เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงาน “Mercedes-Benz StarFest 2019” พร้อมเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ บนเส้นทาง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ Share this

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงาน “Mercedes-Benz StarFest 2019” พร้อมเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ บนเส้นทาง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 18 ตุลาคม 2562

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยกทัพจัดเต็ม 9 รุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV พร้อมชูไฮไลท์รถยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง A 200 AMG Dynamic และ GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic


สำหรับงานแสดงรถยนต์ประจำปี “Mercedes-Benz StarFest 2019” มาภายใต้คอนเซ็ปท์ “The All Star Experiences” ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ที่ได้ยกขบวนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่นไปจัดแสดงยังที่ต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, และ SUV ซึ่งรวมถึงรถยนต์ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง ระบบมัลติมีเดียแบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว ผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียงที่สามารถจดจำข้อมูล และเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานต่างๆ ของผู้ขับขี่ เพื่อแจ้งเตือนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้ง่ายและเหมาะสมที่สุด
รวมถึงบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

พร้อมกันนี้ยังได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนมาร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายใต้แบรนด์เทคโนโลยี EQ จำนวน 3 รุ่นได้แก่ E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในเส้นทางภูเก็ต – กรุงเทพฯ

Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED High Performance ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED, ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus)

โดย Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะเพิ่มเติมความพิเศษด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า

ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อความสะดวกในการบรรจุสัมภาระ ซึ่งรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde และ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ภายในได้รับการตกแต่งสไตล์หรูหรา มาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง nappa ในขณะที่รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง nappa, นอกจากนี้ สำหรับรุ่น Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ widescreen cockpit  เพิ่มความพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)
ในส่วนของระบบมัลติมีเดียนั้น Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ ระบบ COMAND Online พร้อม Controller, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) และ Android (Android Auto) รวมถึงการติดตั้งระบบแผนที่นำทาง พร้อมเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สีอีกด้วย
ความปลอดภัยและเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless  charging for mobile phone) โดย Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ในขณะที่ Mercedes-Benz E 350 e Exclusive และ Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย

Mercedes-Benz E 350 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 ต่อนาที และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC PLUS) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

จากการทดสอบ บอกได้เลยครับว่า เรื่องสมรรถนะ ไร้ที่ติจริงๆ เครื่องยนต์มีกำลังเหลือเฟือ ขับไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับ เหยียบแบบสบายๆไม่เค้นกำลัง มุมมองจากภายในรถเมื่อมองออกไปด้านนอกขณะขับขี่ดูเหมือนภาพผ่านไปช้ามาก แต่พอเหลือบไปมองที่เรือนไมล์ แทบตกใจครับ เพราะความเร็วใต่ไปที่ 180 กม./ชม.แล้ว นี่แค่เหยียบเบาๆเองนะ เร่งแซงได้มั่นใจ และการเข้าโค้งทำได้นิ่งมากๆครับ ไม่ปัด ไม่ร่อน รวมถึงการเก็บเสียงก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน สมกับเป็นยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมที่เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างแท้จริง

  • Mercedes-Benz E 350 e Avantgarde ราคา 3.540 ล้านบาท
  • Mercedes-Benz E 350 e Exclusive ราคา 3.790 ล้านบาท
  • Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic ราคา 4.190 ล้านบาท

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ