Honda CBR500R E-Clutch รถสปอร์ตรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี E-Clutch พร้อมปรับดีไซน์ใต้ท้องรถใหม่ ในราคา 235,800 บาท
Honda CBR500R E-Clutch
Honda CBR500R E-CLUTCH ถ่ายทอดตัวตนสปอร์ตเต็
ปรับดีไซน์ใต้ท้องรถใหม่ ควบคู่กับการปรับรายละเอี

Honda CBR500R ขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ตที่เร็ว ประหยัด คุ้มค่า และที่สำคัญที่สุดคือความสนุก ทำให้ Honda CBR500R รถมอเตอร์ไซค์สไตล์สปอร์ตฟูลแฟริ่งที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 เคียงคู่กับรถสไตล์เน็คเก็ตอย่าง CB500F (ปัจจุบันคือ CB500 Hornet) และสไตล์แอดเวนเจอร์อย่าง CB500X (ปัจจุบันคือ NX500) ได้เติมเต็มพลังแห่งความสปอร์ตที่แท้จริงให้กับกลุ่มรถ "มิดเดิลเวทขนาดเล็ก" เครื่องยนต์สองสูบของฮอนด้า
CBR500R ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่นักบิดรุ่นใหม่ที่ต้องการขยับรุ่นขึ้นมาจากรถขนาดเล็ก โดยมอบความตื่นเต้นในสไตล์สปอร์ตไบค์ในทุกการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นรถที่ยอดเยี่ยมทั้งสำหรับการขับขี่ไปทำงานในวันธรรมดาและขี่เที่ยวเล่นในวันหยุดสุดสัปดาห์

สำหรับโมเดลปี 2026 "จรวดทางเรียบไซส์พกพา" ของฮอนด้าคันนี้ ยิ่งน่าครอบครองขึ้นไปอีกด้วยการเพิ่มเทคโนโลยี Honda E-Clutch ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การขับขี่มอเตอร์ไซค์ สนุกและเร้าใจยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับเซียน
สีใหม่ที่ดูเข้มขรึม ถูกนำมาวางจำหน่ายเคียงคู่กับสีไตรคัลเลอร์ อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อดึงเอาความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก CBR1000RR-R ออกมาให้มากที่สุด ทำให้ CBR500R ดูโฉบเฉี่ยวพร้อมทะยานเข้าสู่ปี 2026
เทคโนโลยี Honda E-Clutch มอบมิติใหม่ให้กับตัวรถ ช่วยรีดสมรรถนะสูงสุดจากเครื่องยนต์สองสูบที่มาพร้อมสลิปเปอร์คลัตช์ อนุญาตให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ทำให้สามารถจดจ่อกับการวาดลวดลายเข้าโค้งในวันหยุด หรือการมุดผ่านการจราจรในวันทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยยังคงมีระบบ Honda Selectable Torque Control เป็นมาตรฐาน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศ

CBR500R ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะการขับขี่ แต่ยังอัดแน่นด้วยอุปกรณ์ระดับท็อปคลาส ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Honda RoadSync, โช้คอัพหน้าหัวกลับ Showa 41mm SFF-BP และดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ

3.1 การออกแบบและอุปกรณ์ (Styling & Equipment)
-
สไตล์ซูเปอร์สปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก CBR1000RR-R Fireblade ผสานหลักอากาศพลศาสตร์อย่างแนบเนียน
-
ไฟหน้าและไฟท้าย LED คู่
-
หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Honda RoadSync สำหรับระบบนำทางแบบ Turn-by-turn บนหน้าจอ และการเข้าถึงฟังก์ชันอื่นๆ ของสมาร์ตโฟน
รูปลักษณ์ที่ดุดันของ CBR500R ได้รับแรงบันดาลใจจาก DNA สนามแข่งของรุ่นพี่อย่าง Fireblade ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ‘The Shape Of Speed’ เส้นสายที่เฉียบคมตั้งแต่หน้าจรดท้ายถ่ายทอดความเป็น CBR ออกมาได้อย่างชัดเจน
การออกแบบนี้ไม่ได้มีดีแค่สวยงาม แต่ยังใช้งานได้จริง ด้วยวิงเล็ต (Winglets) ที่ช่วยจัดระเบียบการไหลของอากาศและองศาของแฟริ่ง แพ็คเกจแอโรไดนามิกนี้ช่วยให้การบังคับเลี้ยวมีความต่อเนื่อง (Linear) พร้อมเพิ่มการตอบสนองและการยึดเกาะของยางหน้า
ไฟหน้า LED คู่ให้แสงสว่างที่พุ่งไกลและกระจายกว้าง เพิ่มทัศนวิสัยเมื่อขับขี่และเข้าโค้งในเวลากลางคืน เข้าชุดกับไฟท้าย LED ที่เติมเต็มความพรีเมียมรอบคัน

เทคโนโลยีระดับพรีเมียมในรูปแบบหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี Optical Bonding (การเชื่อมด้วยเรซิน) เพื่อลดแสงสะท้อนและเพิ่มความชัดเจนของแสงแบ็คไลท์ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้กลางแดดจ้า หน้าจอสามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ (Bar, Circle และ Simple) และรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน (IOS/Android) ผ่าน Honda RoadSync
ฟังก์ชันต่างๆ ควบคุมผ่านสวิตช์ 4 ทิศทางแบบมีไฟเรืองแสงที่แฮนด์ด้านซ้าย ใช้งานง่าย รองรับระบบนำทางแบบ Turn-by-turn บนหน้าจอ รวมถึงตัวเลือก (ผ่านชุดหูฟังบลูทูธในหมวกกันน็อก) ให้ผู้ขับขี่โทรออกหรือฟังเพลง เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Honda RoadSync เชื่อมต่อกับรถ แล้วออกเดินทางได้ทันที

เบาะนั่งมีความสูงเพียง 785 มม. ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ท่านั่งแบบสปอร์ตยังรองรับผู้ขับขี่ทุกสรีระได้อย่างสบาย มิติรถโดยรวมอยู่ที่ 2080 มม. x 760 มม. x 1145 มม. โดยมีระยะห่างจากพื้น 130 มม.
ถังน้ำมันจุได้ 17.1 ลิตร (รวมสำรอง) เมื่อรวมกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ที่ 3.5 ลิตร/100 กม. (28.6 กม./ลิตร) ทำให้สามารถขับขี่ได้ไกลกว่า 485 กม. ต่อน้ำมันหนึ่งถัง
เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal - ESS) จะทำงาน (และยกเลิกเองอัตโนมัติ) เพื่อเตือนผู้ใช้ถนนด้านหลัง นอกจากนี้ ไฟเลี้ยวยังมีระบบยกเลิกอัตโนมัติในการใช้งานปกติ เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง

3.2 แชสซีส์ (Chassis)
-
โช้คหน้าหัวกลับ Showa Separate Function Fork Big Piston (SFF-BP) ขนาด 41 มม.
-
ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ Nissin 4 ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์
-
ล้อและสวิงอาร์มน้ำหนักเบา
โครงสร้างหลักแบบเฟรมเหล็ก Diamond-tube ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 มม. ยังคงความแข็งแกร่งและเบาเหมือนเดิมสำหรับรุ่นปี 2026 โดยมีการปรับจูนระดับความยืดหยุ่นเพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพถนนที่เปลี่ยนไปได้ดี ตำแหน่งแท่นเครื่องยนต์และความสมดุลของความแข็งแกร่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนให้น้อยที่สุด
ความคล่องตัวคือหัวใจสำคัญของ CBR500R มุมมองจากตำแหน่งคนขับให้อารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด แฮนด์จับโช้ค (Clip-on) ติดตั้งใต้แผงคอบน ทำให้ท่านั่งมีความดุดันอย่างชัดเจน พักเท้าอลูมิเนียมน้ำหนักเบาถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง
ระยะฐานล้อ 1410 มม. มุม Rake และ Trail อยู่ที่ 25.5°/102 มม. การกระจายน้ำหนักหน้า/หลังอยู่ที่ 50.7/49.3 น้ำหนักตัวรถ (Kerb weight) อยู่ที่ 191 กก.
โช้คหน้าหัวกลับ Showa 41mm SFF-BP แยกฟังก์ชันการทำงาน โดยข้างหนึ่งเป็นตัวหน่วงแรงดันแบบลูกสูบใหญ่ (Big Piston pressure separation damper) และอีกข้างเป็นกลไกสปริง ให้การตอบสนองและคุณภาพการขับขี่ระดับท็อป ซึ่งเป็นการตั้งค่าแบบเดียวกับที่ใช้ใน CBR650R แบบ 4 สูบ
สวิงอาร์มทำจากเหล็กหนา 2 มม. พร้อมคานขวางแบบกลวง มีความแข็งแกร่งในการบิดตัวแต่ยืดหยุ่นในแนวขวางเพื่อการทรงตัวที่ดี โช้คหลังเดี่ยว Showa พร้อมลูกสูบขนาดใหญ่ ให้การตอบสนองและการจัดการความร้อนที่ดีเยี่ยม พร้อมปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ
ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์ Nissin 4 ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์ 240 มม. คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยว ล้อแม็กน้ำหนักเบาลาย 5 ก้านรูปตัว Y รัดด้วยยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และยางหลังขนาด 160/60-ZR17

เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 471cc 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่เป็นมิตรกับผู้ถือใบขับขี่ระดับ A2 นี้ มอบความสมดุลที่ลงตัวระหว่างขนาดตัวเครื่องและพละกำลังที่ขับสนุก ด้วยบุคลิกที่กระฉับกระเฉง รอบจัด และปลายไหล แม้จะมีความจุไม่มาก แต่สมรรถนะและบุคลิกของเครื่องยนต์นั้นเกินตัว โดยให้กำลังสูงสุด 35kW ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 43Nm ที่ 6,500 รอบต่อนาที
ระบบ HSTC ช่วยจัดการการยึดเกาะของล้อหลัง เพื่อความอุ่นใจและความมั่นใจของผู้ขับขี่ ระบบจะเปรียบเทียบความเร็วล้อหน้าและหลังเพื่อตรวจจับการลื่นไถล และควบคุมการฉีดน้ำมันเพื่อลดแรงบิดอย่างนุ่มนวล โดยผู้ขับขี่สามารถปิดระบบ HSTC ได้หากต้องการ
การป้อนอากาศสู่ระบบหัวฉีด PGM-FI เป็นแบบไหลตรงผ่านกรองอากาศและลิ้นปีกผีเสื้อ การปรับจูนองศาจุดระเบิดและอัตราส่วนผสมอากาศ/น้ำมัน ช่วยให้รู้สึกถึงอัตราเร่งที่ทรงพลังตั้งแต่รอบต่ำ พร้อมการส่งกำลังที่ต่อเนื่องและการตอบสนองคันเร่งที่ดีเยี่ยม ท่อไอเสียแบบปลายคู่ให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ในทุกจังหวะ และเสียงคำรามที่เร้าใจในรอบสูง
กระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 67 มม. x 66.8 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.7:1 เพลาข้อเหวี่ยงวางองศาแบบ 180° พร้อมบาลานเซอร์วางอยู่หลังกระบอกสูบ ใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถ เฟืองบาลานเซอร์เป็นแบบ Scissor gears ช่วยลดเสียงรบกวน ตุ้มถ่วงน้ำหนักข้อเหวี่ยงถูกออกแบบมาเพื่อความสมดุล และน้ำหนักที่เบาช่วยให้เครื่องยนต์หมุนได้อย่างอิสระ ลดแรงเฉื่อย
เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง (Stressed member) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเฟรม โดยยึดกับเฟรมที่จุดแขวน 4 จุด ภายในฝาสูบใช้กระเดื่องวาล์วแบบ Roller rocker arm การปรับตั้งวาล์วแบบชิมช่วยให้น้ำหนักเบา ลดภาระของสปริงวาล์วและลดแรงเสียดทาน
โซ่ราวลิ้นแบบเงียบ (SV Chain) เคลือบผิวสลักด้วยวานาเดียม (Vanadium) ช่วยลดแรงเสียดทานและป้องกันการสึกหรอ วาล์วไอดีมีขนาด 26.0 มม. และวาล์วไอเสีย 21.5 มม. ลูกสูบถูกออกแบบเพื่อลดเสียงรบกวนในรอบสูง และลดแรงเสียดทานด้วยการเซาะร่องที่ชายลูกสูบ (Striations) เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวและช่วยให้น้ำมันไหลเวียนไปหล่อลื่นได้ดีขึ้น
การจัดวางเพลาข้อเหวี่ยง เพลาหลัก และเพลารอง เป็นรูปสามเหลี่ยมช่วยให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัด แคร้งเครื่องยนต์ใช้ปลอกสูบแบบบางที่หล่อด้วยแรงเหวี่ยง (Centrifugally cast) โครงสร้างภายในลดการสูญเสียกำลังจากการปั๊ม (Pumping losses) ที่อาจเกิดจากลำดับการจุดระเบิดแบบ 180° อ่างน้ำมันเครื่องลึกช่วยลดการเคลื่อนตัวของน้ำมันขณะเข้าโค้งและเบรกหนักๆ โดยจุน้ำมันเครื่องได้ 3.2 ลิตร
เกียร์ 6 สปีดที่เปลี่ยนได้อย่างนุ่มนวล ทำงานร่วมกับ Assist/Slipper clutch ช่วยป้องกันล้อหลังล็อคหรือกระโดดขณะเบรกหนักและเชนจ์เกียร์ลง
ข้อมูลทางเทคนิค CBR500R E-Clutch
| ประเภท | 2 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 471 ซีซี |
| ขนาดลูกสูบ x ช่วงชัก | 67 x 66.8 มม. |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 10.7 : 1 |
| พละกำลังสูงสุด | 47 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 43 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที |
| อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง | 28.57 กม./ลิตร |
ตัวรถ CBR500R E-Clutch
| เฟรม | ไดม่อน สตีล |
| โช๊คหน้า | โช๊คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. |
| โช๊คหลัง | โช๊คอัพเดี่ยว Prolink พร้อมปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ |
| เบรคหน้า | ดิสเบรคคู่ ขนาด 296 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 ลูกสูบ ABS |
| เบรคหลัง | ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 ลูกสูบ ABS |
| ยางหน้า | 120/70 ZR17 |
| ยางหลัง | 160/60 ZR17 |
มิติรถ
| ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) | 2,080 x 760 x 1,145 |
| ความสูงเบาะ | 785 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 1,410 มม. |
| ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง | 130 มม. |
| น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน | 194 กก. |
| ความจุถังน้ำมัน | 17.1 ลิตร |
Honda E-Clutch
Honda E-Clutch คือเทคโนโลยีการควบคุมระบบคลัทช์ของเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ด้วยไฟฟ้า ซึ่งมอบประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นธรรมชาติ และมีความนุ่มนวลสูง โดยที่ผู้ขับขี่สามารถขับรถจักรยานยนต์ได้โดยไม่ต้องกำคลัทช์เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันนี้เลย
ซึ่งระบบนี้ จะช่วยทำให้การขับขี่นุ่มนวลมากขึ้นในทุกจังหวะการใช้งาน เริ่มต้นตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องยนต์ ไปจนถึงการหยุดรถ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานได้อย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกำคลัทช์
และแม้ว่าคุณจะเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ได้ ตัวระบบเองก็ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถกำคลัทช์และเปลี่ยนเกียร์แบบการขับขี่สไตล์ดั่งเดิมได้ด้วยเช่นกัน เป็นการตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความสะดวก และผู้ที่ชื่นชอบการควบคุมด้วยตนเอง
และที่สำคัญ ชุด E-Clutch มีน้ำหนักเบาและมีขนาดที่กระทัดรัด จึงสามารถติดตั้งเข้าไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเครื่องยนต์มากนัก เริ่มต้นใช้แล้วกับ Honda CB650R และ CBR650R รุ่นปี 2024

นอกเหนือจากสมรรถนะแล้ว ยังมอบความเรียบง่ายในการใช้งาน ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องกำคลัตช์เมื่อออกตัว หรือจอดรถ และไม่จำเป็นต้องใช้ก้านคลัตช์ในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลง เพียงแค่ใช้เท้าตบคันเกียร์เท่านั้น
ระบบจะควบคุมคลัตช์ให้อยู่ในตำแหน่ง "ครึ่งใบ" (Half clutch) เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล พร้อมควบคุมองศาจุดระเบิดและการฉีดน้ำมัน โดยประมวลผลจากความเร็วรถ องศาคันเร่ง รอบเครื่องยนต์ แรงกดที่คันเกียร์ และตำแหน่งเกียร์ การทำงานของคลัตช์ควบคุมโดยมอเตอร์ 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่ภายในฝาครอบเครื่องยนต์ด้านขวา
ผู้ขับขี่สามารถเลือก "ความรู้สึกในการเข้าเกียร์" (Operation feel) เพื่อกำหนดน้ำหนักแรงกดที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนเกียร์ได้ 3 ระดับ: HARD (แข็ง), MEDIUM (ปานกลาง), และ SOFT (นุ่ม) โดยสามารถตั้งค่าแยกกันได้สำหรับการเพิ่มเกียร์และลดเกียร์ ระบบยังจะแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ลดเกียร์ผ่านสัญลักษณ์บนหน้าปัด หากตรวจพบว่าใช้เกียร์สูงเกินไปในความเร็วต่ำ

และระบบนี้ยังมีความยืดหยุ่นสูงสุด เพราะผู้ขับขี่สามารถใช้ก้านคลัตช์แบบปกติได้ตลอดเวลา หลังจากใช้งานก้านคลัตช์ ระบบ Honda E-Clutch จะกลับมาทำงานอัตโนมัติภายในเวลาน้อยกว่า 1 วินาทีเมื่อรอบเครื่องสูง และ 5 วินาทีเมื่อรอบเครื่องต่ำ
หากผู้ขับขี่ต้องการปิดระบบ ก็สามารถทำได้ผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ซ้ายเมื่อรถจอดนิ่งและอยู่ในเกียร์ว่าง โดยจะมีตัวอักษร 'M' ปรากฏบนหน้าปัดเพื่อแสดงสถานะการควบคุมแบบแมนนวล
Honda CBR500R E-Clutch ราคา
Honda CBR500R E-Clutch เปิดราคามา 235,800 บาท มีให้เลือกใน 2 เฉดสี ‘สีแดง Grand Prix Red' และสีใหม่ ‘สีดำ Mat Gunpowder Black’


เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น