[Test Ride] รีวิว New Yamaha Exciter 150 กว่า 1,200 กม. จากไทย ถึง มาเลเซีย Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว New Yamaha Exciter 150 กว่า 1,200 กม. จากไทย ถึง มาเลเซีย

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 12 April 2562

มาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไบเกอร์ชาวไทยหลายท่าน หมายมั่นปั้นมือกันไว้ไม่น้อยว่าอยากจะควบมอเตอร์ไซค์จากไทยข้ามแดนไปขี่ในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งประเทศมาเลเซียเป็นอีกชาติหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับรถมอเตอร์ไซค์มากเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่ว่ามีช่องให้มอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางด่วนทั้วทั้งประเทศ ที่สำคัญคือ "ใช้ฟรี"


 

การขี่มอเตอร์ไซค์ระหว่างประเทศในทริปนี้ ผมได้รับเกียรติจากทาง ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ในการเข้าร่วมทริป Yamaha Exciter 150 Test Ride Experience Trip เส้นทางจากด่านนอก จังหวัดสงขลา ประเทศไทย ถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระยะทางไปกลับมากกว่า 1,200 กิโลเมตร ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

 

 

New Yamaha Exciter 150 พาหนะประจำทริปนี้

สำหรับพาหนะของเราในทริปนี้ คือ New Yamaha Exciter 150 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยหลักแล้วที่มีการเปลี่ยนไปได้แก่ ไฟหน้าแบบ LED, หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอลขนาดใหญ่, เครื่องยนต์ที่มีการปรับจูนใหม่ให้มีอัตราเร่งที่ดีกว่าเดิม รวมถึงโช๊คอัพที่มีการปรับจูนใหม่ ให้เหมาะสมกับการขับขี่สไตล์สปอร์ตมากขึ้น

แล้วทำไมถึงเลือกใช้รถ Moped ล้ะ? ซึ่งนี่คือคำถามส่วนตัวของผมว่าทำไมเราถึงเลือกใช้รถสไตล์นี้

คำตอบก็คือ ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงภาคใต้ของบ้านเรา นิยมใช้งานรถแนว Moped เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในมาเลเซีย นิยมใช้รถ Moped เยอะมากๆ ในอัตราส่วนที่ว่า หากมองหารถมอเตอร์ไซค์บนถนน 10 คัน เราจะเห็นรถ Moped ถึง 8 คันเลยทีเดียว

ส่วนสาเหตุก็คือ รถ Moped เป็นรถที่ขับขี่ได้ง่าย มีพละกำลังที่สูง ซ่อมบำรุงง่าย ไม่จุกจิก สามารถขับขี่ลุยน้ำได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีปัญหาในการขึ้นทางชัน เนื่องจากเป็นรถแบบเกียร์แมนนัวคลัชมือ และมีราคาไม่สูงมาก ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในมาเลเซีย

 

 

 

วันที่ 1 ด่านสะเดา - เกาะปีนัง - คาเมรอนไฮแลนด์

สำหรับการขับขี่ในวันที่ 1 ผมจะเน้นการขับขี่เพื่อการทดสอบประสิทธิภาพของตัวรถในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์, ช่วงล่าง, ความคล่องตัว รวมถึงความสะดวกในการใช้งานเดินทางไกลเป็นหลัก เพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์ของทริปที่เลือกนำรถมาใช้ออกทริปเดินทางไกลกว่าพันกิโลเมตร

 

 

โดยในตอนเช้า เราเริ่มเดินทางออกจากโรงแรมที่ด่านนอก ผ่านด่านตรวจสะเดา ใช้เวลาที่ด่าน ดำเนินเรื่องเอกสารประมาณ 30 นาทีก็เป็นอันเสร็จสิ้น และได้เดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านศุลกากรแห่งใหม่ของมาเลเซีย ซึ่งปรับปรุงใหม่ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาเพียงคนละไม่เกิน 2 นาที ก็สามารถผ่านเข้าแดนได้เลยโดยไม่ต้องลงจากรถมอเตอร์ไซค์ด้วยซ้ำ สะดวกมากๆ

ก่อนที่จะข้ามแดนมาเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันแรก ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างแรกเลยคือ ค่าน้ำมันที่มาเลเซียถูกมากๆ น้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละประมาณ 15 บาทเท่านั้นเอง

 

 

เราเริ่มต้นการเดินทางจาก Bukit Kayu Hitam ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าไปตามทางด่วนหมายเลข 1 ซึ่งความเจ๋งของทางด่วนในประเทศมาเลเซีย คืออนุญาติให้รถจักรยานยนต์ทุกซีซี สามารถใช้งานทางด่วนได้ฟรี ! ขอย้ำว่าฟรี ! โดยจัดให้มีช่องทางสำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ และในทางหลัก จะจัดให้วิ่งเส้นขอบทาง หรือวิ่งบนเลนปกติได้เลย

ซึ่งจากการขับขี่ของผมสังเกตุว่าคนมาเลเซียค่อนข้างให้เกียรติกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถยนต์ หรือคนขับรถบรรทุก ต่างเอื้อเฝื้อเส้นทางให้รถจักรยานยนต์อย่างสม่ำเสมอ

 

 

เราขับขี่กันจาก Bukit Kayu Hitam ประมาณ 160 กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่เกาะปีนัง และแวะชมสตรีทอาทของขึ้นชื่อประจำปีนัง ซึ่งตลอดระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตรซึ่งเป็นทางตรงโดยส่วนใหญ่ ผมได้รีดประสิทธิภาพเครื่องยนต์ของ Yamaha Exciter 150 รุ่นใหม่นี้อย่างสุดกำลัง ซึ่งพบว่าตัวรถนั้นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 130 กม./ชม. เลยทีเดียว โดยรอบเครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้จะล็อกไว้ที่ 9,000 รอบ/นาที

สิ่งที่น่าประทับใจคือ อัตราเร่งขณะออกตัวของเจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้ ซึ่งถูกเซ็ตมาให้มีอัตราเร่งที่ดีกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน โดยผู้ร่วมทริปที่ใช้ Yamaha Exciter 150 รุ่นก่อนหน้านี้ถึงกับเอ่ยว่า รถรุ่นใหม่ให้อัตราเร่งที่ดีมากๆ

 

 

การเดินทางจากแผ่นดินมาเลเซีย ข้ามไปยังเกาะปีนังนั้น ทางบกจะมีเส้นทางอยู่ 2 เส้น คือสะพานปีนังเก่า และสะพานแห่งใหม่ โดยขาไป เราจะขับขี่ข้ามสะพานปีนังเก่า ซึ่งเป็นสะพานข้ามทะเลที่มีทัศนียภาพสวยงามเป็นอย่างมาก สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมทริปทุกคน

เมื่อเข้ามาสู่ปีนัง สิ่งแรกที่พบเลยคือการจราจรอันแสนจะติดขัด เนื่องจากมีปริมาณรถยนต์ค่อนข้างมาก จนทำให้รถเซอวิสนั้นไม่สามารถตามขบวนมาได้ทัน ทว่าสภาพบ้านเมืองของเขาสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถนนที่ทำได้ดีมากๆ พื้นถนนดี คมกริบ เส้นตัดชัดเจน ป้ายบอกทางชัดเจน ขับแล้วไม่หลงง่ายๆ แน่ๆ

 

 

สตรีทอาทบนเกาะปีนัง อีกหนึ่งแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนที่นี่ และแน่นอนว่าอย่าลืมที่จะชักสักภาพคู่กับสถานที่แห่งนี้สักหน่อย เพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเองชื่นชอบการเดินทางไปในดินแดนใหม่ๆ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนำเอามาเป็นความทรงจำดีๆ ของชีวิต และนำสิ่งดีๆ อันแสนประทับใจมาบอกต่อให้ทุกคนได้ลองเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้งครับ

 

 

หลังจากเรารับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังคาเมรอน ไฮแลนด์ทันที โดยการข้ามกลับไปยังแผ่นดินใหญ่ผ่านสะพานเส้นใหม่ นามว่าสะพานสุลต่านอับดุลฮาลิมมูอัซซัมชาห์ (Sultan Abdul Halim Muadzam Shah Bridge) ซึ่งเป็นสะพานระหว่างแผ่นดินกับเกาะที่มีความยาวมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความยาวมากถึง 24 กิโลเมตรด้วยกัน ซึ่งลักษณะสะพานจะแบ่งเป็นฝั่งละ 2 เลนรถยนต์ และ 1 เลนมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเลนมอเตอร์ไซค์ก็มีความกว้างเพียงพอที่จะขับขี่แซงกันได้เลย เรียกได้ว่าออกแบบได้ดีมากจริงๆ

ส่วนการขับขี่บนสะพานแห่งนี้ จำกัดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. และมีกระแสลมค่อนข้างแรงเป็นบางจุด ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังครับ

 

 

มีเพียงไม่ที่สถานที่บนโลกนี้ครับ ที่เราจะได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ข้ามทะเลแบบนี้ โอกาสดีๆ แบบนี้ต้องมีภาพสักหน่อยฮะ

 

 

หลังจากลงมาจากสะพานแล้ว แวะปั้ม เติมน้ำมัน แล้วซัดยาวๆ ไปยังคาเมร่อนไฮแลนด์เลย และสิ่งที่ใครๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาถึงมาเลเซีย แล้วไม่เจอฝน แสดงว่ามาไม่ถึง ก็ถึงจริงๆ ครับ ฝนตกห่าใหญ่โถมกระหน่ำใส่เป็นระยะทางสั้นๆ ประมาณ 3 กิโลเมตร ทว่ามาแชลนั้นแนะนำว่า หากเจอฝนให้ลุยต่อ เพราะข้างหน้าจะไม่มีฝน ซึ่งก็เป็นความจริงทุกประการ เพราะเราลุยฝนกันประมาณ 3 กม. ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก็พ้นจุดนั้นมาได้ ขี่อีกสักแปบนึงตัวก็แห้งด้วยแรงลมแล้ว

จากฟีลลิ่งการขับขี่ท่ามกลางฝนหนักนั้นพบว่า ยางติดรถเดิมๆ ของรถนั้น สามารถทำความเร็วสูงถึง 90 กม./ชม. ได้โดยไม่มีอาการลื่นแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องขอบอกก่อนว่าขึ้นอยู่กับสภาพถนนด้วยครับ เนื่องจากพื้นทางด่วนของมาเลเซียนั้นระบายน้ำได้เร็วมากๆ ฝนตกหนักมากๆ แต่ไม่มีน้ำขังเลย ! ซึ่งจุดนี้หาจากถนนธรรมดาในบ้านเราได้ยากมากๆๆๆๆ ครับ (ส่วนใหญ่เป็นทางหลวงระหว่างเมือง ทางด่วน หรือดอยที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จะราดพื้นถนนแบบแห้งไวไว้)

 

 

และในที่สุด เราก็ขับขี่ถึงทางขึ้นคาเมรอนไฮแลนด์กันสักทีครับ สำหรับเส้นทางบนคาเมรอนไฮแลนด์จะเป็นโค้งสลับซับซ้อนขึ้นที่สูง ระยะทางประมาณ 75 กม. ซึ่งตลอดเส้นทางจะพบกับไบเกอร์เจ้าถิ่น นิยมขับขี่ท่องเที่ยวในเส้นทางนี้อยู่ตลอดทาง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ราบสูง ทำให้มีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 18 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี

เส้นทางที่ขับขี่นี้เต็มไปด้วยโค้งสลับซับซ้อน โค้งอันแสนลาดชัน ทว่าเจ้า New Yamaha Exciter 150 คันนี้ ที่ได้ปรับปรุงในส่วนของช่วงล่างมาด้วยนั้น สามารถพารถพลิกโค้งไปมาได้อย่างสบายๆ หายห่วงไร้กังวล ประกอบกับเครื่องยนต์ที่จูนให้มีแรงบิดสูง ทำให้สามารถเดินทางขึ้นดอยไปยังจุดถ่ายภาพได้อย่างสบายๆ

 

 

ในส่วนของท่านั่งการขับขี่นั้น ออกแนวนั่งหลังตรงซึ่งทำให้การขับขี่ทางไกลนั้นไม่ได้สร้างความเมื่อยล้ามากนัก ส่วนระบบเบรคเดิมๆ ของ New Yamaha Exciter 150 จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน

 

 

สรุป

New Yamaha Exciter 150 เป็นรถ Moped ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่ต้องการรถที่ใช้งานได้ง่าย และยังคงความแรงเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการออกทริปด้วย เนื่องด้วยตัวเครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดี สามารถวิ่งทางไกลได้อย่างสบายๆ มีพละกำลังเหลือเฝือสำหรับการขับขี่ขึ้นเขา อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันมากๆ ซึ่งตลอดทริปนี้เราบิดคันเร่งกันแบบหมดปลอกตลอด 3 วัน ทำอัตราสิ้นเปลืองเพียง 37 กม./ลิตร เท่านั้น อีกทั้งช่วงล่างเดิมๆ ของตัวรถที่ทำมาได้ค่อนข้างดี ไม่ค่อยมีอาการโยนโค้งสักเท่าไหร่ และซับแรงกระแทกได้ดี ถือว่าสอบผ่านครับ

ข้อสังเหตุเห็นจะเป็นเรื่องของถังน้ำมันที่มีความจุน้อยไปหน่อยเพียง 4 ลิตรเศษเท่านั้น ก็อาจจะทำให้เราแวะเติมน้ำมันบ่อยสักหน่อย และไม่มีพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระเพียงพอต่อการออกทริป ทว่าในส่วนการเก็บสัมภาระนั้นเราสามารถติดตั้งในส่วนของกล่องเก็บสัมภาระเพิ่มเติมด้านหลังได้ ก็สามารถปิดจุดสังเกตุตรงนี้ไปได้ครับ

 

สำหรับการขับขี่วันแรกก็จบลงไปได้ด้วยดี ด้วยระยะทางขับขี่รวม 431 กม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 39 กม./ลิตร ซึ่งในหน้าจอดิจิตอลบน New Yamaha Exciter 150 คันนี้ ก็มีข้อมูลการขับขี่ต่างๆ บ่งบอกไว้ครบครันเลยครับ

 

 

วันที่ 2 คาเมรอนไฮแลนด์ - กัวลาลัมเปอร์

วันที่สองที่ประเทศมาเลเซีย เรายังคงอยู่กับ New Yamaha Exciter 150 ซึ่งจากที่เมื่อวานนี้เราเดินทางขาขึ้นเขากันมาด้านบน ในวันนี้เราก็จะเดินทางกลับลงไปยังพื้นราบแทน เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ครับ

 

 

สำหรับวันนี้ พยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกหนักตลอดเส้นทาง และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ เราเจอกับฝนตกหนักตลอดทางถึง 2 ชั่วโมงติดต่อกัน ขี่ตั้งแต่น้ำมันเต็มถังยันน้ำมันหมดกว่า 130 กม. ที่เราลุยฝนกัน เปียกจนชนิดที่ว่าไม่มีอะไรแห้งแล้วแม้แต่อย่างเดียว เหลือแต่ส่วนหัวเท่านั้นที่ยังแห้งอยู่ด้วยหมวกกันน็อกที่กันไว้ นอกนั้นเปียกหมด โดยเฉพาะรองเท้า ถอดออกมานึกว่าอ่างเลี้ยงปลา ฮ่าาาาาา

 

 

แม้ว่าฝนจะตกหนักสักเพียงใด ก็ไม่ใช่ปัญหาใดๆ ของ New Yamaha Exciter 150 ขอเพียงแค่ใจถึง น้ำมันพอ ก็ไปได้ และแล้วเราก็เดินทางกันถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเวลาประมาณ 16.00 น. ก่อนจะออกไปดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงแห่งมาเลเซียกับกลุ่ม Yamaha Club Malaysia ที่ควบ Yamaha Y15ZR หรือ Yamaha Exciter เวอร์ชั่นมาเลเซีย มาร่วมขบวนทริปไบเกอร์ชาวไทย ขับขี่ถ่ายภาพรอบกรุงกัวลาลัมเปอร์ครับ

 

 

วันที่ 3 กัวลาลัมเปอร์ - ด่านนอก ประเทศไทย

สำหรับวันสุดท้ายก็เป็นการเดินทางกลับประเทศไทยบ้านเรา โดยเราได้เริ่มเคลื่อนขบวนกันในเวลา 8.00 จากโรงแรมในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขึ้นทางด่วนซัดหมดปลอกกันยาวๆ กว่า 490 กม. จนถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 15.00 น. โดยซัดคันเร่งกันแบบหมดปลอกตลอดทาง ทำความเร็วเฉลี่ยประมาณ 100 กม./ชม. ซึ่งเจ้า New Yamaha Exciter 150 คันนี้ก็มิได้มีปัญหาใดๆ เลย ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับรถที่ใช้ออกทริป เพราะแน่นอนว่าการออกทริปเดินทางไกลนั้น การที่พาหนะไม่มีปัญหา เป็นลาภอันประเสริฐครับ

 

 

และแล้วก็ปิดทริปเป็นที่เรียบร้อย ที่ระยะทางขับขี่รวมกว่า 1,229 กิโลเมตร กับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 37 กม./ลิตร ก็จัดว่าสบายๆ ค่อนข้างประหยัดมากเลยทีเดียวกับความเร็วที่ใช้งานในการเดินทาง

 

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่ได้ให้โอกาสสุดพิเศษสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ระหว่างประเทศครับ

บททดสอบและขับขี่โดย กฤตนู วิเศษไชยศรี (Kritanu.v)

 

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ