โหมดการขับขี่ใช้ยังไงให้คุ้ม ซื้อรถมาตั้งแพง อย่าใช้แค่เกียร์ D! Share this
Lifestyle
โหมดการอ่าน

โหมดการขับขี่ใช้ยังไงให้คุ้ม ซื้อรถมาตั้งแพง อย่าใช้แค่เกียร์ D!

Sunuttinee Phumbanyen
โดย Sunuttinee Phumbanyen
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ใช้โหมดผิดชีวิตเปลี่ยน เช็กด่วน! โหมดขับขี่ Eco, Sport หรือ Sand กดมั่วเสี่ยงอุบัติเหตุแค่ไหน? มาหาคำตอบกัน


 

สรุปครบทุก Drive Mode ตั้งแต่ Eco ยัน MUD ใช้ยังไงไม่ให้รถพัง!

เคยสังเกตไหม? บนคอนโซลกลางหรือใกล้คันเกียร์ของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักจะมีปุ่มหมุนหรือสวิตช์ที่เขียนว่า Drive Mode อยู่ หลายคนซื้อรถมาหลายปีอาจไม่เคยกดใช้เลย หรือใช้แค่โหมดเดียวตลอดชีพ รู้มั้ยว่า ปุ่มเล็กๆ นี้เปรียบเสมือนเวทมนตร์ที่เสกให้รถคันเดิมของคุณ เปลี่ยนนิสัยไปเป็นคนละคนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส! วันนี้เลดี้จะพาไปเจาะลึกกันว่า แต่ละโหมดทำงานต่างกันอย่างไร และถ้าเผลอใช้ผิดสถานการณ์ รถจะพังหรือไม่?

Drive Mode

 

3 โหมดสามัญประจำรถที่เจอบ่อยที่สุด

โดยพื้นฐานแล้ว รถยนต์ยุคปัจจุบันทั้งรถน้ำมันและรถไฟฟ้า จะมีโหมดมาตรฐานอยู่ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งจะเข้าไปปรับจูนสมองกลของรถใน 3 ส่วนคือ คันเร่ง, เกียร์ และพวงมาลัย

  • Normal / Comfort Mode (โหมดปกติ/นุ่มนวล) คือค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เป็นโหมดที่สมดุลที่สุด คันเร่งตอบสนองเป็นธรรมชาติ พวงมาลัยน้ำหนักพอดีมือ ช่วงล่างในรถบางรุ่นจะนุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป รับส่งลูก ไปทำงาน หรือขับชิลๆ
  • Eco Mode (โหมดประหยัด) เปรียบเสมือนรถกำลังจำศีลกล่อง ECU จะสั่งให้คันเร่งหน่วงขึ้น (เหยียบเท่าเดิมแต่รถพุ่งน้อยลง) เกียร์จะเปลี่ยนขึ้นสู่เกียร์สูงไวขึ้นเพื่อรักษารอบเครื่องให้ต่ำ และแอร์อาจเย็นน้อยลงนิดหน่อยเพื่อลดภาระเครื่องยนต์ เหมาะสำหรับรถติดหนักๆ ในเมือง หรือการขับทางไกลแบบเรื่อยๆ ที่ไม่รีบร้อน เพื่อความประหยัดน้ำมันสูงสุด
  • Sport Mode (โหมดสปอร์ต) เหมือนรถกินเครื่องดื่มชูกำลัง คันเร่งจะไวมาก แตะนิดเดียวรถพุ่งทันที เกียร์จะลากรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น (คิ๊กดาวน์รอไว้เลย) พวงมาลัยจะหนักและตึงมือขึ้นเพื่อความมั่นใจในความเร็วสูง เหมาะสำหรับเวลาที่ต้องการเร่งแซง การขับขึ้นเขาที่ต้องการกำลัง หรือขับทางไกลที่ต้องการความกระฉับกระเฉง

โหมดการขับขี่

 

โหมดพิเศษสำหรับรถบางรุ่น

หลังจากที่เราทำความเข้าใจโหมดพื้นฐานไปแล้ว ทีนี้ขยับสเต็ปมาดูโหมดพิเศษอื่นๆ รวมถึงสายลุยที่มักจะอยู่ในรถ SUV หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ยุคใหม่กันบ้าง

  • WET Mode (โหมดถนนเปียก/ลื่น) รถจะกลายเป็นคนขี้ระแวงสุดๆ คันเร่งจะหน่วงมาก เหยียบแล้วรถไม่พุ่ง เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบ Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรีจะทำงานไวมาก แค่ล้อลื่นนิดเดียว ระบบจะตัดกำลังเครื่องยนต์หรือสั่งเบรกทันที เพื่อให้รถเกาะถนนที่สุด เหมาะสำหรับขับตอนฝนตกหนัก ถนนมีแอ่งน้ำขัง หรือพื้นผิวถนนลื่นไถล รวมถึงหิมะในต่างประเทศ
  • MUD Mode (โหมดโคลน/ร่องลึก) ตรงข้ามกับโหมด Wet เล็กน้อย ในโคลนถ้ารถหยุดคือจบ ดังนั้นโหมดนี้จะยอมให้ล้อหมุนฟรีได้บ้าง เพื่อสะบัดดินโคลนที่ติดดอกยางออกไป ให้ยางจับพื้นใหม่ได้ และจะเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ให้สูงพอสมควรเพื่อรักษาแรงบิดไม่ให้รถติดหล่ม เหมาะสำหรับทางดินเลน ทางโคลนเหลว หรือทางที่มีร่องลึก
  • SAND Mode (โหมดทราย) โหมดนี้คือบ้าพลังที่สุด! เพราะทรายมีแรงต้านสูงมาก ถ้ารถหยุดหรือล้อหมุนช้า รถจะจมทันที สมองกลจะสั่งให้คันเร่งไวสุดๆ (ไวกว่า Sport อีก) ลากรอบเครื่องสูงแช่ไว้ และยอมให้ล้อหมุนฟรีได้เยอะมาก เพื่อให้รถตะกุย และลอยตัวอยู่บนผิวทรายได้ เหมาะสำหรับขับบนชายหาด หรือทะเลทรายร่วนๆ
  • GRAVEL Mode (โหมดหินคลุก/ลูกรัง) ไว้ใช้ลุยพื้นหินกรวดมีความลื่นแบบกลิ้งได้ โหมดนี้จะเน้นความสมดุล คือคันเร่งไม่ไวเกินไปเดี๋ยวหินดีด แต่ก็ไม่หน่วงจนรถไม่มีแรงไต่ ระบบ Traction Control จะยอมให้ล้อไถลได้นิดหน่อยเพื่อหาจุดยึดเกาะ แต่จะรีบจับถ้าเริ่มเสียอาการ เหมาะสำหรับทางลูกรัง ทางหินกรวด หรือถนนที่กำลังก่อสร้าง

Adaptive Mode

นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่พิเศษอื่นๆ อยู่อีก อาทิ 

  • Snow / Winter Mode มักจะออกตัวด้วยเกียร์ 2 เพื่อลดแรงบิดที่ล้อ ป้องกันล้อหมุนฟรีบนถนนลื่น
  • Smart / Adaptive Mode รถจะเรียนรู้พฤติกรรมเรา ถ้าเราขับช้ามันจะปรับเป็น Eco ให้เอง ถ้าเรากระทืบคันเร่ง มันจะดีดเป็น Sport ให้ทันที
  • Individual / Custom Mode เราสามารถปรุงรสชาติเองได้ เช่น อยากได้พวงมาลัยเบาๆ จะเลือกใช้ Comfort แต่อยากเครื่องยนต์แรงๆ ก็จะเลือกใช้ Sport ก็ตั้งค่าผสมกันได้ เป็นต้น

 

ถ้าใช้โหมดผิด... รถจะพังไหม?

แน่นอนว่าการใช้โหมดการขับขี่ผิดประเภทสภาพพื้นผิวถนน รถอาจจะไม่พัง แต่คนขับไม่แน่ เพราะคุณอาจเกิดอันตรายได้ถ้าใช้ผิดที่ผิดทาง ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ใช้ Eco Mode ตอนจะเร่งแซงสิบล้อ แบบนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะเมื่อคุณกดคันเร่งเพื่อแซง รถจะตอบสนองช้ากว่าเท้าคุณ ทำให้กะจังหวะพลาด เผื่อระยะแซงไม่พอ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ถ้าจะแซงควรตบเกียร์ลงต่ำ หรือเปลี่ยนเป็น Sport ชั่วคราว

หรือ ใช้ Snow Mode บนถนนแห้ง จะทำให้รถอืดสุดๆ รถจะออกตัวช้ามากเหมือนไม่มีแรง เพราะมันถูกสั่งให้ลดกำลังเพื่อกันลื่น การขับแบบนี้นานๆ ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและไม่ได้ใช้สมรรถนะรถเต็มที่ รวมถึง ใช้ Sport Mode ตอนรถติดหนักๆ จะทำให้เวียนหัวและเปลืองน้ำมัน รถจะกระชากทุกครั้งที่คุณแตะคันเร่ง ทำให้คนนั่งเมารถได้ง่าย รอบเครื่องที่สูงตลอดเวลาจะเผาผลาญน้ำมันโดยใช่เหตุ และเครื่องยนต์ร้อนเร็วกว่าปกติ

และถ้าเลือกโหมดผิดในกลุ่ม Off-Road นี้มีผลค่อนข้างเยอะ เช่น ใช้โหมด SAND บนถนนปูน อันตรายมาก รถจะพุ่งกระชาก ควบคุมยาก หรือ ใช้โหมด WET ในบ่อโคลน รับรองว่ารถติดหล่มแน่นอน เพราะเมื่อล้อเริ่มหมุนฟรีเพื่อตะกุยโคลน ระบบจะนึกว่ารถลื่นแล้วตัดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้รถหมดแรงส่งและจมลงในที่สุด และ ใช้โหมด MUD บนทราย อาจจะพอถูไถไปได้ แต่ถ้าทรายร่วนมากๆ รถอาจจะขุดทรายจนจมเพราะล้อหมุนฟรีไม่เร็วพอเท่าโหมด Sand

โหมดการขับขี่ 2

สุดท้ายนี้ถ้าจำไม่ได้ว่าต้องใช้โหมดไหน ให้ดูที่พื้นถนนเป็นหลัก แล้วหมุนปุ่มไปตามรูปภาพเลย วิศวกรเขาคิดมาให้แล้ว หรือถ้าเอาง่ายที่สุด ก็สามารถปรับเป็นโหมด Adaptive เพื่อให้รถคำนวณและคิดให้จากสภาพพื้นผิวถนน รับรองรอดแน่!


 

เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ