ทำความรู้จัก Formula E Championship รถแข่งพลังงานไฟฟ้าระเบิดความมันปี 2014 Share this

ทำความรู้จัก Formula E Championship รถแข่งพลังงานไฟฟ้าระเบิดความมันปี 2014

Admin
โดย Admin
โพสต์เมื่อ 31 ธันวาคม 2555

การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการล่าสุดที่ได้รับการสนับสนุนจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติหรือ FIA คือรายการ Formula E Championship ที่จะระเบิดความมันเริ่มจากฤดูกาล 2014 เป็นต้นไป โดยเวลานี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าสนามที่จะใช้จัดการแข่งขัน คือเมืองริโอเดอจาไนโร ประเทศบราซิลและกรุงโรมของอิตาลี พร้อมกับมีการเจรจากับสนามแข่งขันอีกหลายแห่งทั่วโลก ทั้งกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมืองมุมไบของอินเดีย และมหานครเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีน

การแข่งขันรถพลังงานไฟฟ้าเป็นแนวคิดริเริ่มใหม่ล่าสุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง โดยองค์กรที่อยู่เบื้องหลังการแข่งขันคือ Formula E Holdings ที่ต้องการส่งเสริมมากกว่าการแข่งขันความเร็วทั่วไป โดยการเลือกสนามแข่งขันในเมืองใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างคับคั่งนั้นเป็นยุทธศาสตร์ของ Formula E Holdings ที่ต้องการโปรโมทคุณประโยชน์ของรถพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่การดวลความเร็วกันในสนามแข่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริโภคพลังงานในภาพรวมด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น รถแข่งพลังงานไฟฟ้ายังสะท้อนให้เห็นถึงระบบขับเคลื่อนที่ปราศจากมลพิษ เสียงรบกวนต่ำและมีระยะทางการขับขี่ที่ไกลมากขึ้น

การแข่งขัน Formula E ในฤดูกาลแรกปี 2014 นั้นประกอบด้วยทีมแข่งทั้งหมด 10 ทีม มีนักขับจำนวนทั้งสิ้น 20 คน โดยก่อนที่จะเริ่มแข่งขันจริงนั้น ทาง Formula E Holdings จะจัดการแข่งขันแบบทดสอบระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมของทุกทีมแข่งในช่วงปลายปีหน้า

รถแข่งของทุกทีมจะใช้แชส์ซีส์แบบเดียวกัน ผลิตโดย Spark Racing Technology ขณะที่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าผลิตโดย McLaren อย่างไรก็ตาม ทีมแข่งแต่ละทีมสามารถผลิตแชสซีส์เองได้ตราบใดที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของ Formula E ทั้งนี้ การออกแบบตัวถังเบื้องต้นนั้นอยู่บนพื้นฐานของรถแข่งต้นแบบ Formulec EF01

การแข่งขันแต่ละเรซซึ่งใช้ชื่อว่า “Electric Prix” จะแข่งขันให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว ครอบคลุมทั้งการจับเวลาควอลิฟายและการแข่งขันจริง คาดการณ์ว่าระยะเวลาการแข่งขันจะอยู่ที่หนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ รถแข่งแต่ละคันสามารถวิ่งได้เพียงแค่ 25 นาทีเท่านั้น นักขับแต่ละคนจึงมีรถแข่งสองคัน เมื่อพลังงานไฟฟ้าของรถแข่งคันแรกหมดลง ก็จะต้องขับเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนไปขับคันที่สองเพื่อไปต่อให้ถึงเส้นชัย

สำหรับสมรรถนะถือว่าแรงหายห่าง อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ทำได้ภายในเวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 240 กม./ชม.เพื่อรักษาอายุใช้งานแบตเตอรี่

[zenphotopress album=3972 sort=latest number=20]


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ