รีวิว Harley-Davidson Fatboy 2020 ตัวใหญ่ กล้ามโต แต่ขี่ง่ายกว่าที่เห็น Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว Harley-Davidson Fatboy 2020 ตัวใหญ่ กล้ามโต แต่ขี่ง่ายกว่าที่เห็น

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 04 กุมภาพันธ์ 2563

Harley-Davidson ชื่อนี้หากนึกขึ้นมา ก็จะนึกถึงรถครุยเซอร์คันโต ดูควบคุมยาก แต่ถ้าหากได้สัมผัส Harley-Davidson Fatboy 2020 ที่แม้หน้าตาจะดูเทอะทะ แต่มันกลับควบคุมง่ายอย่างเหลือเชื่อ


 

Harley-Davidson Fatboy 114 รถอเมริกันสัญชาติไทย

Harley-Davidson Fatboy 114 รุ่นปี 2020 คันที่เราจะนำมาทดสอบในวันนี้ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ในตระกูล Softail จากทาง Harley-Davidson ซึ่งรถคันที่เรานำมาทดสอบในวันนี้เป็นรุ่นประกอบไทย โดยหน้าตาและการขับขี่จะเป็นอย่างไร เราตามไปดูกัน

 

 

Harley-Davidson Fatboy 114 บึกบึน ประณีต ไม่หวั่นกับทุกการจับผิด

คำนิยามสั้นๆ แต่ได้ใจความประจำตัวของรถ Harley-Davidson Fatboy 114 ที่สื่อให้เห็นถึงร่างกายอันกำยำของตัวรถ ทว่าสามารถถ่ายทอดพละกำลังของตัวรถได้อย่างนุ่มนวล และควบคุมได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยก่อนที่เราจะไปพบกับบททดสอบการขับขี่ เรามาเริ่มดูดีไซน์การออกแบบภายนอกกันก่อนครับ

ไฟหน้าของรถ เป็นไฟหน้า LED โคมเดี่ยวที่มาทั้งไฟสูงและไฟต่ำในกรอบโครเมี่ยมเดียวกัน อยู่ในชุดแผงโช๊คหน้าขนาดใหญ่ยึดติดกับแฮนด์ของตัวรถ ทำสีแบบซาตินโครเมี่ยม เรียบหรู ดูแพง งานประกอบโดยรวมของ Harley-Davidson Fatboy 114 จัดว่าเนี้ยบทุกจุด ถือว่าทำมาได้ดี ไม่ผิดหวัง

 

 

ล้อหน้า ใช้ล้อแม็กอลูมิเนียมขึ้นรูป Lakester ขัดเงา พร้อมด้วยดิสเบรกเดี่ยว, ปั้มเบรก 4 พอต พร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก ส่วนยางหน้าใช้ยางขนาดใหญ่ถึง 160/60 R18

 

 

Harley-Davidson Fatboy 114 เมื่อมองจากผู้ขับขี่จะเห็นได้ว่าตัวรถมีระบบควบคุมที่ค่อนข้างดิบๆ ให้มาเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อถ่ายทอดความดิบของ Harley-Davidson ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน โดยตัวเรือนไมล์ของรถที่ติดตั้งบริเวณเหนือถังน้ำมัน ประกอบด้วยมาตรวัดความเร็วแบบเข็ม และหน้าจอดิจิตอลบอกข้อมูลการขับขี่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนถังน้ำมันเป็นทรงหยดน้ำความจุ 18.9 ลิตร

ในส่วนของแฮนบาร์ของรถรุ่นนี้จะวางตำแหน่งเข้ามาหาผู้ขับขี่ค่อนข้างเยอะ สอดรับกับตำแหน่งท่านั่งสไตล์รถอเมริกันครุยเซอร์ ทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่าย แม้ว่าจะมีน้ำหนักมากถึง 300 กิโลกรัมก็ตาม แต่กลับสัมผัสได้ว่าตัวรถไม่ได้หนักมากเท่าไหร่

 

 

บริเวณพักเท้าของรถรุ่นนี้ใช้เป็นรูปแบบฟลอบอร์ดเหมือนกับตระกูลครุยเซอร์รุ่นอื่นๆ ของทาง Harley-Davidson เอง มาพร้อมกับกันล้มสีโครเมี่ยมขนาดใหญ่ที่ช่วยเสริมเรื่องความสวยงามของรถได้แล้ว ยังช่วยลดความเสียหายของตัวรถ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น (ล้มแปะ)

 

 

เบาะนั่งของ Harley-Davidson Fatboy 114 ใช้เบาะนั่ง 2 ตอน ความสูงของเบาะผู้ขับอยู่ที่ 675 มม.

 

 

ไฟท้ายของรถ เป็นไฟท้าย LED ส่วนไฟเลี้ยวใช้ทรงกลมสไตล์รถคลาสสิก ทางด้านท่อไอเสีย เป็นท่อไอเสียคู่ขนาดใหญ่ยิงตรงจากเครื่องยนต์ ให้เสียงที่ค่อนข้างนุ่มนวลมาก

 

 

Harley-Davidson Fatboy 114 จุดเด่นคือเครื่องยนต์

Harley-Davidson Fatboy 114 ใช้เครื่องยนต์รหัส Milwaukee-eight 114 แรงบิด 163 นิวตันเมตร ที่มอบพละกำลังแรงบิดอันมหาศาลที่ถ่ายทอดมาเพื่อให้ผู้ขับขี่พุ่งทะยานเร่งแซงรถบนท้องถนนได้อย่างง่ายดาย และยังมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีความนุ่มนวลมากกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน โดยตัวเครื่องยนต์รวมถึงท่อไอเสียของรุ่นนี้ใช้สีเงินซาติน ที่ช่วยทำให้รถดูมีความสะอาด มาดผู้ดี แต่แฝงด้วยพละกำลังมหาศาลที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปทุกที่ที่ต้องการ

 

 

ข้อมูลจำเพาะของตัวรถ

เครื่องยนต์ 2 สูบ V-Twin 4 จังหวะ 2 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,868 ซีซี
แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที
เกียร์ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน สายพาน

 

ตัวรถ

เฟรม เฟรมเหล็กถัก
โช๊คหน้า โช๊คอัพเทเลสโกปิค
โช๊คหลัง โช๊คอัพสปริงเดี่ยวพร้อมซัพแท้งค์
เบรคหน้า ดิสเบรคเดี่ยว พร้อมปั้มเบรค 4 พอต
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว พร้อมปั้มเบรค 2 พอต
ยางหน้า 160/60 R18
ยางหลัง 240/40 R18

 

มิติรถ

ความสูงเบาะ 675 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 317 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 18.9 ลิตร

 

Harley-Davidson Fatboy 114 ขี่ง่าย สบายกว่าที่เห็น

Harley-Davidson Fatboy 114 ในส่วนของการทดสอบขับขี่ ทางเราได้ทดลองขับขี่ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร ไปยังเขาใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางยอดฮิตสำหรับการขี่รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยระยะทางไปกลับราว 400 กม. พบว่าเจ้า Harley-Davidson Fatboy 114 มอบพละกำลังแรงบิดได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ผ่านคันเร่งไฟฟ้าได้อย่างนุ่มนวล แม้ในยามที่เราอยากจะซิ่ง เพียงกระแทกคันเร่งออกไป ก็สามารถพาเราทะยานเข้าสู่ย่านความเร็วสูงได้อย่างสบายๆ แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย

 

 

ตำแหน่งท่านั่งรวมถึงการควบคุมของรถ ทำออกมาได้อย่างดีงาม และเยี่ยมยอด ด้วยตำแหน่งของแฮนด์ที่ดึงเข้าหาผู้ขับขี่เยอะ พร้อมความสูงของเบาะนั่งที่ไม่สูงมากนัก ทำให้การควบคุมรถในย่านความเร็วต่ำเช่นการขับในเมืองสามารถทำได้อย่างง่ายดาย และในส่วนของความเร็วสูงของรถรุ่นนี้ก็สามารถทำได้อย่างเยี่ยมยอด ด้วยความรู้สึกที่ "แน่น" อันเกิดจากการวางศูนย์ถ่วงของรถที่ค่อนข้างต่ำ รวมถึงช่วงล่างที่ทำการบ้านมาได้ดี ทำให้การขับขี่ทางไกลรู้สึกสบาย

แต่ถ้าหากใช้ความเร็วที่สูงมากกว่า 120 กม./ชม. จะรับรู้ได้ถึงลมที่ปะทะหน้าอกที่ค่อนข้างหนักหน่วงสักนิด เพราะรถรุ่นนี้ไม่ได้มีการติดตั้งชิวบังลมมาให้นั่นเอง ณ จุดนี้อาจต้องพึ่งพาของแต่งเพิ่มเติม

 

 

การเข้าโค้งของรถรุ่นนี้ จัดว่าเป็นสิ่งที่ดีงามอีกจุดหนึ่ง เนื่องด้วยศูนย์ถ่วงของตัวรถที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ทุกการพลิกเข้าโค้งของรถรุ่นนี้สามารถทำได้โดยง่าย ไม่ต้องพยายามดึงรถเยอะๆ แต่อย่างใด ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกไปกับทุกเส้นทางมากขึ้น

 

 

สรุป 

Harley-Davidson Fatboy 114 2020 เป็นรถครุยเซอร์ไบค์ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ภายในเมือง, ออกทริประยะสั้นความเร็วไม่สูงมากนัก เนื่องด้วยตัวรถที่มอบความง่ายในการควบคุมกับผู้ขับขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด แถมหน้าตาของตัวรถมันช่างน่ามองด้วยสีซาตินโครเมี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของรถคันนี้ ทำให้เป็นรถ Harley-Davidson อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย เป็นรถที่เหมาะสำหรับทั้งคนที่ไม่เคยขี่ Harley-Davidson มาก่อน เพราะมันขี่ง่ายมากจริงๆ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,219,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถชมตัวจริง พร้อมทดลองขับ สามารถเข้าไปสัมผัสได้ที่ Harley-Davidson พระราม 9 และทุกศูนย์บริการของ พาวเว่อร์ สเตชั่น ครับ

 

ขอขอบคุณ บจก.พาวเว่อร์ สเตชั่น มอเตอร์สปอร์ต พระราม 9 สำหรับการเอื้อเฟื้อรถมอเตอร์ไซค์ทดสอบ

 

อ่านรีวิว Harley-Davidson FXDR 2019 ได้ที่นี่
ชมรีวิว Harley-Davidson Iron 1200 ได้ที่นี่
อ่านรีวิว Harley-Davidson Road Glide 2020 ได้ที่นี่

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ