ใช้ยาวจนลืมซ่อม! 7 เคล็ดลับดูแลรถไฮบริด ให้แบตอึด ทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนไว Share this
Lifestyle
โหมดการอ่าน

ใช้ยาวจนลืมซ่อม! 7 เคล็ดลับดูแลรถไฮบริด ให้แบตอึด ทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนไว

Wongsupat
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 1 วันที่ผ่านมา

ในการดูแลรถไฮบริด (Hybrid) จริงๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล หัวใจสำคัญหลักๆ คือการดูแลทั้ง "เครื่องยนต์สันดาป" และ "ระบบไฟฟ้า" ควบคู่กันไป


 

7 เคล็ดลับดูแลรถไฮบริด ให้แบตอึด ทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนไว

รถยนต์ไฮบริด หมายความว่าอย่างไร 

7 วิธีดูแลรถยนต์ไฮบริด

ข้อควรระวังพิเศษสำหรับรถไฮบริด

CAMRY HEV 2026 รุ่น PREMUIM

รถยนต์ไฮบริด หมายความว่าอย่างไร

รถยนต์ไฮบริด คือ รถยนต์ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมมีมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมกำลังขับเคลื่อน และสนับสนุนการเบรกแบบผันกลับ (Regenerative Braking) เพื่อเก็บสำรองพลังงานในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า เป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งทำให้ระบบการขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ปกติ

7 วิธีดูแลรถยนต์ไฮบริด

สรุปวิธีดูแลรถไฮบริดฉบับเข้าใจง่าย เพื่อให้รถอยู่กับเราไปนานๆ ดังนี้ 

  1. การดูแลแบตเตอรี่ไฮบริด (หัวใจหลัก) แบตเตอรี่ไฮบริดมีราคาสูง การดูแลที่ดีจะช่วยยืดอายุได้เกิน 10 ปี อย่าปล่อยให้รถจอดนิ่งนานเกินไป ควรนำรถออกมาขับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที เพื่อให้ระบบมีการชาร์จไฟหมุนเวียน แบตเตอรี่ที่ไม่ได้ใช้งานนานๆ จะเสื่อมสภาพเร็ว (Deep Discharge) ทำความสะอาดกรองอากาศแบตเตอรี่ รถไฮบริดส่วนใหญ่จะมีช่องดูดลมเพื่อระบายความร้อนแบตเตอรี่ (มักอยู่แถวเบาะหลัง) อย่าเอาของไปวางบัง และควรทำความสะอาดกรองอากาศตัวนี้ตามระยะ เพื่อไม่ให้แบตร้อนจัด นอกจากนี้ ให้หลีกเลี่ยงความร้อนสะสม หากเป็นไปได้ควรจอดรถในที่ร่ม เพราะความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่
  2. ระบบเครื่องยนต์และการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แม้จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วย แต่เครื่องยนต์ก็ยังต้องการการบำรุงรักษา รถประเภทนี้มักใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ต่ำ (เช่น 0W-20) เพราะเครื่องยนต์ไฮบริดมีการสตาร์ทและดับบ่อยครั้ง น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดต่ำจะช่วยหล่อลื่นได้เร็วและช่วยลดการสึกหรอขณะสตาร์ท ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โดยทั่วไปแนะนำที่ 10,000 กม. หรือทุก 6-12 เดือน (แม้จะขับด้วยโหมดไฟฟ้าเยอะ แต่เครื่องยนต์ก็ยังมีคราบเขม่าและการเสื่อมสภาพของน้ำมันตามเวลา)
  3. ระบบเบรก (Regenerative Braking) รถไฮบริดใช้การเบรกด้วยมอเตอร์เพื่อปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ผ้าเบรกหมดช้ากว่าปกติ เนื่องจากใช้มอเตอร์ช่วยชะลอรถ ทำให้ผ้าเบรกสึกหรอน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม น้ำมันเบรก ยังคงต้องเปลี่ยนตามระยะในคู่มือ
  4. ระบบระบายความร้อน (Cooling System) รถไฮบริดมีระบบระบายความร้อน 2 ส่วน (บางรุ่นแยกกัน) Inverter Coolant & Engine Coolant ตรวจเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นทั้งของเครื่องยนต์และชุดอินเวอร์เตอร์ให้ได้ระดับเสมอ หากระบบระบายความร้อนมีปัญหา อาจส่งผลเสียต่อระบบ ซึ่งมีราคาสูงมาก
  5. ลดภาระการบรรทุก หลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักเกินความจำเป็น เพื่อลดการทำงานหนักของระบบไฮบริด
  6. ดูแลตามคู่มือเป๊ะ การบำรุงรักษาตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนดเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำยาหล่อเย็น และการดูแลกรองอากาศแบตเตอรี่ ส่วนอะไหล่อื่น ๆ ก็ดูแลรักษาตามปกติทั่วไป เช่น การตั้งศูนย์ล้อ, การดูแลยางรถยนต์, การตรวจสอบน้ำมันเบรค เป็นต้น 
  7. หมั่นเช็กสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำ ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบยังทำงานปกติ 

ข้อควรระวังพิเศษสำหรับรถไฮบริด

  • ห้ามลุยน้ำลึกเกินขอบประตู: แม้ระบบจะมีการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร แต่ความชื้นอาจสะสมในขั้วสายไฟแรงสูงได้
  • เข้าศูนย์บริการที่เชี่ยวชาญ: ระบบไฟฟ้าแรงสูง (สายสีส้ม) มีอันตรายมาก ไม่ควรให้ช่างทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องระบบไฮบริดทำการดัดแปลงหรือซ่อมแซมเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ