รวมไฮไลท์ยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษจาก โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ปี 2019 Share this

รวมไฮไลท์ยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษจาก โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ปี 2019

Tadsaneeya
โดย Tadsaneeya
โพสต์เมื่อ 22 มกราคม 2563

ผลงานสั่งผลิตพิเศษ หรือ Bespoke ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงยนตรกรรมกลุ่ม Collection Cars ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าซูเปอร์ลักซ์ชัวรีระดับโลกของ โรลส์-รอยซ์ 


ปี 2019 เป็นปีที่ทีมวิศวกร นักออกแบบ และช่างฝีมือของ Rolls-Royce Bespoke Collective ณ Home of Rolls-Royce ในกู๊ดวูด ประเทศอังกฤษ ได้รังสรรค์ยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษขึ้นเป็นจำนวนมากที่สุด เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ 116 ปีของแบรนด์

‘โรส แฟนธอม’ ศิลปะงานปักหนึ่งล้านฝีเข็มจากโรลส์-รอยซ์
นักธุรกิจจากสตอกโฮล์มผู้หลงใหลในดอกไม้ ได้มอบโจทย์ที่ท้าทายให้กับทีม Rolls-Royce Bespoke Collective ในการสร้างยนตรกรรมที่สามารถทำให้ผู้โดยสารดื่มด่ำไปกับในความงามอันหรูหราของดอกไม้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ‘โรส แฟนธอม’ ที่เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นความจริงด้วยงานปักหนึ่งล้านฝีเข็ม

สี Peacock Blue บนตัวถังของ โรส แฟนธอม ถูกแต่งแต้มด้วยเส้นโคชไลน์แบบคู่สี Charles Blue ที่เกาะเกี่ยวกันอย่างเป็นธรรมชาติคล้ายกับลำต้นของดอกกุหลาบซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของงานนี้ 

เพดานห้องโดยสารลายดอกไม้สว่างไสวด้วย Starlight Headliner อันเลื่องชื่อของแบรนด์ ประดับประดาด้วยดอกกุหลาบปักสลับกับผีเสื้อนกยูง และผีเสื้ออะโดนิส บลู และผลงานที่โดดเด่นที่สุดภายในยนตรกรรมจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Gallery ของ แฟนธอม อันสวยงาม ด้วยงานปักลายต้นกุหลาบที่เลื้อยผ่านขึ้นมาถึงแผงกระจกของหน้าปัด

โกสต์ เซนิธ คอลเลกชัน (GHOST ZENITH COLLECTION)
โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส อำลา 1 ทศวรรษอันรุ่งโรจน์ของโกสต์ด้วย 'เซนิธ คอลเลกชัน' รุ่นลิมิเต็ด เพียง 50 คัน ซึ่งถือเป็นยนตรกรรม Bespoke ที่โดดเด่นที่สุดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในคอลเลกชันของ โกสต์

การสร้างสรรค์ ‘โกสต์ เซนิธ’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยานยนต์ 200EX ซึ่งเป็นต้นแบบของภาพลักษณ์ร่วมสมัยของโกสต์ในปี 2552 ห้องโดยสารสว่างด้วยแสงไฟแอมเบียนท์ที่ลอดผ่านหนังฉลุ เบาะหลังตกแต่งด้วยงานปักที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรายละเอียดของเบาะนั่งในยนตรกรรม ‘ซิลเวอร์ โกสต์’ รุ่นแรกช่วงปี 2450

เพดานห้องโดยสารของ โกสต์ เซนิธ รุ่นฐานล้อมาตรฐาน ยังประดับด้วย Starlight Headliner กับลูกเล่นดาวตกที่ไม่เหมือนใคร เกิดจากการยิงแสงแบบสุ่มพาดผ่านหมู่ดวงดาวไฟเบอร์ออปติก และที่กลางคอนโซลของยานยนต์แต่ละคันในคอลเลกชันถูกตกแต่งด้วยแผ่นโลหะที่ระลึก ซึ่งหลอมมาจากสัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซีของ 200EX

เบย์ไซด์ ดอว์น แอโรว์ แควลิง (BAYSIDE DAWN AERO COWLING)

หลังจาก ‘ดอว์น แอโรว์ แควลิง’ ออกสู่สายตาสาธารณชนในปี 2561 โรลส์-รอยซ์ ก็ได้เปิดตัวยนตรกรรมแห่งท้องทะเล ‘เบย์ไซด์ ดอว์น แอโรว์ แควลิง’ ซึ่งได้รับการว่าจ้างโดยลูกค้าจากโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษในธีมทะเลนี้ คือ สัญลักษณ์แห่งการแสดงความเคารพต่อเมืองแห่งการเดินเรือของลูกค้า

ยนตรกรรมหนึ่งเดียวคันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรือยอชท์และสปีดโบ๊ท และเนรมิตขึ้นด้วยวัสดุทั้งสังเคราะห์และจากธรรมชาติ องค์ประกอบของไม้ตกแต่งแบบ Canadel Wood Paneling จากไม้สักเคลือบผิวแบบ Open Pore ชวนให้นึกถึงดาดฟ้าของเรือยอชท์ เข้ากันได้อย่างดีกับเทคนิคัลไฟเบอร์ล้ำสมัย การออกแบบด้านท้ายของตัวรถยังช่วยขับให้สีภายนอกและสีของเบาะหนังภายในโดดเด่นยิ่งขึ้น ชวนให้นึกถึงทะเลสีฟ้าและใบเรือสีขาวของประเพณีการแล่นเรือยอชท์ในอ่าวโยโกฮาม่า

เรธ ทีล (WRAITH TEAL)

ยนตรกรรมเรธในสีทีล (Teal) สดใส คือ ตัวแทนของสีสันแห่งทะเลอาหรับ สีของเบาะด้านในถูกผสมขึ้นมาเป็นพิเศษให้เข้ากับสีภายนอกได้อย่างลงตัว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเจ้าของยนตรกรรมจะถูกห้อมล้อมไปด้วยด้วยความหรูหราที่อิ่มเอมและมีชีวิตชีวาของท้องทะเล ชิ้นงานปักขนาดใหญ่ที่ประดับอยู่ตรงวอเทอร์ฟอลด้านหลังของรถได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และตำแหน่งของแต่ละฝีเข็มก็ผ่านการคำนวนมาเป็นอย่างดีให้รับกับการหักเหของแสง เพื่อขับเน้นให้ลวดลายเรขาคณิตเด่นชัดออกมา

ยนตรกรรมสีสันสดใสนี้ ถูกตัดด้วยแผงคอนโทรลสีโครเมียม ช่องระบายอากาศภายใน และฝาครอบของลำโพงที่ใช้สีโทนเข้มขึ้นด้วยการเคลือบผิวแบบ PVD

แฟนธอมแห่งจิตวิญญาณดิจิทัล (DIGITAL SOUL PHANTOM)

‘แฟนธอมแห่งจิตวิญญาณดิจิทัล’ คืองานศิลป์ร่วมสมัยที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างพลังกายและความมุมานะของมนุษย์กับดีไซน์ที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ ผลงานชิ้นที่เป็นหัวใจของแฟนธอมคันนี้คือ Gallery ที่สร้างโดยนักออกแบบผลิตภัณฑ์ มร. ทอร์สตัน แฟรงค์ (Thorsten Franck)

DNA ของเจ้าของยนตรกรรมถูกถ่ายทอดด้วยอัลกอริทึมที่จะทำการแปลงลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลลงบนแผนสเตนเลสสตีลด้วยเทคนิคการพิมพ์สามมิติ จากนั้นนำมาขัดด้วยมือ และชุบด้วยทองคำ 24 กะรัต เพื่อให้เป็นงานศิลปะที่ไม่เหมือนใคร

ทองคำถูกนำมาเสริมรายละเอียดการตกแต่งภายใน งานฝังประดับทองคำด้วยมือบนไม้ยูคาลิปตัสรมควันและฝาครอบลำโพงชุบทอง ต่างเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ความสวยงามครบสมบูรณ์

เรธ อีเกิล 8 (WRAITH EAGLE VIII COLLECTION)

เพื่อรำลึก 100 ปีของการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่หยุดพักเป็นครั้งแรกของโลก โดยกัปตันจอห์น อัลค็อก และร้อยโทอาร์เธอร์ บราวน์ ในเดือนมิถุนายน 2562 โรลส์-รอยซ์ได้รังสรรค์ยนตรกรรม เรธ รุ่นพิเศษ 50 คัน ในคอลเลกชัน ‘เรธ อีเกิล 8’


เรื่องราวของการเดินทางผจญภัยยามราตรีที่เต็มไปด้วยอันตรายของทั้งสอง ด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce Eagle VIII ถูกนำมาบอกเล่าผ่านยนตรกรรม เรธ พร้อม Starlight Headliner สะพรั่งด้วยดวงดาวจากเส้นใยไฟเบอร์ออปติก 1,183 จุด และการเดินด้ายทองเหลืองเพื่อแสดงถึงท้องฟ้ายามค่ำคืน และเส้นทางการบินของทั้งคู่ขณะที่พวกเขาเอาชนะความยากลำบากนานัปการเพื่อให้ภารกิจการบินเสร็จสมบูรณ์

ฝาครอบลำโพงทองเหลืองบอกเล่าถึงระยะทางการบินราว 1,880 ไมล์ ขณะที่แผ่นทองเหลืองสลักคำพูดของวินสตัน เชอร์ชิล เพื่อยกย่องความสำเร็จอันน่าทึ่งของทั้งคู่ ถูกนำมาประดับไว้ที่ประตูข้างคนขับ แผงหน้าปัดทำจากไม้ยูคาลิปตัสรมควัน เคลือบทองแบบสุญญากาศ ก่อนจะนำมาฝังด้วยเงินและทองแดง เป็นการจำลองภาพมุมสูงของโลกในเวลากลางคืน ที่สว่างไสวด้วยไฟจากถนนและบ้านเรือนที่อยู่เบื้องล่าง

แฟนธอมแห่งกาลเวลา (HOROLOGY PHANTOM)

‘แฟนธอมแห่งกาลเวลา’ ถูกตกแต่งด้วยองค์ประกอบของนาฬิกา แรงบันดาลใจของยนตรกรรมคันนี้เกิดขึ้นจากการพบกันของนักออกแบบจาก โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส และปรมาจารย์ด้านศาสตร์แห่งการสร้างเครื่องบอกเวลาจาก La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้มารวมตัวกันเพื่อศึกษาความซับซ้อนและการเคลื่อนไหวอันแปลกตา แต่ทว่างดงามของนาฬิกาลักซ์ชัวรี

เฉดสีทู-โทนภายนอกของสีดำและสีเทาอมฟ้ากันเมทัล (Gunmetal) ตัดกับเส้นโคชไลน์วาดมือแบบคู่สีทองและเงิน ผสมผสานกันเป็นดีไซน์ที่ละเอียดอ่อนเหมือนกลไกของนาฬิกา สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี หุ้มด้วยทองคำ 24 กะรัต ถูกนำมาประดับที่หน้ารถ แผงหน้าปัดด้านในห้องโดยสารสวยงามด้วยงานฝังประดับสเตนเลสสตีลและทองคำที่ใหญ่ที่สุดที่เคยนำมาใช้ในยนตรกรรม แฟนธอม ส่วนของ Gallery ตกแต่งด้วยสเตนเลสสตีลหลายเลเยอร์ อันสื่อถึงชิ้นส่วนโลหะหลายชั้นที่เป็นองค์ประกอบอันซับซ้อนของระบบนาฬิกา ลวดลายจากการฝังสเตนเลสและทองคำนี้ สะท้อนถึงแบบแผนการเคลื่อนไหวของเข็มนาฬิกา ส่วนเรือนนาฬิกา โรลส์-รอยซ์ ในกรอบสีเงินแกะสลักด้วยเทคนิคกิโยเช (Guilloche) ถูกติดตั้งอย่างโดดเด่นอยู่เคียงคู่ Gallery

เพบเบิล บีช พาสเทล คอลเลกชัน (PEBBLE BEACH PASTEL COLLECTION)

3 การรังสรรค์สุดพิเศษของ ‘แบล็ก แบดจ์’ ในคอลเลกชัน ‘เพบเบิล บีช’ พ.ศ. 2562 มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ เพิ่มเติมสีสันใหม่ๆ ให้กับพาเลทสีสั่งผลิตพิเศษของโรลส์-รอยซ์ และตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ‘แบล็ก แบดจ์’ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงสีดำ

‘โกสต์ แบล็ก แบดจ์’ มาในเฉดสีไลท์ กรีน ซอลิท (Light Green Solid) เป็นสีพาสเทลที่สื่อถึงการเกิดใหม่ของพรรณพืชบนคาบสมุทรมอนเทอเรย์ หลังจากหลายปีของความแห้งแล้งและเปลวไฟ เบาะหนังแท้ด้านในใช้สีดำตัดด้วยสีเขียวเซเรนิตี กรีน (Serenity Green) ช่วยให้เทคนิคัลไฟเบอร์บนแผงหน้าปัดโดดเด่นขึ้นมา

‘ดอว์น แบล็ก แบดจ์’ ในสีคอรัล ซอลิด (Coral Solid) คือ อีกหนึ่งผลงานสั่งผลิตพิเศษอันงดงาม ที่ต้องผ่านการเคลือบสีถึง 7 ชั้น และขัดด้วยมือนานกว่า 9 ชั่วโมงในศูนย์ Surface Finish Centre สีส้มของปะการังถูกนำมาแต่งแต้มไปจนถึงส่วนของแอโร แควลิงด้านนอก ในขณะที่การตกแต่งภายในใช้สีอาร์คติก ไวท์ (Arctic White) และสีซันเซท (Sunset) เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศของเนินเขาและหุบเขาทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง

ส่วน ‘เรธ แบล็ก แบดจ์‘ มาในสีเซมาฟอร์ เยลโลว์ (Semaphore Yellow) ที่เจิดจ้าและสดใส เหมาะสำหรับสมาชิกที่ทรงพลังที่สุดของครอบครัวโรลส์-รอยซ์ และได้ถูกทำให้ชีวิตชีวายิ่งขึ้นไปอีกด้วยการตกแต่งภายในสีเทาเซลบี เกรย์ (Selby Grey) และสีเลมอน (Lemon)

ฟัลคอน เรธ (FALCON WRAITH)
‘ฟัลคอน เรธ’ โดดเด่นด้วยงานปักชิ้นเดี่ยวที่มีรายละเอียดมากที่สุด เท่าที่เคยปรากฏในยนตรกรรมของ โรลส์-รอยซ์ การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนของเหยี่ยวเพเรกริน ซึ่งเป็นนกที่เร็วที่สุดในโลก ขณะที่กำลังเหินเวหาอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ถูกถ่ายทอดผ่านงานปัก ที่มีความละเอียดคมชัดราวภาพถ่ายบนเพดานห้องโดยสารของ เรธ ด้วยการปักเกือบ 250,000 ฝีเข็ม ซึ่งใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือนในการรังสรรค์

แฟนธอมแห่งอ่าวอาหรับ (THE ARABIAN GULF PHANTOM)

คอนเซ็ปต์ ‘แฟนธอมแห่งอ่าวอาหรับ’ ได้นำเอาสีสันที่มีชีวิตชีวาและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับการดำน้ำเก็บไข่มุกตามประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางมาประยุกต์เข้าด้วยกัน ตัวถังเฉดสีเทอร์คีส หวนให้นึกถึงภาพผืนน้ำสีสันสดใสในความทรงจำ ตัดด้วยสีแอนดาลูเชียน ไวท์ เปรียบดังตัวแทนความบริสุทธิ์ของไข่มุกธรรมชาติและเรื่องราวที่เล่าขานสืบกันมา

Gallery จากผ้าไหมที่ใช้เทคนิค Appliqué ออกแบบโดยศิลปินชาวอังกฤษ เฮเลน เอมี่ เมอร์เรย์ (Helen Amy Murray) ประดับอยู่ที่กลางแผงหน้าปัด ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเคลื่อนไหวของมหาสมุทร ซึ่งแกลเลอรี่สีเทอร์คีส นี้ก็ตัดกับนาฬิกาประดับมุกเป็นอย่างดี

ลวดลายเปลือกหอยทะเลถูกประดับไว้ที่ประตูด้านหลังของตัวรถ ขณะที่ผู้โดยสารเบาะหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับลวดลายศิลปะแนวเดียวกันบนผิวโต๊ะปิกนิกประดับมุกบริเวณหลังเบาะ เมื่อเปิดออกใช้งาน  โต๊ะปิกนิกจะแปลงกายเป็นผลงานไม้ประดับมุกอันละเอียดประณีตไร้ที่ติ

แทรนควิลลิตี คอลเลกชัน (TRANQUILLITY COLLECTION)

ยนตรกรรมแฟนธอมคันนี้ถูกสรรค์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความรู้สึกปิติ อันเกิดจากความสงบซึ่งผู้โดยสารจะได้รับจากยนตรกรรมรุ่นนี้ ผลงานชิ้นนี้มีเอกลักษณ์จากการเลือกเฟ้น และผสมผสานระหว่างการเลือกใช้วัสดุและแรงบันดาลใจจากนอกพิภพ

Gallery ของ Tranquillity ทำจากสเตนเลสสตีลชุบทองคำ 24 กะรัต และอะลูนิเนียมเกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน โดยเลียนแบบจากระบบรูรับแสงที่ถูกตั้งค่าด้วยรังสีเอ็กซ์ (X-Ray coded aperture masks) ที่ใช้ในจรวดสกายลาร์กของสหราชอาณาจักร

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโรลส์-รอยซ์ ที่มีการนำอุกกาบาตมาเป็นวัสดุตกแต่งภายใน เศษเสี้ยวของอุกกาบาต Muonionalusta ซึ่งตกสู่พื้นโลกในเมืองคีรูนา (Kiruna) ประเทศสวีเดนเมื่อปี 2449 ถูกนำมาประดับที่แผงควบคุมเสียง และมีการแกะสลักอย่างละเอียดเพื่อบอกเล่าที่ตั้ง และวันที่ของการค้นพบอุกกาบาตนี้

เบาะหนังสีอาร์คติก ไวท์ (Arctic White) หรือเซลบี เกรย์ (Selby Grey) กลมกลืนเข้ากับพื้นผิวไม้ที่มีการผสมผสานระหว่างผิวสัมผัสแบบมันวาวและซาติน ซึ่งต่างเสริมด้วยความพิเศษของผิวเมทัลลิก ฝาครอบลำโพง Bespoke ฉลุลายเคลือบสีทองอร่าม สอดรับกับการตกแต่งด้วยทองคำในจุดอื่นๆ ตลอดตัวรถ

คัลลิแนน อิน ฟุกซ์ ออรินจ์ (CULLINAN IN FUX ORANGE)

โรลส์-รอยซ์เปิดตัว คัลลิแนน ที่แสนสดใสในสี Fux Orange ภายใต้แสงแห่งดวงอาทิตย์ฤดูร้อนของ Pebble Beach ในปีที่ผ่านมา

หลังจากที่ มร.ฟุกซ์ ลูกค้าชาวอเมริกาเหนือ ได้ท้าทายนักออกแบบของโรลส์-รอยซ์ ให้เนรมิตสีตัวถังของยนตรกรรมให้เหมือนกับสีส้มสว่างของผ้าคลุมไหล่ที่เขาเห็นในเซาธ์ ฟลอริดา มร.ฟุกซ์ ก็ได้เข้ามาทำงานร่วมกับทีม Bespoke Collective ที่ Home of Rolls-Royce ในกู๊ดวูด เวสต์ ซัสเซ็กส์ เป็นเวลาเกือบ 1 ปี ในการสร้างสีเคลือบรถ 7 ชั้น ที่ผ่านการขัดมือเป็นเวลาหลายชั่วโมงในศูนย์ Surface Finish Centre

การตกแต่งภายในใช้หนังทำมือสีอาร์คติก ไวท์ ตัดกับฝีเข็มสีส้ม และปักลายโมโนแกรม ‘RR’ สีส้ม บริเวณพนักพิงศีรษะ สีอาร์คติก ไวท์ ยังถูกนำไปใช้กับหนังแท้ที่ตกแต่งอยู่บนแผงหน้าปัด พวงมาลัย ที่หุ้มเกียร์ และพรมอีกด้วย

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ