[Test Drive]Mitsubishi Triton ใหม่ ไม่หยุดที่ความแกร่ง แต่มาพร้อมเทคโนโลยี Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[Test Drive]Mitsubishi Triton ใหม่ ไม่หยุดที่ความแกร่ง แต่มาพร้อมเทคโนโลยี

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 03 มีนาคม 2562

Mitsubishi Triton ใหม่ เป็นกระบะที่เปลี่ยนแปลงวงการ ฉีกกฎ รูปแบบเดิมๆด้วยหน้าตาที่แปลกไปแต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เรียกได้ว่ามีเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค  Mitsubishi Triton ใหม่ มาพร้อมการปรับเปลี่ยนทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงการเพิ่มเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยที่มีมาให้อย่างครบครัน

            เพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดการทดสอบสมรรถนะความแกร่งของ Mitsubishi Triton ใหม่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยระยะทางกว่า 220 กม. ซึ่งมีให้ได้ทดสอบทั้งเส้นทางแบบออฟโรด และออนโรด ผ่านเส้นทางอัดคดเคี้ยวบนแนวเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพื่อท้าทายคุณสมบัติ และความครบครันของรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค”

ก่อนที่จะเริ่มการทดสอบพูดถึงสมรรถนะของ Mitsubishi Triton ใหม่ เรามาดูกันก่อนดีกว่า ว่ามีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ มาบ้าง โดยการดีไซน์ภายนอกนั้นมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Advanced Dynamic Shield สะท้อนความแข็งแกร่ง ที่เป็นแนวทางเดียวกันกับการออกแบบจากทางมิตซูบิชิ และดูพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยไฟหน้าใหม่แบบ Bi-LED Projector พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED เข้าชุดกับกระจังหน้าโครเมียมรูปแบบใหม่, กันชนหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟตัดหมอก และการ์ดกันกระแทกใต้ท้องในตัว, สปอยเลอร์ท้ายกระบะ, ไฟท้ายใหม่แบบ LED Light Guide ด้วยล้ออัลลอยใหม่ขนาด 18 นิ้วสีทูโทน

ภายในของ Mitsubishi Triton ใหม่ มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน และเหนือกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆ โดยสิ่งที่แตกต่าง และดูเป็นจุดเด่นของ Triton ใหม่ นั้น ที่ต้องบอกได้ว่าเหนือกว่ากระบะทุกค่ายช่องแอร์ด้านเบาะหลังซึ่งทำให้คิดถึงรถ SUV ระดับหรูกันเลยทีเดียว ความกว้างขวางของห้องโดยสารทั้งด้านหน้า และด้านหลัง, เบาะหนังโอบกระชับรองรับทุกสรีระ และ และช่องเสียบชาร์จไฟแบบ USB ที่เตรียมไว้ให้พร้อมบริเวณคอนโซลกลาง นอกนั้นก็เป็นแบบมาตรฐานทั่วไปแบบเดียวกับที่ควรจะมีในรถรุ่นอื่นๆ อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, จอแสดงข้อมูลแบบสีพร้อม 3D อนิเมชั่น, ระบบ Cruise Control, ระบบอินโฟเทนเมนท์หน้าจอสัมผัส เป็นต้น

            ด้านขุมพลัง โดย Mitsubishi Triton ใหม่นั้น ยังคงใช้เครื่องยนต์บล็อคเดิมรหัส 4N15 ดีเซลบล็อค 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว 2,442 ซีซี. เสื้อสูบ และฝาสูบผลิตจาก Aluminum Alloy เทอร์โบแปรผัน VG Turbo และ Intercooler พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที โดยได้รับการปรับปรุงใหม่ในบางจุด อาทิ การเพิ่มแรงดันหัวฉีด ซึ่งทาง Mitsubishi เคลมว่าให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น แม้ตัวรถจะมีขนาด และน้ำหนักที่มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นการปรับเพื่อให้การปล่อยไอเสียอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน Euro4 และชุดเกียร์ใหม่จาก Aisin แบบเดียวกับ mitsubishi pajero 6 สปีด

เริ่มทดสอบสมรรถนะการขับขี่ ขบวนรถออกจากโรงแรมใน อ.หางดง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินอกตัวเมืองเชียงใหม่ สู่เส้นทางบนถนนสายหลักและถนนสายรอง เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมของ ซึ่งสามารถทดสอบสมรรถนะด้านอัตราเร่งของ Triton ใหม่ ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของ Mitsubishi Triton ใหม่ คือแรงบิดที่มีมาให้ถึง 430 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 2,500 รอบ/นาที ทำให้อัตราเร่งในช่วงกลาง ที่รถต้องการกำลังเร่งแซงทำได้อย่างง่ายดาย ในการวิ่งบนถนนหลวง ล็อกความเร็วไว้ที่ 120 km รอบเครื่องอยู่ที่ 2,000 รอบ ซึ่งทำให้อัตราการกินน้ำมันทำได้ดี การเก็บเสียงถือว่าทำได้ดีมากในความเร็วสูง ความเร็วในโค้งช่วงขึ้นเขา ด้วยช่วงล่างที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

            ผ่านถนนออนโรดแล้ว มาถึงเส้นทางการขับขี่แบบออฟโรดไว้ให้ได้ทดสอบใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II อีกด้วย โดยเจ้าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Mitsubishi Triton ใหม่ นั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ใน Pajero Sport อยู่แล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหนือชั้นกว่าระบบขับ 4 ล้อทั่วๆ ไปของรถกระบะ เพราะเป็นการรวมเอาระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part Time และ Full Time เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนรูปแบบการขับเคลื่อนได้อย่างอิสระ

            ข้อดีของระบบเกียร์ โดยการขับขี่ในเส้นทางปกติ เดิมทีตำแหน่งการขับเคลื่อนนั้นจะอยู่ที่ตำแหน่ง 2H ซึ่งเหมาะสำหรับถนนแบบออนโรดที่แห้ง หรือในเส้นทางปกติ ระบบจะทำการส่งกำลังไปยังล้อหลังแบบ 100% ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน แต่เมื่อต้องขับในเส้นทางธรรมชาติ หรือฟ้าฝนไม่เป็นใจกระหน่ำลงมา ทำให้ถนนเปียกลื่น สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดนหมุนไปที่ตำแหน่ง 4H (ขณะความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน และขับไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนี้ จะช่วยเพิ่มความเกาะถนน โดยระบบจะสั่งให้กระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์โดยใช้เซ็นเซอร์จับการหมุนของล้อ เพื่อช่วยปรับสัดส่วนการแบ่งกำลังไปยังล้อหน้า : หลัง ในอัตราส่วน 50 : 50 ในขณะที่สภาพพื้นถนนเปียกลื่น และจะปรับเองอัตโนมัติที่อัตราส่วน 40 : 60 ในสภาพถนนปกติ

            ซึ่งการขับขี่ในทางออฟโรดครั้งนี้ เลือกใช้เพียงตำแหน่ง 4H ก็เพียงพอที่จะผ่านทุกอุปสรรค โดยเป็นเส้นทางที่ทุรกันดาร สำหรับทั้งการขึ้นเขา และลงเขา ในเส้นทางที่แคบ และฝุ่น ซึ่งเป็นตัวทดสอบรัศมีวงเลี้ยวได้เป็นอย่างดี โดยระบบขับ 4 ล้อของ Triton ใหม่นั้น ยังคงให้รัศมีวงเลี้ยวที่แคบไม่แตกต่างจากการขับขี่แบบ 2H ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และระบบความปลอดภัย อีกอย่าง ระบบกล้องมองภาพรอบคัน(Multi Around Monitor) ยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่คอยแจ้งเตือนให้ผู้ขับได้เห็นเส้นทาง และอุปสรรครอบๆ ตัวรถ นอกจากนั้นแล้วระบบช่วยเหลืออย่าง Hill Descent Control (ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน) ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีให้อุ่นใจ และสามารถช่วยเหลือได้จริง เวลาที่ตัวรถเคลื่อนลงทางลาดชันอย่างรวดเร็ว จนไม่อาจสามารถควบคุมรถได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับระบบช่วงล่างของ Mitsubishi Triton ใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ด้วยการเพิ่มขนาดของแหนบหลังใหม่ที่ใหญ่ และยาวขึ้น เพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่เป็นแบบปีกนก ที่ได้รับการอัพเกรดขนาดกระบอกโช้คอัพใหม่จาก 42.7 มม. เป็น 45 มม. ที่ช่วยให้ตัวรถมีความนิ่ง และลดความกระด้างลงจากรุ่นก่อนหน้า

 นอกจากนั้นแล้ว ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Mitsubishi Triton ใหม่ ยังมีโหมด 4HLc ให้เลือกใช้อีกด้วย โดยระบบจะส่งกำลังไปยังอัตราส่วนที่ 50 : 50 พร้อมมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังเพื่อใช้ในเส้นทางทุรกันดาร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วบนเส้นทางที่มีพื้นผิวแบบลื่นไถลได้อีกด้วย และสุดท้ายกับโหมด 4LLc ที่ทำงานแบบเดียวกับระบบ 4HLc แต่จะเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากขึ้นเหมาะสำหรับเส้นทางที่มีเนินสลับ และทางที่มีความลาดชันมาก หรือเหมาะแก่การปีนป่ายแบบOffroad ขนานแท้ ซึ่งยังสามารถเลือกใช้ระบบ Diff Lock ช่วย เพื่อผ่านทุกอุปสรรคได้อีกด้วย

 อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Triton ใหม่ มีความโดดเด่นกว่ารถกระบะในระดับเดียวกันก็คือ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ที่ถูกยกมาจากรุ่นพี่อย่าง Mitsubishi Pajero Sport ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System - FCM) โดยใช้เทคโนโลยีเรดาร์ที่ฝังตัวในกระจกหน้าในการตรวจจับวัตถุ, ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง และรวดเร็วในขณะที่มีวัตถุด้านหน้า (Ultrasonic misacceleration Mitigation System - UMS) โดยใช้คลื่น Ultrasonic ตรวจจับวัตถุด้านหน้า หรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง "D" หรือ "R", ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert - RCTA)กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor)ทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งรอบตัวรถ เพื่อประมวลผล และแสดงภาพแบบ Bird's Eye View ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์, ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา, ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน ฯลฯ

                สุดท้ายสำหรับ Mitsubishi Triton ใหม่ กับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือว่าทำดีเกินคาด ไม่ว่าหน้าตาที่ยอมฉีกกฎรูปแบบความเป็นรถกระบะ มีความโดดเด่นแบบ SUV พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆและระบบความปลอดภัย ที่ยกข้อดีต่างจากรุ่นพี่ Mitsubishi Pajero Sport 

ข้อดี ราคาเหมาะสม อุปกรณ์มีอย่างครบถ้วนทั้งด้านการขับขี่และความปลอดภัย ช่วงล่างที่ดีขึ้น

ข้อเสีย พวงมาลัยหนักเวลาจอด เบาะนั่ง(ถ้าเอามาจาก ปาเจโร่ ด้วยก็คงดี)

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ