนรถไฟฟ้า 100% เพราะมอเตอร์ทำงานเป็นหลัก 90% ของการขับขี่ในเมือง

ประหยัดและปลอดภัยสูง: ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูง และเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพอัตราการประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในระบบ DM 5.0 ทำให้ประหยัดน้ำมันเฉลี่ยต่ำกว่า 3 ลิตร/100 กม. (หรือมากกว่า 30 กม./ลิตร)

2. GEELY — เทคโนโลยี Thor AI Hybrid (NordThor)

ระบบ GEELY (Thor) หรือชื่อเต็มที่เรียกในตลาดโลกและภาษาจีนว่า NordThor (雷神 - เล่ยเสิน) คือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริดอัจฉริยะ (Smart Hybrid) ระดับเรือธงของ Geely Holding Group ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้พัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ Thor AI Hybrid 2.0 (หรือ EM AI Super Hybrid 2.0)

 

เทคโนโลยีนี้ถูกใช้เป็นขุมพลังหลักในแบรนด์ระดับหรูและแบรนด์แมสในเครือ Geely เช่น Geely Galaxy, Lynk & Co และ Livan โดยเป้าหมายของระบบ Thor คือการรวม "วิศวกรรมทางกลขั้นสูง" (ระบบเกียร์และเครื่องยนต์) เข้ากับ "ระบบสมองกลอัจฉริยะ AI" เพื่อทำลายสถิติทั้งด้านความประหยัดและความแรง

 

1. การแบ่งสายผลิตภัณฑ์: รหัส EM-i และ EM-P

Geely ได้แยกเทคโนโลยี Thor ออกเป็น 2 สายชัดเจน 

 

Thor EM-i (เน้นประหยัดน้ำมันขั้นสุด): ออกแบบมาเพื่อท้าชนกับระบบ DM-i ของ BYD โดยตรง ล่าสุดทำสถิติโลกโดยมีรถเก๋งทดสอบ (Geely Galaxy A7 EM) สามารถวิ่งรวมน้ำมัน 1 ถังและไฟเต็มชาร์จได้ระยะทางไกลถึง 2,608 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองต่ำเพียง 2.67 ลิตร/100 กม. (หรือประมาณ 37 กม./ลิตร)

 

Thor EM-P (เน้นสมรรถนะและความปลอดภัยระดับสูง): มักจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแรงม้าสูง และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังขับสูงหลายตัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบขับรถแรง ขับสนุก เดินทางไกล และใช้งานในรถระดับพรีเมียมอย่าง Lynk & Co

 

หัวใจหลักของเทคโนโลยี Thor AI Hybrid

 

1) เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด

เครื่องยนต์สันดาปในระบบ Thor AI Hybrid 2.0 (เช่น เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร) ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม โดยทำค่า Thermal Efficiency (ประสิทธิภาพเชิงความร้อน หรือการเผาไหม้) ได้สูงถึง 47.26% ซึ่งหมายความว่าน้ำมันทุกหยดที่จ่ายเข้าไป แทบจะไม่มีพลังงานสูญเสียทิ้งเปล่า แต่ถูกแปลงไปเป็นแรงบิดหมุนล้อได้เกือบครึ่งหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ

 

2) ระบบส่งกำลังอัจฉริยะ (DHT) และระบบขับเคลื่อน 11-in-1

ในรุ่น EM-P ระบบ Thor จะโดดเด่นมากด้วยเกียร์ 3-Speed DHT ที่มีชุดอัตราทด 3 ระดับ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้ทุกช่วงความเร็ว ตั้งแต่ช่วงความเร็วต่ำ 20 กม./ชม. ไปจนถึงการเร่งแซงที่ความเร็วสูงกว่า 150 กม./ชม. โดยไม่มีอาการอืดหรือรอรอบ ส่วนในรุ่น EM-i จะใช้การรวมส่วนประกอบไฟฟ้าทั้งมอเตอร์ เกียร์ และหน่วยควบคุมเข้าด้วยกันเป็นระบบ 11-in-1 E-DHT ที่เน้นความกระชับและการประหยัดพลังงาน

 

3) การใช้สมองกล AI ควบคุมพลังงานแบบเรียลไทม์

จุดขายสำคัญตามชื่อ "AI Hybrid" คือ รถจะใช้ Xingrui AI Cloud Power หรืออัลกอริทึม AI ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม สภาพการจราจร พฤติกรรมการกดคันเร่งของคนขับ รวมถึงการคาดการณ์เส้นทางล่วงหน้าผ่านระบบแผนที่ เพื่อวางแผนการสลับโหมดพลังงาน (จะใช้ไฟฟ้า หรือน้ำมัน หรือช่วยกัน) ให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ซึ่งระบบ AI นี้ยังช่วยจัดการความร้อนและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้เพิ่มขึ้นอีก 15%

 

3. ระบบสำรองความปลอดภัยอัจฉริยะ (Redundancy System)

สิ่งที่ Geely ภาคภูมิใจมากในระบบ Thor คือความปลอดภัยทางวิศวกรรมแบบวิถี Volvo (แบรนด์ในเครือ) โดยมี ระบบแบ็กอัปพลังงาน 5 แหล่ง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อนหลักตัวใดตัวหนึ่งเสียหายหรือตัดการทำงานกะทันหัน สมองกลจะสั่งการให้มอเตอร์ปั่นไฟ (P1) หรือเครื่องยนต์สันดาปสลับหน้าที่ขึ้นมาขับเคลื่อนรถแทนทันทีอย่างราบรื่น ทำให้รถไม่ดับกลางทางและสามารถขับต่อไปยังศูนย์บริการได้อย่างปลอดภัย

สรุป GEELY (Thor) คือ ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ฉลาดที่สุดระบบหนึ่ง โดดเด่นด้วยวิศวกรรมเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันระดับแถวหน้าของโลก มีทางเลือกทั้งสายประหยัดจัด ๆ (EM-i วิ่งไกลทะลุ 2,000 กม.) และสายซิ่งขับสี่ (EM-P) โดยมี "สมองกล AI" และ "ระบบเกียร์ DHT" เป็นตัวควบคุมจังหวะการทำงาน

 

3. CHERY — เทคโนโลยี Kunpeng (คุนเพิง)

เทคโนโลยี Kunpeng (คุนเพิง) ของ Chery (ในตลาดต่างประเทศมักเรียกรวมในชุดระบบ Chery Super Hybrid หรือ C-DM) คือนวัตกรรมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เจเนอเรชันใหม่ ล่าสุดที่ Chery คิดค้นและพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด

เป้าหมายหลักของเทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลบจุดอ่อนของรถไฮบริดแบบเดิม ๆ โดยเน้นไปที่ "ความแรงระดับรถสปอร์ต แต่ประหยัดน้ำมันเทียบเท่ารถอีโคคาร์" และเพิ่งสร้างสถิติโลกใหม่ในการพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพความร้อนสูงที่สุดในโลกอีกด้วย

Kunpeng  มีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน (The Core Architecture)
ระบบ Kunpeng จะทำงานประสานกันผ่าน 3 หัวใจหลัก:

1 เครื่องยนต์ ACTECO สำหรับไฮบริดโดยเฉพาะ: ไม่ใช่เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปที่เอามาดัดแปลง แต่เป็นเครื่องยนต์ Miller Cycle ขนาด 1.5 ลิตรเทอร์โบ (1.5TGDI) ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ล่าสุด Chery ได้เปิดตัวเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ Kunpeng Tianqing ที่ทำสถิติโลกด้วยค่า Thermal Efficiency (ประสิทธิภาพความร้อน) สูงถึง 48.57% (เปลี่ยนพลังงานเชื้อเพลิงเป็นแรงขับเคลื่อนได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปที่อยู่ราว ๆ 35-40%)

ระบบเกียร์อัจฉริยะ 3-Speed DHT (Dedicated Hybrid Transmission): นี่คือหัวใจที่ทำให้ค่าย Chery แตกต่างจากคนอื่น เกียร์ตัวนี้ประกอบด้วยชุดคลัตช์ 3 ตัว และติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual-Motor) เอาไว้ข้างใน ซึ่งระบบมอเตอร์และระบบเกียร์สามารถทำประสิทธิภาพการส่งกำลังไฟฟ้าได้สูงถึง 98.5%

แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง: ใช้แบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูง (ส่วนใหญ่ร่วมมือกับ CATL) ได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้วตั้งแต่ -35°C ไปจนถึง 60°C และรองรับการชาร์จไว DC Fast Charge จาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 18-20 นาที

2. กลไกการทำงาน: "ฉลาด โหมดเยอะ พละกำลังสูง"
ในขณะที่บางค่ายใช้เกียร์สปีดเดียว (Single-Speed) ซึ่งเครื่องยนต์จะเข้ามาช่วยขับตรงได้เฉพาะตอนวิ่งเร็ว ๆ เท่านั้น แต่ระบบ Kunpeng 3-Speed DHT ของ Chery ใช้ความได้เปรียบของเกียร์ 3 สปีด ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก:

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ (Dual-Motor Drive): มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัวสามารถช่วยกันหมุนล้อพร้อมกันได้ ทำให้ในโหมดไฟฟ้า 100% (EV Mode) รถของ Chery จะมีอัตราเร่งที่แรงและทรงพลังกว่ารถไฮบริดทั่วไปที่ใช้มอเตอร์ตัวเดียวขับเคลื่อน

เครื่องยนต์เข้ามาร่วมแจมได้เร็วขึ้น: ด้วยอัตราทดเกียร์ที่มีถึง 3 สปีด ทำให้เครื่องยนต์สามารถตัดสลับเข้ามาต่อตรงเพื่อขับเคลื่อนล้อได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำประมาณ 20 กม./ชม. เป็นต้นไป (ต่างจากระบบทั่วไปที่ต้องรอให้ถึง 60-80 กม./ชม.) ช่วยลดภาระของมอเตอร์และแบตเตอรี่ในจังหวะเร่งแซง

ระบบคิดแทนให้อัตโนมัติ: มีโหมดการทำงานย่อยถึง 9 โหมด และการจับคู่เกียร์รวม 11 รูปแบบ ซึ่งสมองกลของรถจะคำนวณและสลับโหมดให้อัตโนมัติ เช่น โหมดมอเตอร์เดี่ยว, โหมดมอเตอร์คู่, โหมดปั่นไฟ (Series), หรือโหมดเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ช่วยกันถล่มกำลังลงพื้น (Parallel)

3. จุดเด่นและตัวเลขที่น่าทึ่งของ Kunpeng
ระบบ Kunpeng ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีไฮบริดสาย Performance (เน้นสมรรถนะ) ที่โหดที่สุดในกลุ่มแบรนด์จีนด้วยกัน:

แรงบิดมหาศาล (Super Power): ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (Super Hybrid C-DM 4WD) ที่ใส่เพลาขับไฟฟ้าด้านหลังเพิ่มเข้ามา (P4 Architecture) ระบบสามารถรีดแรงบิดรวมได้สูงสุดมากกว่า 900 นิวตันเมตร พารถ SUV ขนาดใหญ่ทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4 วินาทีต้น ๆ เท่านั้น

วิ่งได้ไกลทะลุ 2,000 กิโลเมตร: ในการทดสอบวิ่งจริงแบบขับยาวไม่หยุดพัก (เช่น รุ่นท็อปอย่าง Fulwin T10) รถที่ใช้ระบบ Kunpeng เจเนอเรชันล่าสุดสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 2,169 กิโลเมตร จากน้ำมัน 1 ถังและแบตเตอรี่เต็มชาร์จ

แก้อาการ "ตื้อ" ตอนปลาย: รถไฮบริดทั่วไปมักจะแรงแค่ตอนออกตัว แต่พอวิ่งความเร็วสูงเกิน 120 กม./ชม. ขึ้นไปจะเริ่มหมดแรง แต่ Kunpeng ที่มีเกียร์ 3 สปีดจะเปลี่ยนอัตราทดให้เครื่องยนต์อยู่ในรอบที่เหมาะสม ทำให้สามารถวิ่งทำความเร็วสูงต่อเนื่องได้ยาวนาน (Continuous high-speed driving) โดยที่ความเร็วไม่ตกและเครื่องยนต์ไม่โอเวอร์ฮีท

สรุป เทคโนโลยี Chery Kunpeng เหมือนการเอา "เครื่องยนต์ที่เผาไหม้ได้หมดจดที่สุด" มารวมร่างกับ "เกียร์มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่มีอัตราทด 3 ระดับ" ผลลัพธ์ที่ได้คือ รถจะมีแรงดึงมหาศาลแบบรถสปอร์ตยามที่ต้องการเร่งแซง แต่ในชีวิตประจำวันกลับกินน้ำมันน้อยมาก (กรณีแบตเตอรี่หมดก็ยังประหยัดได้ถึง 20-25 กม./ลิตร) ถือเป็นอาวุธลับหลักที่ Chery นำมาใช้ขับเคลื่อนแบรนด์ในเครืออย่าง OMODA, JAECOO และ FULWIN 

4. GWM (Great Wall Motor) — เทคโนโลยี Hi4 / Hi4-T

ค่ายที่คนไทยคุ้นเคยจาก HAVAL และ TANK ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนผ่านจากระบบ Lemon DHT เดิม มาชูโรงด้วยระบบ Hi4

ชื่อเรียก: Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) และ Hi4-T (สำหรับสายลุยออฟโรดตระกูล TANK)

การทำงาน: แตกต่างจากค่ายอื่นอย่างชัดเจนด้วยการกระจายมอเตอร์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกกันอยู่ "ด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 1 ตัว" ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์และเกียร์ DHT 2 สปีด ทำให้รถเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-AWD) โดยอัตโนมัติ

จุดเด่น:

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในราคาที่เข้าถึงง่าย: ในขณะที่ค่ายอื่นต้องรุ่นท็อปถึงจะได้ขับสี่ แต่โครงสร้าง Hi4 ออกแบบมาให้เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อตั้งแต่ต้น ช่วยเรื่องการทรงตัว เกาะถนน และเข้าโค้งได้มั่นใจ

สายลุย Hardcore (Hi4-T): ใช้โครงสร้างแบบ Parallel ที่เน้นให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ช่วยกันปั่นแรงบิดลงเพลากลางจริง ๆ เหมาะสำหรับการปีนป่ายออฟโรดหนัก ๆ

5. CHANGAN — เทคโนโลยี Blue Whale iDD

ค่ายต้นสังกัดของแบรนด์ DEEPAL และ AVATR ที่มีชื่อเสียงเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง

ชื่อเรียก: Blue Whale iDD (Intelligent Dual Drive)

การทำงาน: เน้นสถาปัตยกรรมแบบ Parallel ไฮบริดเป็นหลัก โดยใช้เกียร์มัลติสปีดประสิทธิภาพสูงประกบเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ทริกเกอร์ให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกันเกือบตลอดเวลาเพื่อรักษาความต่อเนื่องของแรงบิด

จุดเด่น:

ความเสถียรในย่านความเร็วสูง: เหมาะสำหรับคนที่ชอบขับรถเดินทางไกลความเร็วสูงยาว ๆ เพราะระบบส่งกำลังออกแบบมาให้ลดการสูญเสียพลังงานในรอบเครื่องยนต์สูงได้ดี

ความทนทาน: ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ตระกูล Blue Whale ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน

สรุปจุดเด่นของแต่ละค่าย

ชอบฟีลลิ่ง EV 100% นุ่มเงียบ เน้นประหยัดในเมือง เลือก BYD (DM-i)

ชอบขับ ความเร็วสูง เร่งแซงกระชับ เทคโนโลยี AI จัดการพลังงาน  เลือก GEELY (Thor)

ชอบรถ SUV คันใหญ่ อัตราเร่งดุดัน ขับเคลื่อนยืดหยุ่น  เลือก CHERY (Kunpeng)

ชอบขับขี่ มั่นใจ เกาะถนน หรือสายลุยออฟโรด ขับเคลื่อน 4 ล้อ  เลือก GWM (Hi4 / Hi4-T)

ชอบ เดินทางไกล ยืนพื้นความเร็วสูงยาวๆ ฟีลลิ่งรถน้ำมันที่ประหยัดขึ้น  เลือก CHANGAN (iDD)

ทั้งหมดนี้ในบางเทคโนโลยีเราก็ได้สัมผัสกันแล้ว ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าสามารถทำได้จริงไม่ได้โม้ ดังนั้นเชื่อได้ว่าอีกไม่นานค่ายอื่นๆก็จะตามมาติดๆสำหรับรถรุ่นใหม่ๆที่จะเปิดตัว สิ่งนึงที่น่ากลังคือการพัฒนาของรถจีนนั้นเป็นไปอย่างรวมเร็วมากๆเราจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้ก็มีแต่รถไฟฟ้า แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายๆอย่าง แต่พอมาสู่ยุคของไฮบริดที่เมื่อก่อนปัญหาคือเครื่องยนต์ในฝั่งจีนเรียกว่าแย่ก็ว่าได้ ทั้งกินน้ำมัน ทั้งไม่แรง แต่พอมาถึงยุคนี้ ทั้งประหยัด ทั้งแรง เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาที่น่ากลัวมากๆ ซึ่งเราจะเห็นของใหม่ๆในทุกๆปีจากค่ายจีน 

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง

 

 

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ