BOSCH สร้างหม้อลมเบรกที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ขึ้น Share this

BOSCH สร้างหม้อลมเบรกที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ขึ้น

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 27 พฤษภาคม 2562

 การก้าวสู่ความเป็นเมือง คือปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองสำคัญอื่นๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วประเทศไทย เมื่อเมืองเหล่านี้มีความทันสมัยมากขึ้น ความต้องการด้านการขนส่งและการเดินทางจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยรายงานเกี่ยวกับเมืองของโลก โดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations’ World Cities) ประจำปี 2559 ระบุว่าภายในปี 2573 จะมีผู้อยู่อาศัยในเมืองอย่างน้อย 5,000 ล้านคนทั่วโลกและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภูมิภาคเดียวจะมีคนจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองถึง 90 ล้านคน โดยมีการคาดการณ์ว่าการจราจรในเมืองจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่านับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงปี 2593 ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการจราจรติดขัด อุบัติเหตุทางการจราจรและมลพิษที่เพิ่มขึ้น

 

“บ๊อชมุ่งหวังให้ถึงวันที่การเดินทางในเมืองของประเทศไทยปราศจากความเครียด อุบัติเหตุและมลพิษ จึงก่อให้เกิดวิสัยทัศน์ซึ่งสามารถบรรลุผลได้ด้วยระบบนิเวศที่ยั่งยืนด้วยการผสมผสานโซลูชันส์ทางเลือกด้านการคมนาคมขนส่งและการสร้างเครื่องยนต์เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยกว่า สะดวกสบายกว่า และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายมาร์ติน เฮย์ส ประธานบริษัทบ๊อชประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

 

การศึกษาที่ดำเนินการโดย World Economic Forum ระบุว่าทั่วโลกมีมลพิษทางอากาศที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 7 ล้านคนต่อปี และทำให้คนอายุสั้นลงโดยเฉลี่ย 1.8 ปี ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังประสบภาวะสำลักฝุ่นควันที่หนา โดยประเทศต่าง ๆ ได้นำวิธีการที่เข้มข้นไปใช้ในการปรับสภาพอากาศ เช่น การกระตุ้นเมฆฝน และการกำจัดหมอก ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยปริมาณฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ที่เป็นอันตรายเกินขีดความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ปรากฏการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทั้งหมดต้องได้รับการพิจารณาหาวิธีการแก้ไขร่วมกัน

 

แนวทางของ Bosch สำหรับการการเดินทางในเมือง

ระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่บ๊อชผลิตขึ้นมาทั่วโลกนั้นได้นำไปใช้กับรถมากกว่า 5 แสนคันบนท้องถนน ในประเทศไทย ยานยนต์แบบไฟฟ้าไฮบริด (HEV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของระบบส่งกำลังไฟฟ้าชนิดนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมือง

ระบบแบตเตอรี่ไฮบริด 48 โวลต์

ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายต่างมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในทางปฏิบัติแล้วหมายถึงการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ โดยแบตเตอรีบ๊อช 48 โวลต์ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่บ๊อชใช้มีขนาดกะทัดรัดที่สุดในขณะที่ยังคงสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ส่วนแบตเตอรี่ 48 โวลต์ที่เป็นนวัตกรรมของบ๊อช ได้รับการรับรองมาตรฐานสำหรับการใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรถไมโครคาร์ สนนราคายังช่วยให้มันกลายเป็นพลังงานไฮบริดสำหรับทุกคนได้ ทั้งนี้ขณะที่ตลาดไฮบริดขยายตัว บ๊อชคาดว่าแบตเตอรี่ของทางบริษัทจะประสบความสำเร็จในภูมิภาคด้วย

 

การผลิตแบตเตอรี่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2561 โดยบ๊อชได้แบตเตอรี่ขนาด 48 โวลต์ พร้อมสร้างสรรค์ส่วนประกอบของระบบส่งกำลังเพื่อหวังเข้าถึงตลาดยานพาหนะระบบไฮบริดระดับเริ่มต้นที่มีขนาดใหญ่ ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่ารถยนต์ไฮบริดขนาด 48 โวลต์จำนวน 15 ล้านคันจะออกสู่ตลาดภายในปี 2568

 

ฝุ่นจากเบรกน้อยลงร้อยละ 95 ด้วยระบบเบรกแบบใหม่

ระบบเบรกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถยนต์ ระบบจะแปลงแรงเบรกจากผู้ขับขี่ให้กลายเป็นการเบรกที่ต้องการในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่ายานพาหนะจะหยุดอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีอีกเหตุผลที่ระบบเบรกเป็นจุดสนใจของผู้คน นั่นคือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มลพิษจากฝุ่นละอองจากการจราจรส่วนใหญ่บนถนนเกิดจากถนน ยางรถยนต์ และผ้าเบรกมากกว่าการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลประเทศเยอรมนีระบุว่าเบรกและยางมีผลร้อยละ 32 ในการปล่อยฝุ่นละออง และครึ่งหนึ่งเป็นฝุ่นจากเบรก การลดฝุ่นจากเบรกจึงช่วยให้อากาศในเมืองดีขึ้นได้

 

ระบบเบรกเทคโนโลยีรีเจนเจอเรทีฟ (Regenerative braking systems) ช่วยให้ระบบเบรกสามารถฟื้นพลังงานเบรกแทนการใช้เบรกแบบเสียดทาน (friction brake) และยังช่วยการเบรกนั้นปลอดมลพิษ การเผาไหม้ของเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจำเป็นต้องอาศัยโซลูชันในแบบโมดูลาร์ และ scalable vacuum-independent ทั้งนี้ iBooster ซึ่งเป็นหม้อลมเบรกที่ใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถใช้ได้กับยานพาหนะทุกประเภท โดยเฉพาะรถยนต์แบบไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หม้อลมเบรกชนิดนี้ช่วยลดระยะเบรกและทำให้รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพการจราจรในเมืองที่ต้องมีการเบรกและเร่งความเร็วตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อ ใช้ร่วมกับเทคโนโลยี ESP®hev ระบบเบรกแบบใหม่ที่ใช้สุญญากาศสำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทำให้การแปรรูปเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสามารถช่วยลดฝุ่นละอองการจากเบรกได้ถึงร้อยละ 95

การเดินทางแห่งอนาคต

ระบบการส่งกำลังที่ประหยัดพลังงานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวิธีแก้ปัญหาด้านพลังงานและภาวะโลกร้อน บ๊อชเชื่อว่าเครื่องยนต์ที่สันดาปภายในที่เหมาะสมและระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของการคมนาคมภายในเมืองและทางบริษัทจะยังคงพัฒนาและปรับปรุงระบบการส่งกำลังทั้ง 2 ประเภทต่อไป

 

เมื่อต้นปีนี้บ๊อชได้เข้าซื้อหุ้นของ EM-motive ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าของยุโรป ทั้งนี้ EM-motive ก่อตั้งขึ้นโดยบ๊อชและเดมเลอร์ในปี 2554 ในฐานะบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 50:50 โดยทาง EM-motive ได้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 450,000 ตัว การซื้อบริษัทในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับบ๊อชในฐานะผู้นำด้านการคมนาคมด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งยังช่วยผลักดันขีดจำกัดทางเทคนิคให้เกิดขึ้นจริงได้ต่อไป

 

“สำหรับบ๊อช การให้หลักประกันเรื่องอากาศที่บริสุทธิ์ในเมืองของประเทศไทยไม่ได้ไกลจากความเป็นจริงเลย ทั้งนี้เพราะวิศวกรของเรามีความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เมืองของเราน่าอยู่และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” คุณเฮย์สกล่าว

 

รูปภาพประกอบ: #เทคโนโลยี iBooster รวมกับ ESP®hev จะทำให้เกิดฝุ่นจากเบรกน้อยลงถึง 95 เปอร์เซ็นต์

#แบตเตอรี่ไฮบริดจากบ๊อช – ได้มาตรฐานและใช้งานง่าย #เมื่อใช้ระบบส่งกำลังไฟฟ้า ร่วมกับ เทคโนโลยี ESP®hev จะช่วยให้การฟื้นคืนพลังงานใด้ในระดับสูง

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ