[รีวิว]ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID มีดีที่ประหยัด ราคาดี๊ดี Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[รีวิว]ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID มีดีที่ประหยัด ราคาดี๊ดี

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 01 ตุลาคม 2562

หลังจากเจ้าตลาดอย่างโตโยต้า เปิดตัว  ALL-NEW TOYOTA COROLLA  ALTIS เจนเนอร์ชั่นที่ 12 ได้เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด ทั้งหน้าตาเครื่องยนต์ พร้อมทั้ง แพลตฟอร์ม TNGA เรียกว่ายกเครื่องกันเลย จุดแข็ง ของโตโยต้าคือ มีเครื่องยนต์ให้เลือกเยอะสุด  เบนซิน 1.6 เบนซิน 1.8 และเครื่องยนต์ไฮบริด พร้อมราคาเริ่มต้น 829,000 – 1,099,000 บาท ทำให้หน้าสนใจขึ้นมาเลย

ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วจะขับดีไหม โตโยต้า ประเทศไทย จึงได้จัดการทดสอบ ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID  เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะการเปลี่ยนแปลง เส้นทางกรุงเทพฯ – พัทยา ก่อนการเดินทางเรามารู้จัก อัลติส กันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง 

ภายนอก

รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่ถูกใจหลายคน เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด  แต่ถ้าดูในรายละเอียดก็จะได้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนเยอะขึ้น (เสียดายถ้านำเอาหน้าฝั่งยุโรปมาคงจะดีกว่า) เริ่มจากไฟหน้า แสดงให้เห็นถึงความโฉบเฉี่ยว ไฟหน้า LED Projector ทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ สามารถเปิดและปิดได้อัตโนมัติ รวมถึงการส่องสว่างในช่วงกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights และเสริมโครเมียมทั้งบริเวณกระจังหน้าและกันชนให้ความรู้สึกหรูหราผสมกับความสปอร์ตด้วยตะแกรงสีดำขนาดใหญ่บริเวณกันชน ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่คล้ายกับ Camry โฉมปัจจุบัน  ด้านไฟท้าย เป็นสิ่งที่ดูดีที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงภายนอก มาในรูปแบบ LED Rear Lamps ให้ความรู้สึกหรูขึ้นมา พร้อมด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว ที่ขยายให้หน้ากว้างของยางเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นเดิม เพื่อการเกาะถนนที่ดีขึ้น 

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนสุดใน ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS คือการเปลี่ยน แพลตฟอร์ม TNGA ที่พัฒนาออกมาให้ใช้ในแต่ละรุ่นของโตโยต้า ตั้งแต่ TOYOTA PRIUS, TOYOTA CAMRY และ TOYOTA C-HR ซึ่งทำได้ดีมากในแต่ละโมเดล

ภายใน

ภายใน ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS ถูกพัฒนาให้กว้างขวาง ทันสมัย  ให้ความรู้สึกเรียบหรู ออกแบบคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเป็นหลัก แต่สิ่งที่คัดใจทีมงานคือ คอนโซลกลาง ออกแบบมาดูใหญ่แต่ไม่สามารถเก็บมือถือได้ต้องวางในตำแหน่งที่่วางแก้วน้ำ แต่ก็ทดแทนด้วย ระบบมัลติฟังชั่นการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีขนาด 7 นิ้ว

หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigator รองรับ T-CONNECTระบบปรับอากาศอัตโนมัติแต่แยกอุณหภูมิ ซ้าย –ขวา ไม่ได้ ยังดีที่ให้ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร Nanoe มันช่วยสร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบเพื่อขจัดกลิ่นและยับยั้งเชื้อโรคได้ดี  Wireless Charger กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ พร้อม Auto Brake Hold และ Electric Parking Brake ระบบเบรกมือไฟฟ้ามาให้ ด้านหลังไม่ต้องกลัวร้อนเพราะช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง และม่านบังแดดที่กระจกหลัง(เสียดายที่ไม่ปรับไฟฟ้า) เบาะนั่งปรับไฟฟ้าฝั่งคันนั่งและคนขับ  ด้านหลังนั่งสบาย  อีกอย่างสำหรับ ALL-NEW TOYOTA ALTIS HYBRID วางแบตเตอรี่ไว้ใต้เบาะนั่งโดยสารแถวหลัง ติดตั้งพัดลมระบายความร้อนที่เพิ่มความแรงของมอเตอร์เป็น 7 ระดับ ช่วยให้ลดความร้อนของตัวแบตเตอรี่ และไม่ได้ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังลดลง

เครื่องยนต์

ALL NEW TOYOTA ALTIS HYBRID ถือเป็นเครื่องยนต์ใหม่สำหรับ อัลติส แต่ก็เป็นเครื่องยนต์เดียวกับ TOYOTA C-HR แต่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybrid 4 สูบ รหัส 2ZR-FXE Atkinson cycle 1,798 ซีซี. VVT-i ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 Modules 6.5 Ah รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ให้การประหยัดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร 

เริ่มต้นการทดสอบ

โตโยต้านัดรวมตัวที่ สนามทดสอบ TOYOTA DRIVING EXPERIENCE PARK บางนา เพื่อรับฟังข้อมูลของรถพร้อมทั้งทดสอบระบบต่างๆ  เร่ิ่มในแต่ละสเตชั่นที่ทางโตโยต้าจัดให้ก่อนที่จะเดินทาง มีทั้ง สเตชั่นสลาลม (Slalom) ทดสอบแบบเปลี่ยนเลนกระทันหัน (LaneChange) ทดสอบอัตราเร่ง (Acceleration) บนสภาพถนนที่แตกต่าง พร้อมทดสอบระบบเบรก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก BA (Break Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) บนสภาพพื้นผิวธรรมดาและพื้นผิวลื่น โดยสถานีนี้ได้รับการออกแบบให้มีทั้งพื้นผิวเปียกและแห้งทั้งพื้นผิวปกติและพื้นผิวลื่น

การทดสอบในสถานีต่างๆ ชัดเจนว่า อัลติสใหม่ ดีกว่ารุ่นเดิมมาก ในทุกสถานี ตั้งแต่ สลาลม ด้วยระบบTNGA แสดงให้เห็นถึงการทรงตัวที่ดีขึ้นรถเสียอาการน้อยลงให้การยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น สถานี เบรก(ABS)พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA (Break Assist) รถทุกคันก็มี ABS แต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนีชัดเจนว่า อาการสะท้านขึ้นพวงมาลัยหายไป เบรกนุ้นขึ้นทำให้ควบคุมรถได้ง่าย 

ออกจากสนามทดสอบ บางนามุ่งหน้าสู่ พัทยา เส้นทางบนถนนจริง ด้วยเครื่องยนต์ ไฮบริด เหมือนแรงม้าจะน้อยแต่เมื่อขับจริง อัลติสสามารถ ทำอัตราเร่งได้ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้แรงขนาดรถแข่งแต่ให้การตอบสนองที่ดีในการใช้งานเช่นกัน (ถ้าต้องการแรงเคร่ื่องยนต์ 1.8 ลิตรให้อัตเร่งที่ดีกว่า) ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซงหรือออกตัว ความเร็วสูงสุดจะถูกล็อกไว้ที่ 170 km เพื่อความปลอดภัย เครื่องยนต์ไม่ได้ทำให้ผมประทับใจมากนักเพราะคาดไว้อยู่แล้วว่าถูกปรับเซ็ต ให้เหมาะสมกับรูปแบบรถใช้งานในเมืองมากกว่า แต่ส่ิงที่ดีคือระบบช่วงล่าง ที่ปรับเซทมาให้ดีกว่ารุ่นเดิมมาก ในความเร็วสูงรถให้การเกาะถนนที่ดี อาการโค้งหรือโยนคอสะพาน หายไปทำให้มั่นใจในการขับขี่ขึ้น พร้อมทั้งพวงมาลัยมีน้ำหนักที่ดีในความเร็วสูง ควบคุมได้ง่ายขึ้นมาก วิ่งทางตรงยาวๆไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป เพราะในคันนี้มีระบบ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range สามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้าด้วยเรดาห์ซึ่งค่อนข้างจะทำงานได้แม่นยำ และถ้ามีรถเข้าแทรกตัดหน้ารถจะชะลอความเร็วทิ้งระยะเท่าเดิมที่่ตั้งไว้ ด้วยระบบเรดาห์ สิ่งที่ประทับใจในระบบนี้สามารถทำงาน ได้จนรถหยุดนิ่ง และเมื่อคันหน้าออกตัวรถก็จะเร่งตามคันหน้าเช่นเดิม(หยุดไม่เกิน 4 วินาที ถ้าเกินต้องกดคันเร่งช่วยในการออกตัวเบาๆ) และยังมีระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เองอีกต่างหาก เรียกว่าจัดเต็มจริงสำหรับ ALL-NEW TOYOTA ALTIS HYBRID 

ถึงที่พัทยา กับเส้นทางโดยรวมวิ่งอ้อมๆหน่อย 270 km  ด้วยความเร็วเฉลี่ย 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ทั้งเร่งแซงกดเต็มกำลังเครื่อง เรียกว่าขับแบบไม่ประหยัด น่าประทับใจที่สุดคือ อัตราเฉลี่ยที่ทำได้สำหรับ ALL-NEW TOYOTA ALTIS HYBRID คือ 18 กิโลเมตรต่อลิตร อืมนี้มันรถอีโคคาร์ชัดชัด

สรุปสำหรับ ALL-NEW TOYOTA ALTIS HYBRID สิ่งที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงไม่ใช้หน้าตาแต่เป็นการขับขี่ที่ดีขึ้นมาก กับระบบ TNGA พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยต่างๆเรียกว่าจัดเต็ม

ข้อดี สำหรับเครื่อง ไฮบริด แน่นอนประหยัดน้ำมันจริง ช่วงล่างทำได้ดีขึ้น ระบบความปลอดภัยมากขึ้น ราคาจำหน่ายถูกสุดในกลุ่มคู่แข่งในตลาด

ข้อเสีย หน้าตาไม่ถูกใจคนส่วนใหญ่ ภายในจอกลางดูขัดตา ที่วางมือถือไม่มี เสียงลมเข้าเยอะยิ่งไฮบริดรถเงียบได้ยินชัดขึ้น

  ALL-NEW TOYOTA ALTIS HYBRID เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการรถที่ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ความทนทาน เหมาะกับการใช้งานในเมือง คนที่ชอบขับขี่แบบเรื่อยๆไม่ได้ชอบความเร็ว ค่าตัวมีความคุ้มค่าเงินสุด สู้คู่แข่งได้ไหม เทียบกันในกลุ่ม C-Segment  ทุกคันชัดเจนในการวางกลุ่มลูกค้า Madza3 หรูหรา Civic ขับขี่สนุกสนาน ALTIS อยู่ระหว่างกลาง ส่วนหน้าตาแล้วแต่ความชอบส่วนตัว 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ