All New HAVAL H6 สัมผัสแรก แห่งแดนมังกร ดีจริง Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

All New HAVAL H6 สัมผัสแรก แห่งแดนมังกร ดีจริง

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 19 มิถุนายน 2564

  All New HAVAL H6 Hybrid SUV สัมผัสแรกบนถนนเมืองไทยกับการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ กับการทดสอบโดยสื่อมวลชลชุดแรก ก่อนการเปิดราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายน นี้


All New HAVAL H6 Hybrid SUV

   All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์สัญชาติจีน 100% คันแรกบนถนนเมืองไทย หลายท่านคงรอดูว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างแรก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างจริงจัง รวมไปถึงการตั้งโรงงานในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการทำตลาด 

แน่นอนว่าตลาดเมืองไทยไม่ใช้เรื่องเล่น เจ้าตลาดในประเทศไทยแข็งแกร่งมาก ดังนั้นการที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เข้ามาแทนที่คงจะไม่ใช้เรื่องง่าย และความเชื่อก่อนหน้ากับรถค่ายจีนซึ่งทำให้ผิดหวังอยู่หลายเจ้าดังนั้น จึงทำให้รถจีนทำตลาดยากกว่ามาก 

แต่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศจีนประสบณ์ความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงเป็นที่น่าสนใจกับตลาดรถในประเทศไทย และรุ่นแรกกับ "HAVAL H6 Hybrid SUV" ที่หลายคนจับตามอง เพราะถือว่าเป็นรถที่ประสบณ์ความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกโดยมียอดขายสะสมกว่า 6 ล้านคัน ทั่วโลก 

HAVAL H6 Hybrid SUV เปิดตัวในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปีให้เห็นตัวจริง ถือว่าถูกใจหลายคนทั้งหน้าตาและวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายใน และในวันนี้เป็นครั้งแรกกับการทดสอบที่หลายท่านรวมถึงสื่อต่างๆรอคอยจะได้สัมผัสถึงสมรรถนะของตัวรถว่าดีเพียงใดตาม โฆษณาหรือไม่อย่างไร บนเส้นทางกรุงเทพฯ – ชลบุรี

การทดสอบ HAVAL H6 Hybrid SUV

   เริ่มต้นการทดสอบหลังจากที่ได้เห็นหน้าตากันจน พอใจแล้วหลายท่านอยากรู้ราคามากกว่า แต่ก็รอกันอีกอึดใจดังนั้นเรามาดูกันก่อนว่ารถวิ่งดีขนาดไหน ระบบใช้งานได้จริงหรือเปล่า

นัดรวมตัว ก่อนที่จะเดินทางจากใจกลางถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร สัมผัสแรกภายในห้องโดยสารการออกแบบอย่างที่ได้เห็นกัน คือดี ผิวสัมผัสต่างๆนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีมาก เบาะนุ่มที่สำคัญมีแอร์ ที่เบาะด้วย ออกเดินทางในภายการจาราจรในเมือง สิ่งแรกคือปุุ่มการใช้งานต่างๆนั้นรวมเอาไว้ที่หน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว ทั้งหมดดังนั้น ก่อนที่จะออกเดินทางควรตั้งค่าต่างๆในการทำงานของรถก่อน  ระบบแรกที่ทดสอบคือ 

-   ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า
-   ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
-   ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ 

เปิดทำงานร่วมกันทั้งหมด เพื่อดูการใช้งานในเมืองตัวรถใช้งานได้ดีกับระบบ ACC  เมื่อเราเปิดระบบรถจะติดตามรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยและเบรคเมื่อรถคันหน้าหยุดนึ่ง และเมื่อออกตัวรถก็จะขับเองอย่างอัตโนมัติ  ถือว่าทำออกมาได้ดีทั้งเวลาเบรค และออกตัวไม่กระชากจนเกินไป เพราะรถในบางค่ายที่มีระบบเดียวกันนี้ถ้ามีรถแทรกกลางระหว่างรถที่ตั้งระยะไว้อาจจะเบรคเหมือนตกใจ แต่สำหรับ H6 ทำได้ดี ยิ่งเวลารถติดในเมืองถือว่าทำได้ดีมาก

อีกอย่างที่น่าสนใจสำหรับ HAVAL H6 การประมวลผลที่หน้าจอผู้ขับขี่แสดงให้เห็นเป็นภาพ 3มิติ ให้เห็นรถโดยรอบตัวเราทั้ง รถเก๋ง มอเตอร์ไซร์ หรือรถบรรทุก รูปแบบเดียวกับ Tesla ถือว่าดีมาก

และความบันเทิงอีกอย่างคือ ระบบสั่งการด้วยเสียง  คุณสามารถพูดคุยกับรถได้ โดยใช้ภาษาไทย เช่น  เปิดซันรูฟ เปิดหน้าต่าง เปิดวิทยุ ลดเสียง ควบคุมแอร์ เพิ่มลมแอร์ ที่สำคัญคุณสามารถตั้งชื่อรถได้ในการสั่งงาน ถือเป็นลูกเล่นที่หลายค่ายมีมาให้ในการทำงานของรถที่จะฉลาดขึ้น  

ออกนอกเมือง ได้ทดสอบเครื่องยนต์ HAVAL H6 Hybrid

•    รถยนต์ไฟฟ้าเบนซินไฮบริด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ให้กำลังจากเครื่องยนต์สูงสุด 110 kW และมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 130 kW โดยให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 179 kW (243 PS) พร้อมให้แรงบิดจากเครื่องยนต์สูงสุด 230 Nm และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 300 Nm โดยให้แรงบิดทั้งระบบรวมสูงสุด 530 Nm มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน 38%
•    All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT รองรับการขับขี่ตามความต้องการ ช่วยประหยัดน้ำมัน คลายความกังวลด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 ระบบเกียร์ (1 ระบบเกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์และอีก 1 ระบบเกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนที่หลากหลายโดยใช้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สิ่งแรกที่รู้สึกได้คืออัตราเร่งที่มีอยู่มากมาย ตั้งแต่ออกตัว วิ่งลอยๆ30-40 km แล้วกดคันเร่งรถพุ่งอย่างรวดเร็วแบบหน้าเชิดท้ายกดออกไปเลย อารมณ์ตกใจกับความแรง วิ่งขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าชลบุรี ความเร็วต่อเนื่องจังหวะเร่งแซงทำได้ดีมาก เพราะเมื่อทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกันแล้วรถจะทะยานออกอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการรอรอบ หายส่งใสเรื่องความแรง โหมดการปรับการขับขี่ มีด้วยกัน 4 รูปแบบ (มาตรฐาน/ประหยัด/สปอร์ต/ถนนลื่น) ซึ่งแต่ละโหมดจะทำงานต่างกันอย่างชัดเจน แต่เมื่อเราเหยียบคันเร่งเต็มกำลังตัวรถก็ตอบสนองให้อย่างดีในทุกๆโหมด 

การเก็บเสียงก็ดีเช่นเดียวกันในการวิ่งที่ความเร็วสูงนั้นลมที่เข้ามาในห้องโดยสารนั้นถือว่าน้อยมาก เสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานก็ถือว่าเงียบเช่นเดียวกัน

ในส่วนของช่วงล่าง นั้น ต้องบอกว่าออกแนวนุ่มเน้นความสบายเป็นหลัก ใช้งานในเมืองรอยต่อถนนหรือหลุมต่างๆทำได้ดี เก็บอาการรถได้ดีมาก วิ่งในความเร็วกฎหมายกำหนดก็ทำได้ดีเช่นกัน ไม่โยนนั่งนุ่มสบายในทางไกล แต่ถ้าความเร็วเกิน 120km ขึ้นอาการรถเริ่มไม่ค่อยดีเปลี่ยนเลนหรือขึ้นคอสะพานต่างๆนั้นแอบเสียวตัวรถโยนค่อนข้างเยอะด้วยประกอบกับตัวรถที่มีความสูงด้วย ยิ่งทำให้โคลงมาก ซึ่งให้ดีนั้นควรจะขับขี่ในความเร็วไม่เกิน 120 km 

 

เดินทางมาถึงสนามทดสอบ เพื่อทดลองระบบต่างๆ 

     1. สถานีทดสอบอัตราการเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  การพิสูจน์สมรรถนะและความแรงของรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร

ด้วยเครื่องยนต์ประกอบกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งให้มอบประสิทธิภาพความแรงแบบหายห่วง ออกตัวจากจุดหยุดนิ่งวิ่งทะยานออกอย่างรวดเร็วความเร็วที่ทำได้ อยู่ประมาณ 8 วินาที

      2. สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance)  ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทดสอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ HAVAL H6 Hybrid SUV โดยรถยนต์จะสามารถจดจำเส้นทางที่ขับผ่านด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้สูงสุด 50 เมตร และสามารถถอยหลังกลับอัตโนมัติตามเส้นทางได้อย่างราบรื่น 

ซึ่งเป็นระบบเดียวที่ใช้กับรถ BMW ความเแตกต่างคือ บีเอ็ม ถ่อยได้เร็วกว่าจนตกใจเราต้องเบรคช่วย แต่ในระบบของ H6 จะทำงานแบบคนใจเย็นค่อยๆถอยไม่ต้องไปจับหรือกดเบรคช่วยแต่อย่างไรเพราะถ้าไปกดเบรคหรือจับพวงมาลัยระบบจะตัดการทำงานทันที ซึ่งหลักการทำงานโดยรวมไม่ต่างกัน 

      3. สถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking)ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ช่วยให้ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง

ระบบจอดอัตโนมัติ ถือว่าทำคะแนนได้สูงสุดเพราะด้วยการใช้งานที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม เพียงคุณกดที่หน้าจอขับหาที่จอด เจอที่จอดแล้วกดเลือกการเข้าจอดแบบไหนเท่านั้นรถก็จะจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่เปิดไฟฉุกเฉิน เข้าเกียร์ หมุนพวงมาลัย เหยียบเบรคและคันเร่ง เองจนเสร็จรถเข้าเกียร์ P ให้เองด้วย เราเพียงแค่เตรียมตัวลงจากรถ ถือว่าทำได้น่าประทับใจสุด

       4. สถานีทดสอบระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB Rear Cross Traffic Alert and Rear Cross Traffic Breaking) ระบบจะช่วยทำการแจ้งเตือนในขณะที่ถอยรถ โดยจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ที่เข้าใกล้บริเวณด้านหลังรถ และด้านซ้าย-ขวา และเมื่อตรวจพบความผิดปรกติระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนและเบรคให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน

 

      5. สถานีทดสอบระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control)ทดสอบการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

จุดเด่นหลักของ ของ H6 ก็คือ กล้อง 360 องศาทุกรุ่นย่อย ที่มีภาพคมชัดระดับ HD กันเลย และยังปรับมุมมอง 2D/3D ได้ มองภาพ Virtual ได้รอบคัน กราฟฟิกเหมือนคุณยืนมองออกมานอกรถ และความฉาดของเซ็นเซอร์ เมื่อเราเข้าใกล้วัตถุมากเกินไปเช่น จอดรถเอาหน้าเข้า มีต้นไหมอยู่ด้านหน้าเมื่อเข้าใกล้เกินไปกล้องหน้าจะตัดให้อัตโนมัติเพื่อบอกว่าใกล้เกินไปพร้อมทั้งมีเส้นวัดระยะห่างจากต้นไหมกับกันชนหน้ารถเราด้วย ถือว่าเป็นระบบที่ฉลาดมากๆ 

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ 2+
•    ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) 
    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า
    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ 
    ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ดีทีสุดในระดับ 2+ (L2+) ที่มาพร้อมระบบการตรวจจับคนเดินถนน และทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก และยังมีการเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เรดาร์ด้านหน้าและหลัง เพื่อพิจารณาระยะทาง ทิศทาง และความเร็วสัมพัทธ์ของรถคันอื่น
    ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน
    ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน
    ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน
    ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน
   ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) โดยการใช้ใช้เรดาร์ตรวจสอบรถในเลนที่ติดกันโดยหากมีหากอยู่ใกล้มากจนเสี่ยงที่จะเกิดการชนเนื่องจากจุดอับสายตาตามธรรมชาติ ระบบจะมีไฟเตือนเพื่อแสดงที่กระจกด้านนอกในด้านที่เหมาะสม
   ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะหมุนรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ
   การเข้าโค้งอัจฉริยะ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้
   ระบบตรวจจับและตีความหมายป้ายจราจร(TSR) กล้องจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพโดยสามารถวิเคราะห์ป้ายจราจรเช่น ป้ายจำกัดความเร็ว และจะมีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพแสดงบนหน้าจอเพื่อเตือนผู้ขับขี่หากขับเกินความเร็วที่กำหนด
   ระบบควบคุุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC) ช่วยตรวจสอบการหมุนของพวงมาลัยที่อาจจะมากหรือน้อยเกินไปในทางโค้ง เพื่อช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนโดยการลดคันเร่งและเบรกในแต่ละล้อ
   ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ใช้เบรกเพื่อช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะขับบนทางลาดชันเพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการบังคับพวงมาลัย
   ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA) โดยเมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง
   ระบบป้องกันการไหลของรถโดยการเบรกอัตโนมัติ (AVH) เมื่อหยุดรถบนทางลาดลง เบรกจะทำงานอัตโนมัติจนกว่าจะมีการเหยียบคันเร่ง
   ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก (HBA) ช่วยลดระยะเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยรถจะเพิ่มระบบช่วยเบรกเพื่อลดระยะการหยุดให้สั้นลง
  ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS) ช่วยชะลอและทรงตัวรถ หากตรวจสอบพบว่ารถมีการหมุนตัวมากเกินไป จะใช้ระบบเบรกและการควบคุมคันเร่งในการชะลอรถและทรงตัว
   ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง
   กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องที่มองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศา เพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถในแบบ “เฮลิคอปเตอร์” และเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง โดยสามารถดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ทรถ


   ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP) ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง
   ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอัยสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็คด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและ ส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถ ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน
   ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ และหากเลือกเกียร์ถอย รถจะสามารถถอยหลังกลับได้เองโดยใช้ข้อมูลสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้
   ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว หากพบการเปิดประตูรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เมื่อรถจอดเรียบร้อยแล้ว หากมีการตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้ เช่น มีรถหรือนักปั่น จะมีไฟเตือนการเปิดประตูจะแสดงขึ้นบนหน้าจอ และเมื่อประตูถูกเปิดออกในขณะที่วัตถุถูกตรวจจับได้ ไฟเตือนจะกระพริบและจะมีเสียงเตือน
   ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) ช่วยประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่นมุมบังคับเลี้ยว การเบรก การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบบัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที โดยสามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้นรถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก

•    ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety)
  ตัวถังทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ สามารถดูดซับและลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
    ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

 

สรุป  HAVAL H6 Hybrid SUV

    สำหรับน้องใหม่ SUV H6 รถจีน ต้องบอกว่าประทับใจมากคุณลืมภาพเดิมไปเลย ว่ารถแย่ประกอบไม่ดีคุณภาพไม่ถึง เครื่องยนต์จะดีไหม บอกเลยว่า H6 ทำลายทุกอย่างและแสดงให้เห็นว่ารถจีนมีดี 

ข้อดี

1 หน้าตาถือว่าผ่าน สวยหรู ภายในวัสดุที่ใช้หรือการตกแต่งต่างๆทำได้ดีมาก การวางหรือรอยต่อต่างๆดี

2 ระบบปฏิบัติการภายในรถหน้าจอ ทำงานได้รวดเร็ว ภาพคมชัด 

3 ระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ (TJA) ที่ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ และจะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย พร้อมระบบช่วยหยุดรถยนต์และออกตัว (stop-and-go) เพิ่มความสะดวกสบายในการขับรถสำหรับย่านที่มีการจราจรพลุกพล่าน นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังมีโอกาสได้ทดลองระบบการช่วยเหลือการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ทำงานได้ดีเทียบเท่ารถยุโรป

4 ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking)ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ซึ่งเป็นการจอดที่สมบูรณ์ที่สุด

5 เครื่องยนต์ให้การตอบสนองดีในทุกความเร็ว กดคันเร่งทุกครั้งรถก็พร้อมเสมอ

ข้อเสีย

1 การเข้าถึง โหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน/ โหมดสปอร์ต/ โหมดประหยัด/ โหมดสภาพถนนลื่น นั้นไม่สามารถทำได้ในเวลาขับรถเพราะต้องเข้าไปเปลี่ยนที่หน้าจอเพียงอย่่างเดียว

2 ถ้าคุณเปิด ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) คุณก็ไม่สามารถปิดในเวลาขับขี่ได้เช่นกัน เพราะต้องปิดที่หน้าจอกลางเพียงอย่างเดียว

3 ช่วงล่างที่ส่วนทางกับความเเรงของเครื่องยนต์ ในความเร็วต่ำดี แต่ในความเร็วสูงอันตราย เพราะมีความนุ่มเกินไป

   ก็ทั้งหมดนี้สำหรับ HAVAL H6 Hybrid SUV รถดีเกินคาดแต่ถ้าพลาดในการตั้งราคาก็หน้าห่วง

ในส่วนอัตราการประหยัดน้ำมันทางทีมงานยังไม่ได้ทดสอบ แต่ตาม อีโคสติกเกอร์ H6 สามารถทำทำเลยวิ่งนอกเมืองได้ 17 กิโลเมตรต่อลิตร ในเมืองทำได้ถึง 28 กิโลเมตรต่อลิตร 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company)” ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เตรียมสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะประกาศราคารถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV แบบ “ONE PRICE” อย่างเป็นทางการวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty & Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม


 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ