รีวิว BMW R 1250 GS 2023 รุ่นสุดท้ายก่อนปรับโฉม ยังน่าใช้ขนาดไหน? Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว BMW R 1250 GS 2023 รุ่นสุดท้ายก่อนปรับโฉม ยังน่าใช้ขนาดไหน?

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 12 December 2566

BMW R 1250 GS 2023 นี่จะเป็นรุ่นสุดท้ายของรถบิ๊กไบค์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ระดับโลกที่จะสิ้นสุดเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ Boxer 1,254cc เอาไว้ที่ปีนี้ โดยปีหน้าจะปรับโฉมใหม่ทั้งหมด กับชื่อใหม่ BMW R 1300 GS วันนี้เรามาดูกันว่าเวอร์ชั่นปัจจุบันยังมีอะไรน่าสนใจบ้าง?


BMW R 1250 GS

BMW R 1250 GS เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2018 โดยถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาจากรุ่นพี่ BMW R 1200 GSA ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยใน R 1250 GS คันนี้มีการเสริมเทคโนโลยีใหม่เข้าไปที่ช่วยทำให้การขับขี่ของไบเกอร์นุ่มนวลมากขึ้นยิ่งกว่ารุ่นเดิม ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ Boxer 2 สูบวางนอนใหม่ ให้มีความนุ่มนวลกว่า และแรงกว่าด้วยระบบ BMW Shiftcam ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ถือว่ามีความนุ่มนวลที่สูงมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับยุคสมัยของ R 1200 GS ที่ยังคงมีความดิบอยู่ไม่น้อย

 

 

เชื่อว่าหลายๆ ท่านเห็นดีไซน์ของ BMW R 1300 GS กันหมดแล้ว หลายๆ คนก็อาจจะมีความรู้สึกว่ามันถูกปรับโฉมไปค่อนข้างเยอะมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับ R 1250 GS ที่ว่ากันตามตรงแล้ว มันสืบทอดดีไซน์ดั่งเดิมตั้งแต่ยุค R1150GS มาได้ค่อนข้างดีด้วยเอกลักษณ์ "ไฟหน้าตาเหล่" อันเป็นเอกลักษณ์ของรหัส GS Boxer

R1150GS

BMW R1150GS

 

BMW R1200GS 2012 Aircool

BMW R1200GS 2012 รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ

 

BMW R1200GS 2013 รุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ

 

 

BMW R1200GS 2018

BMW R1200GS 2018 รุ่นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนเครื่องยนต์

 

BMW R1250GS รุ่นสุดท้ายของไฟตาเหล่

 

แต่พอปรับโฉมใหม่เป็น R 1300 GS ที่ว่ากันตามตรงว่า "เปลี่ยนไปเยอะมากๆ" สลัดคราบความเป็น GS ดั่งเดิมออกไปค่อนข้างเยอะ โดยในเวอร์ชั่นใหม่จะถูกเน้นหนักเรื่องของประสิทธิภาพการขับขี่ที่ต้องควบคุมรถได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

 

 

นี่คือโอกาสสุดท้ายของคนชอบความ "ตาเหล่"

เมื่อเราดูจากภาพประกอบแล้วจะเห็นได้ว่า หากคุณยังชื่นชอบความ "ตาเหล่" สไตล์ BMW GS ในยุคอดีต BMW R 1250 GS 2023 นี่คือรุ่นสุดท้ายของมันแล้ว เพราะนับจากนี้ไปจะเป็นการมาถึงของ BMW R1300GS ที่มีการเปิดตัวในต่างประเทศแล้ว และมีการนำมาทดสอบขับขี่ในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

ซึ่งถ้าคุณชอบความ "คลาสสิก" ของ BMW GS นี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ครอบครองมันตั้งแต่ยังเป็นรถใหม่ป้ายแดง

 

 

 

ไฟหน้า BMW Adaptive LED ส่องสว่างได้กว้างและไกล 

 

 

ชิวบังลมด้านหน้าขนาดใหญ่ สามารถปรับความสูงต่ำได้ด้วยการหมุนแป้นบิดทานด้านขวามือของผู้ขับขี่ ซึ่งระดับสูงสุดของชิวบังลมด้านหน้าจะสูงเลยหัวผู้ขับขี่ไปเลย

 

 

ถังน้ำมันความจุ 20 ลิตร ออกแบบให้สามารถกริบขาเข้ากับตัวถังได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

BMW R 1250 GS มีดีที่ช่วงล่าง

จุดเด่นที่สุดของ BMW R 1250 GS คือโช๊คอัพต้นที่ 3 ที่จะซ่อนอยู่ด้านในตรงบริเวณใต้แผงคอรถนั่นเอง โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Telelever ซึ่งเจ้าโช๊คอัพตัวนี้จะถูกควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า Dynamic ESA โดยผู้ขับขี่สามารถเซ็ตอัพเจ้าโช๊คอัพตัวนี้ได้ง่ายๆ ด้วยตนเองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผ่านหน้าจอเรือนไมล์ได้โดยละเอียด ซึ่งเจ้าโช๊คอัพต้นที่ 3 นี้ถือเป็นจุดชูโรงของเจ้า BMW R 1250 GS เลยทีเดียว ส่วนโช๊คอัพคู่หน้าขนาด 37 มม. มีหน้าที่รับแรงสะเทือนจากตัวล้อโดยตรง

 

BMW Telelever

 

โช๊คอัพด้านหลัง สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำ ของตัวรถได้

 

 

บริเวณด้านหลังโช๊คอัพคู่หน้า มีการติดตั้งกันสบัด ช่วยเสริมความมั่นคงในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

 

 

ล้อด้านหน้าและด้านหลังของรถรุ่นนี้ ใช้ล้อซี่ลวดแบบไม่มียางใน ขนาดล้อหน้า 19 นิ้ว รัดยางกึ่งลุยขนาด 120/70 R19 ส่วนล้อหลังมีขนาด 17 นิ้ว รัดยางกึ่งลุยขนาด 170/60 R 17 มาพร้อมดิสเบรคคู่ และปั้มเบรค Brembo

 

 

บริเวณด้านใต้เครื่องยนต์ มีการติดตั้งการ์ดโลหะป้องกันการกระแทก เสริมความแข็งแรงให้กับตัวรถ

 

 

ถัดมาด้านบนในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์ เป็นจอสี TFT แบบเดียวกับรุ่นที่แล้วทุกประการ รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านแอพลิเคชั่น BMW Motorrad Connected ซึ่งสามารถใช้ระบบนำทาง BMW Navigation ได้อีกด้วย ซึ่งหน้าจอเรือนไมล์นี้บอกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวรถได้อย่างละเอียดยิบถึงระดับขั้นทางเทคนิคในหลายจุดเลยทีเดียว เพียงกดปุ่มเปลี่ยนโหมดเท่านั้นเอง อาทิเช่น มาตรวัดความเร็ว, ตำแหน่งเกียร์, รอบเครื่องยนต์, โหมดการขับขี่, แรงดันลมยาง, แรงดันไฟฟ้า, อุณหภูมิหม้อน้ำ, ทริปการขับขี่ และอื่นๆ

โดยจุดเด่นมากๆ อีกส่วนคือการแสดงผลเป็นภาษาไทยทั้งหมด

 

 

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถด้วยตนเองอย่างละเอียดได้ในเมนูเซ็ตติ้ง ที่สามารถตั้งความละเอียดของโหมดการขับขี่ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ABS, Traction Control, ระดับความสูงของโช๊คอัพ, โหมดการใช้งานช่วงล่าง ฯลฯ เป็นต้น และการตั้งค่าเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ, บลูทูตติดหมวกกันน็อก ก็สามารถทำได้บนหน้าจอนี้

 

 

เชื่อมต่อ BMW R 1250 GS กับโทรศัพท์มือถือได้ด้วยแอพฯ BMW Motorrad Connected

 

ระบบกุญแจ เป็นกุญแจแบบ Keyless ควบคุมการปลดล็อก, เปิดระบบไฟฟ้าผ่านปุ่มเดียว

 

ประกับแฮนด์ฝั่งซ้ายคือหัวใจสำคัญของรถ เพราะใช้ควบคุมการทำงานต่างๆ ของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟส่องสว่าง, ระบบล็อกความเร็ว, ระบบไฟสัญญาณต่างๆ และระบบทั้งหมดของตัวรถ ซึ่งแสดงผลผ่านหน้าจอเรือนไมล์

 

 

ส่วนประกับแฮนด์ด้านขวา ติดตั้งปุ่มติดเครื่อง/ดับเครื่อง ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ และระบบอุ่นมือ

 

 

BMW R 1250 GS โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่โดยเฉพาะ

ระบบเด่นๆ ที่มากับรถคันนี้ได้แก่ Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบ ABS Pro ป้องกันล้อล็อกขณะใช้เบรคในโค้ง, ระบบ Cruise Control ล็อกความเร็วของรถ ทำให้เราไม่ต้องบิดคันเร่งไว้ตลอด, กุญแจนิรภัยแบบ Keyless และยังมาพร้อมกับ Quick shifter เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัช ที่ถูกอัพเกรดใหม่ให้นุ่มนวลกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย อีกทั้งคันเร่งเป็นแบบไฟฟ้า พร้อมคลัชแบบน้ำมัน ให้ความนุ่มนวลเวลาเปลี่ยนเกียร์ หรือเวลาใช้คลัชได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

เบาะนั่ง เป็นแบบเบาะ 2 ตอน ความสูงอยู่ที่ 850 มม. มาพร้อมกับแรคสำหรับติดกล่องบรรทุกสัมภาระชนิดอลูมิเนียม หรือที่ศัพท์ไบเกอร์เรียกว่า ปี๊บ นั่นแหละครับ สามารถติดได้ 3 ใบ

 

 

พักเท้าผู้ขับขี่ ใช้พักเท้าหนาม เพื่อการยึดเกาะที่ดีในการขับขี่ ส่วนพักเท้าคนซ้อนใช้แบบหุ้มยางปกติ

 

 

ระบบขับเคลื่อน ใช้เพลาในการขับ ซึ่งจุดเด่นของระบบเพลาคือ ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาบ่อยๆ เฉกเช่นโซ่ และให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ดีกว่ามาก

ทางด้านตำแหน่งของท่อไอเสียของรถวางอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เพื่อรองรับการลุยที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่สุ่มเสียงที่ให้มาของรุ่นนี้จะนุ่มกว่ารุ่นที่แล้วชัดเจน อันเนื่องมาจากเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งมีการเปลี่ยนใหม่ให้ดีกว่าเดิม

 

 

BMW R 1250 GS 2023 เครื่องยนต์

ใน BMW R 1250 GS คันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 1,254 ซีซี ที่มีการติดตั้งระบบ BMW Shiftcam ซึ่งช่วยทำให้การทำงานของเครื่องยนต์ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น นุ่มนวลมากกว่ารุ่นเดิม และมีพละกำลังมากกว่ารุ่นเดิม ซึ่งใน BMW R 1200 GS รุ่นเดิม มีแรงม้าสูงสุด 125 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตร สำหรับสเป็กของรุ่นใหม่เป็นอย่างไร รับชมได้ที่ตารางนี้

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค BMW R 1250 GS

เครื่องยนต์

ประเภท 2 สูบวางนอนชนิด Boxer 4 จังหวะ 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
พร้อมระบบ ShiftCam
ขนาดกระบอกสูบ (มม.) 102.5 x 76
ความจุกระบอกสูบ 1,254 ซีซี
พละกำลังสูงสุด  136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ / นาที
แรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ / นาที
ความเร็วสูงสุด มากกว่า 200 กม./ชม.
อัตราส่วนกำลังอัด 12.5 : 1
ระบบเกียร์ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน เพลาขับเคลื่อน

 

ตัวรถ

เฟรม Two-section frame, front- and bolted on rear frame, load-bearing engine
โช๊คหน้า โช๊คอัพ ขนาด 37 มม. พร้อมโช๊คสปริงต้นกลาง ปรับแต่งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฟฟ้า ระยะยุบ 190 มม.
โช๊คหลัง โช๊คอัพสปริงเดี่ยวพร้อมซัพแท้งค์ ปรับแต่งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฟฟ้า ระยะยุบ 200 มม.
เบรคหน้า ดิสเบรคคู่ ขนาด 305 มม. พร้อมปั้มเบรค Brembo 4 พอต
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 276 มม. พร้อมปั้มเบรค Brembo 2 พอต
ยางหน้า 120/70 R19
ยางหลัง 170/60 R17

 

มิติรถ

ขนาด กว้าง x ยาว x สูง (มม.) 952.5 x 2,207 x 1,430
ความสูงเบาะ 850 - 870 มม. 
รุ่น Low Suspension 800 - 820 มม.
ระยะฐานล้อ 1,504 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเครื่อง 185 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 249 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 20 ลิตร

 

ภาพการทำงานของเครื่องยนต์ BMW Boxer 1,250 cc Shiftcam

 

 

 

BMW R 1250 GS ขับดีแค่ไหน

ด้านการขับขี่ BMW R 1250 GS ทางผู้เขียนขอยกให้นี่คือที่สุดของรถมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ที่ขับขี่ได้ง่ายที่สุด เป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากที่สุด ด้วยจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถที่ต่ำมากๆ ประกอบกับตัวรถถูกออกแบบให้มีความมั่นคงสูงมากๆ ทำให้การขับขี่เจ้ารถคันนี้ในย่านความเร็วต่ำ เราสามารถควบคุมมันได้ง่ายมาก

ในย่านความเร็วสูง รถคันนี้มอบความมั่นคงให้ได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ในทุกย่านความเร็ว เรียกได้ว่าอยากขับเท่าไหร่ก็ขับได้เลย เพราะรถมีความมั่นคงสูงมากๆ

 

 

BMW R 1250 GS มีเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมมาก

เครื่องยนต์ Boxer 2 สูบนอน ขนาด 1,254cc ของรถคันนี้ที่ถูกติดตั้งระบบ Shiftcam เข้าไป และมีการเพิ่มพละกำลังเข้ามาอีกเล็กน้อย สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนนอกเหนือจากความแรงของตัวรถที่บิดติดมือมากขึ้นกว่าเดิมแล้วนั้นคือ ความนุ่มนวล ของตัวรถที่มีมาให้มากกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

นิสัยของเครื่องยนต์ที่สุภาพมากกว่ารุ่น Boxer 1,200cc แต่แฝงด้วยพละกำลังแรงบิดมหาศาลถึง 140 นิวตัวเมตร ที่พร้อมถ่ายทอดพละกำลังขับเคลื่อนมหาศาลผ่านเพลาขับได้อย่างนุ่มนวล อัตราเร่งของรถมีให้ใช้ตั้งแต่รอบเครื่องต้น - กลาง - ปลาย ได้อย่างไม่มีติดขัด แตกต่างจากรุ่นเดิมที่หากลากรอบเครื่องยนต์เข้าใกล้เรดไลน์มากเท่าไหร่ อัตราเร่งยิ่งหายไปมากเท่านั้น แต่ทว่าเครื่องยนต์รุ่นนี้มันให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยมตลอดรอบเครื่องยนต์ โดยเฉพาะช่วง 4,000 รอบขึ้นไป จะสร้างอัตราเร่งออกมาได้จัดจ้านมากๆ

 

 

ระบบเกียร์ของรถรุ่นนี้ จัดว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำมาได้ยอดเยี่ยม ด้วยระบบ BMW Quickshifter ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัชท์ที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ให้มาความนุ่มนวลกว่ารุ่นที่แล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งจุดเด่นของควิกชิพในรถคันนี้คือความเนียนในการเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์ที่รถไม่มีอาการวืด ไม่มีอาการเงียบสักแปบ คิดสักนิดก่อนเร่งความเร็วต่อ มันสามารถต่อเกียร์ได้อย่างเรียบเนียนไม่มีสะดุด ประดุจใช้เกียร์อัตโนมัติ หรือจำพวกเกียร์แบบคลัชท์คู่อย่างใดอย่างนั้น

 

 

ช่วงล่างระดับเทพที่ยากจะเลียนแบบ

ระบบช่วงล่างในรถมอเตอร์ไซค์ BMW R / GS Series จัดว่าเป็นช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมอันดับต้นๆ ของรถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ในท้องตลาด ด้วยการติดตั้งโช๊คอัพแบบสปริงค้ำไว้ถึง 2 ต้น แบ่งเป็นด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งโดยปกติแล้วรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปจะติดตั้งเพียงโช๊คสปริงหลังเพียง 1 ต้น ส่วนคู่หน้าจะใช้เป็นโช๊คแบบตะเกียบคู่ ซึ่งระบบโช๊คแบบ GS นี่เอง มันทำให้ทุกครั้งที่มีการเบรก, การเร่ง ระยะฐานล้อของรถจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งทำให้เสถียรภาพของตัวรถมีความมั่นคงสูงมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์แบบอื่นๆ จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของ BMW GS

 

 

การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง จัดว่าเป็นความฟินอย่างหนึ่งของการขี่มอเตอร์ไซค์ และใน GSA คันนี้เช่นกัน ช่วงล่างให้การตอบสนองต่อการเข้าโค้งที่ดีมากๆ รถมีความมั่นคงสูง เกาะยึดติดแน่นโค้งเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโค้งปกติ หรือทางขึ้น-ลงเขา ก็สามารถสนุกไปกับมันได้ ขอเพียงแค่มีเวลาไปขี่มันเท่านั้น

 

 

หากต้องการรีดประสิทธิภาพสูงสุดของ BMW R 1250 GS เหมาะสำหรับการออกทริปเดินทางไปต่างจังหวัดเท่านั้น แต่สำหรับชาวเมืองก็อย่าได้กังวลไป แอดได้ทดสอบเป็นเวลา 1 วันเต็มๆ แล้ว พบว่า มันพอที่จะขี่ในเมืองได้อยู่ แม้น้ำหนักตัวจะมากถึง 250 กิโลกรัม แต่ทว่าด้วยการวางบาลานซ์ของตัวรถที่ต่ำมาก ทำให้การควบคุมในเมืองในย่านความเร็วต่ำ ทำได้ง่ายมาก ปัญหาเดียวของการขี่ในเมืองของรถรุ่นนี้คือ ขนาดความกว้างของเครื่องยนต์ Boxer ที่กว้างกว่ารถมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านชาวเมือง รวมถึงช่องพิเศษสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ต่างๆ ที่ไม่ได้กว้างอะไรมากมาย ก็อาจจะก่อปัญหาให้ผู้ขับขี่ต้องกังวลใจได้

แต่หลักการเดียวที่จะทำให้การมุดในเมืองผ่านไปได้คือ "แฮนด์ผ่าน รถผ่าน" เท่านั้นเองครับ

 

 

สรุป R 1250 GS 2023 ยังน่าใช้ไหม

BMW R 1250 GS เป็นรถมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ พิกัด 1000 ซีซีขึ้นไป ที่น่าครอบครองที่สุดในนาทีนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในท้องตลาดปัจจุบัน รวมถึงความง่ายในการขับขี่ของรถคันนี้ที่เพียงคุณมีทักษะการขับขี่มอเตอร์ไซค์แบบคลัชท์มือปกติมาบ้างก็สามารถขี่ได้แล้ว เพราะเป็นรถที่ขี่ได้ง่าย ควบคุมได้ง่าย มีช่วงล่างที่ดี แถมยังมีพละกำลังเหลือๆ รองรับทุกการเดินทางในหลากหลายรูปแบบ ด้วยค่าตัว 1,075,000 บาท ท่านที่สนใจสามารถสัมผัส พร้อมเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ BMW Motorrad ทั่วประเทศครับ

 

 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ