ความเป็นมา Yamaha YZF R1 เรือธงค่ายส้อมเสียง DNA MotoGP Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

ความเป็นมา Yamaha YZF R1 เรือธงค่ายส้อมเสียง DNA MotoGP

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 07 พฤษภาคม 2563

Yamaha YZF-R1 ซุปเปอร์ไบค์รุ่นเรือธง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงมาตั้งแต่ยุคที่ก่อกำเนิดของมัน จนถึงปัจจุบัน ชื่อเสียงของรถซุปเปอร์ไบค์คันนี้ก็ยังคงเป็นสุดยอดแห่งความแรงทะลุ 299 กม./ชม. ด้วยขุมพลังแบบ MotoGP


 

Yamaha YZF-R1 ซุปเปอร์ไบค์ตัวแรง สัญชาติญี่ปุ่น

Yamaha YZF-R1 หรือ Yamaha R1 เชื่อว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์ไบค์ที่เหล่าไบเกอร์ล้วนแล้วแต่รู้จักเป็นอย่างดี มันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลซุปเปอร์ไบค์สายสปอร์ต ที่ขึ้นชื่อทั้งในเรื่องของความทรงพลังมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะโมเดลปัจจุบัน เวอร์ชั่นปี 2020 ที่อัดแน่นเรื่องเทคโนโลยีเข้าไปแบบจัดเต็มทุกเม็ด เพื่อทำให้พละกำลังความแรงของตัวรถนั้น ควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนตัวรถ

เอาล้ะครับ เราจะพาทุกท่าน ย้อนไปดูความเป็นมาของรถซุปเปอร์ไบค์สุดแรงคันนี้กันตั้งแต่โมเดลแรกกันเลย ว่ารถคันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร

 

เครื่องยนต์ Yamaha Genesis

ในยุคปัจจุบัน เราจะคุ้นชื่อกับเครื่องยนต์ Crossplane Crankshaft ของ Yamaha ทว่าในยุค 1990 ยามาฮ่า ในยุคนั้น ได้พัฒนาเครื่องยนต์ในรหัส Genesis โดยเครื่องยนต์ตัวนี้ เป็นเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์แบบประสิทธิภาพสูงแบบ 5 วาล์ว ซึ่งรองรับการใช้งานในรถมอเตอร์ไซค์แบบสปอร์ต และในโมเดลอื่นๆ

จุดเด่นของเครื่องยนต์ Genesis คือ เป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูง DOHC 5 วาล์วต่อสูบ โดย 3 วาล์วแรก เป็นฝั่งไอดี ส่วนอีก 2 วาล์วเป็นวาล์วไอเสีย ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีจุดเด่นที่สามารถทำรอบเครื่องยนต์ได้สูงมาก ส่วนระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคาบูเรเตอร์

เครื่องยนต์ Genesis ถูกใช้งานครั้งแรกใน Yamaha FZ750 รุ่นปี 1984 และมอเตอร์ไซครุ่นอื่นๆ ในเวลาต่อมา โดยเครื่องยนต์มี 2 รูปแบบ ได้แก่เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง และ 4 สูบเรียง ซึ่งองศาของเครื่องยนต์จะวางเอียงไปด้านหน้ารถประมาณ 45 องศา

 

 

 

Yamaha YZF R1 รุ่นแรกของโลก

ในปี ค.ศ. 1998 ยามาฮ่า เปิดตัวรถจักรยานยนต์ตระกูลซุปเปอร์ไบค์ รุ่นที่จะเป็นรถที่แรงที่สุดของแบรนด์ ในชื่อว่า Yamaha YZF-R1โดยนำเอาเครื่องยนต์ Yamaha Genesis มาใช้ ซึ่งจุดเด่นของเครื่องยนต์นี้คือเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่ประสิทธิภาพสูง สามารถทำรอบเครื่องยนต์จัดๆ ได้ ด้วยจุดเด่นจากเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กนี่เอง ทำให้สามารถสร้างรถที่มีฐานล้อสั้นได้ และทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ไว้ภายในเฟรมแบบ Deltabox II ของตัวรถ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง

เครื่องยนต์ของ 1998 Yamaha YZF-R1 ใช้เครื่องยนต์ Genesis 4 สูบเรียง ขนาด 998 ซีซี DOHC 5 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยคาบูเรเตอร์ 4 ตัว ขนาด 40 มม. มอบพละกำลังสูงสุด 148.88 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 7,750 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยโซ่ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 270 กม./ชม. โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 2.96 วินาที โดยตัวรถมีน้ำหนักเพียง 198 กิโลกรัม

โช๊คอัพหน้า เป็นโช๊คอัพหัวกลับขนาดแกน 41 มม. เบรคเป็นดิสเบรคคู่ พร้อมปั้มเบรคจำนวน 4 พอต

 

 

Yamaha R1 ปี 2000 - 2001

ในปี ค.ศ. 2000 ยามาฮ่า ได้เปิดตัว R1 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวรถภายนอกใหม่เล็กน้อย เพื่อให้ขับขี่ได้สบายมากยิ่งขึ้น และยังสามารถรีดน้ำหนักตัวของตัวรถลดลงไปเหลือ 194 กิโลกรัม (เดิม 198 กิโลกรัม) ส่วนความเร็วสูงสุดของรถก็ขยับขึ้นไปเล็กน้อยอยู่ที่ 280 กม./ชม.

 

 

Yamaha R1 ปี 2002 - 2003

ในปี ค.ศ. 2002 เป็นปีแรกที่ R1 เปลี่ยนระบบจ่ายน้ำมันใหม่ จากคาร์บูเรเตอร์ เป็นระบบหัวฉีดแทน ปรับปรุงในส่วนของลูกสูบใหม่ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีการพัฒนาในส่วนของเฟรมเดลต้า บ็อกซ์ใหม่ ด้วยวิธีการลดจำนวนจุดเชื่อมต่อของเฟรมลง ซึ่งช่วยให้เฟรมรถมีความแข็งแรงมากขึ้นถึง 30% ด้วยกัน

ในส่วนของระบบระบายความร้อนก็ถูกปรับปรุงใหม่ ให้มีประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น ตามประสิทธิภาพของตัวรถที่สูงขึ้น และมีการเปลี่ยนการวางท่อไอเสียใหม่ จากเดิม 4 - 1 เป็น 4 - 2 - 1 แทน โดยตัววัสดุของท่อไอเสียใช้เป็นไทเทเนียม

ทางด้านรูปลักษณ์ภายนอก มีการปรับปรุงใหม่ เริ่มต้นจากด้านหน้าของตัวรถที่มีการเพิ่มรายละเอียดของหน้ากากบังลมด้านหน้าให้มีความแหลมคมมากขึ้น แฟริ่งด้านข้างแบบใหม่ และไฟท้ายของตัวรถ ใช้เป็นไฟแบบ LED 

 

 

Yamaha R1 ปี 2004 - 2005

ในปี 2004 เป็นปีที่การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบนั้นฮอตฮิตเป็นอย่างยิ่งไปทั่วทั้งโลก และด้วยกระแสของ Motorsport นั่นเองทำให้ Yamaha ปรับปรุง Yamaha YZF-R1 ใหม่ ให้มีความสปอร์ต เรซซิ่งมากยิ่งขึ้นประดุจรถแข่งนสนามแข่ง

เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงภายนอกกันก่อนเลย หลักๆ คือการเปลี่ยนตำแหน่งการวางท่อไอเสียใหม่ จากเดิมที่ออกด้านข้างขวา มาเป็นออกท้ายรถแทน (ท่อออกตูด) ซึ่งช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ ให้ดูเหมือนรถแข่งมากยิ่งขึ้น มีการอัพเกรดในส่วนของระบบเบรก เป็นแบบเรเดียลเม้าท์ ทำให้มีประสิทธิภาพการเบรคที่สูงขึ้น และเป็นรุ่นแรกในตระกูล ที่ติดตั้งแรมแอร์ (Ram-air intake) มาให้ด้วย มีการออกแบบสวิงอาร์มใหม่ ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

ไฟหน้าของตัวรถ ปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ตขึ้น  รวมถึงแฟริ่งของตัวรถทั้งด้านหน้าและด้านข้างถูกปรับปรุงใหม่ด้วยเช่นกัน

ในส่วนของเครื่องยนต์ ก็มีการพัฒนาใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเริ่มเดิม โดยพละกำลังสูงสุดของรุ่นปีนี้สูงถึง 171 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 107 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที ความเร็วสูงสูดทำได้มากกว่า 290 กม./ชม. โดยอัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 3.04 วินาที

 

 

Yamaha R1 ปี 2006

ในปี 2006 ยามาฮ่ามีการปรับปรุง R1 ใหม่อีกครั้ง ด้วยการพัฒนาสวิงอาร์มใหม่ ให้มีความยาวมากขึ้น 20 มม. ซึ่งทำให้รถ สามารถผลิตแรงม้าสูงสุดได้ที่ 174 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106.6 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที ส่วนดีไซน์อื่นๆ ยังคงเดิม

 

 

 

Yamaha R1 ปี 2007 - 2008

ในปลายปี 2006 ยามาฮ่า เปิดตัว All-new YZF-R1 รุ่นปี 2007 ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง นับจากตอนที่เปลี่ยนระบบจ่ายน้ำมันจากระบบคาร์บู เป็นหัวฉีด โดยในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ไปใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 วาล์วต่อสูบ แทนจากเดิมที่เป็นแบบ 5 วาล์วต่อสูบ และยังมาพร้อมกับระบบ YCC-I (Yamaha Chip Control Intake) เป็นระบบควบคุมวาล์วด้วยไฟฟ้า และระบบ YCC-T (Yamaha Chip Control Throttle) หรือคันเร่งไฟฟ้านั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับสลิปเปอร์คลัชท์ และเฟรมอลูมิเนียมรวมถึงสวิงอาร์มที่ถูกออกแบบมาใหม่ ทางด้านระบบเบรก ใช้ดิสเบรกคู่เช่นเดิม แต่ให้ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 310 มม. มาพร้อมกับปั้มเบรคแบบเรเดียลเม้าท์ 6 พอต

นอกจากนี้ ในส่วนของช่องแรมแอร์ ยังออกแบบใหม่ตามสไตล์ของรถแข่ง MotoGP Yamaha YZR-M1 เพื่อเสริมทั้งความดุดัน และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์อีกด้วย โดยพละกำลังสูงสุดของรถรุ่นปีนี้มามากถึง 189 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118.3 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบ/นาที น้ำหนักตัวของรถลดลงเหลือ 190 กิโลกรัม

 

 

Yamaha R1 2009 - 2014 ( หน้าเอเลี่ยน)

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2008 ซึ่ง Yamaha ได้แถลงข่าวเปิดตัวรถซุปเปอร์ไบค์รุ่นใหม่ All New Yamaha YZF-R1 รุ่นปี 2009 โดยในรุ่นปีนี้ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีจากรถแข่ง Yamaha YZR-M1 ในรายการ MotoGP ซึ่งขณะนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่แบบ Crossplane Crankshaft ชนิดเดียวกับตัวแข่ง MotoGP มาติดตั้งใน R1 รุ่นปีนี้ โดยองศาจุดระเบิดของรถจะไม่เป็นแบบคงที่ ซึ่งการจุดระเบิดจะเป็นการจุดวนไปแบบ  270°- 180°- 90°- 180° ทำให้เสียงของเครื่องยนต์ Crossplane 4 สูบเรียงนี้ ฟังดูเหมือนเสียงเครื่องยนต์ V4 เป็นอย่างยิ่ง

โดยในเครื่องยนต์ Crossplane ทางยามาฮ่าเคลมว่า เครื่องยนต์นี้เป็นการรวมจุดเด่นระหว่างเครื่องยนต์ 2 แบบด้วยกัน โดยรถจะมีแรงบิดสูงเหมือนรถ 2 สูบ แต่ให้ความเร็วปลายสูงเหมือนรถ 4 สูบเรียงปกติ

อีกหนึ่งจุดเด่นในโมเดลนี้คือ โหมดการขับขี่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ สามารถเลือกโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้ ด้วยการควบคุมผ่านคันเร่งไฟฟ้า

สำหรับพละกำลังสูงสุดของรถรุ่นนี้ ขยับขึ้นเป็น 191 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103.3 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบ/นาที โดยน้ำหนักของตัวรถขยับขึ้นเป็น 206 กิโลกรัม

 

 

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง นอกจากเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนเป็นเครื่อง Crossplane แล้ว รูปลักษณ์ภายนอกยังถูกเปลี่ยนใหม่อีกด้วยเช่นกัน โดยไบเกอร์ชาวไทยจะเรียกหน้าตาโฉมนี้ว่า "เอเลี่ยน" โดยอ้างอิงจากไฟหน้ากลมโต ภายในเบ้าไฟหน้าสุดแหวกแนวนี่เอง อันเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha R1 ในช่วงรุ่นนี้ โดยเอกลักษณ์อีกอย่างที่ยังรักษาไว้อยู่นั่นคือท่อออกท้ายรถและท้ายรถที่โด่งสุดๆ ซึ่งเจ้า R1 โฉมนี้ หลายๆ คนยกให้ว่าเป็นโฉมที่ดูดุดันที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

 

ในปี 2012 ยามาฮ่า ปล่อยรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปีของทางแบรนด์ ซึ่งโดดเด่นด้วยสีขาวตัดแดงของตัวรถ โดยรุ่นพิเศษนี้ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 2,000 คัน ทั่วโลก

 

 

Yamaha R1 2015 - ปัจจุบัน (กระเบน)

ถัดมากับโฉมปัจจุบัน Yamaha YZF-R1 เปิดตัวครั้งแรกในงาน EICMA Show โดยตัวรถรุ่นนี้เรียกได้ว่าแทบจะนำเอา Yamaha YZR-M1 รถตัวแข่งใน MotoGP มาใส่ระบบไฟส่องสว่างขายกันเลยทีเดียว เพราะดูละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่งครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Traction Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, Slide Control System ระบบป้องกันการสไลด์, Lift Control System ระบบป้องกันล้อหน้าลอย, ระบบช่วยการออกตัว, ระบบควิกชิพเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยในรุ่นนี้จะโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยระบบไฟ LED ทั้งคัน, หน้าจอเรือนไมล์แบบจอสี TFT อันทันสมัย และยังมีเซ็นเซอร์ IMU 6 แกนด้วยกัน คอยตรวจจับการทำงานต่างๆ ของตัวรถ ส่งไปประมวลผลกับ ECU เพื่อความปลอดภัย และเพื่อการรีดประสิทธิภาพสูงสุดของตัวรถ

 

 

2015-Yamaha-YZF-R1-34

 

และอีกรุ่นหนึ่ง ที่เป็นตัวท็อป นั่นคือ Yamaha YZF-R1M เป็นรุ่นท็อปสุดในรุ่นนี้ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด แตกต่างกันที่แฟริ่งของรถ ที่เลือกใช้เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน และระบบช่วงล่างแบบไฟฟ้าจากแบรนด์ Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

 

เครื่องยนต์ของ Yamaha YZF-R1 2015 ใช้เครื่องยนต์ Crossplane Crankshaft ขนาด 998 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 112.4 นิวตันเมตร ที่ 11,500 รอบ/นาที

และในปี 2016 Yamaha ปล่อยรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปียามาฮ่า โดดเด่นด้วยสีเหลือง-ขาว-ดำ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับประวัติความเป็นมาของ Yamaha YZF-R1 จากรุ่นแรก ถึงปัจจุบัน ถ้าชอบบทความนี้ก็อย่าลืมฝากแชร์ให้ด้วยนะครับผม แล้วคราวหน้าจะมีเรื่องราวอะไรดีๆ มาให้ได้อ่านกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ

 

อ่านรีวิว Yamaha YZF-R1 2020
อ่านรีวิว Yamaha Xmax 300
อ่าน Yamaha Xmax 400 ดิสเบรคคู่

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ