จากเหตุการณ์แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไหม้หลายๆเคสในไทย ยังถือเป็นข้อกังวลที่ทำให้คนไทยบางส่วนชะลอการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ แม้จะมีข้อดีในเรื่องประหยัด เทคโนโลยีทันสมัยฯ ก็ตาม บทความนี้สรุปใจความสำคัญและเข้าใจง่าย สำหรับนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาจริงๆ
รับมือยังไงเมื่อไฟไหม้แบตเตอรี่ EV คนใช้รถห้ามเลื่อนผ่าน
หัวใจสำคัญที่สุดของการดับไฟแบตเตอรี่ EV คือ "ห้ามใช้วิธีเดียวกับรถยนต์น้ำมันเด็ดขาด" เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิดการไหม้จากปฏิกิริยาเคมีภายใน (Thermal Runaway) ซึ่งสามารถติดไฟซ้ำได้แม้เปลวไฟจะดับไปแล้ว และในปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ สำหรับการกำกับดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร แตกต่างจากสหภาพยุโรป (EU) สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ โดยสรุปกฎหมายของทุกประเทศข้างต้นยึดหลักการสำคัญร่วมกัน คือ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือหลักการให้ผู้ผลิตรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และมีองค์กรกำกับดูแลในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดอยู่

เพลิงไหม้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทำยังไงดี?
- เมื่อเพลิงไหม้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ให้คุณหนีห่างทันที และหากได้ยินเสียงระเบิดถี่ๆ มีควันพวยพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถ หรือควันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม/พุ่งแรง ให้รีบดับเครื่อง (ถ้าทำได้) และนำผู้โดยสารออกห่างจากตัวรถอย่างน้อย 30 เมตรทันที ให้ระวังแก๊สพิษจากควันจากแบตเตอรี่ EV เนื่องจากมีสารเคมีอันตรายสูงมาก เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ห้ามสูดดมเด็ดขาด
- แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือกู้ภัยทันที และระบุว่า เป็น "รถยนต์ไฟฟ้า" โทรแจ้ง 199 (ดับเพลิง) หรือ 1669 (กู้ชีพ) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น หน้ากากออกซิเจน ชุดผจญเพลิง และน้ำปริมาณมากมาสกัด

วิธีการดับไฟที่ถูกต้อง สำหรับเจ้าหน้าที่
- น้ำ เป็นสารดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพและหาง่ายที่สุดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้ดับเพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากและเวลาที่ค่อนข้างนาน ฉีดน้ำไปที่แบตเตอรี่ในการช่วยลดอุณหภูมิ (Cooling) อย่างต่อเนื่องจนกว่าเพลิงจะสงบลง โดยการลดอุณภูมิชั้นความร้อนให้ต่ำลง และควบคุมก๊าซที่ลุกไหม้และทำให้เปลวไฟหมดไป ซึ่งจะต้องฉีดน้ำไปถึงที่แบตเตอรี่ให้ได้ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญอาจจะใช้กล้องจับความร้อน (Thermal Imagine Camera) ดูว่าอุณหภูมิลดลงไปถึงจุดที่ปลอดภัย
- ถังดับเพลิงชนิดโฟม การฉีดโฟม เพื่อปกคลุมเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ให้ขาดออกซิเจนจะสามารถ ช่วยควบคุม ความร้อน และ เพลิงไหม้จากแบตเตอรี่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยจำเป็นต้องใช้น้ำ ดับเพลิงร่วมด้วย เพื่อไม่ให้้เกิดไฟลุกลามขึ้นซ้ำอีก ถังดับเพลิงชนิดโฟมสามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท A และ B จึงเหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง และสารระเหยติดไฟ และปั๊มน้ำมัน ข้อควรระวังของถังดับเพลิงชนิดโฟม คือ ไม่สามารถใช้กับเพลิงไหม้ประเภท C ได้ เพราะถังดับเพลิงชนิดโฟมสามารถนำไฟฟ้าได้
- ถังดับเพลิงชนิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถช่วยดับเพลิงไหม้ในส่วนอื่น ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าได้ ซึ่งเหมาะกับการดับเพลิง จากส่วนของอุปกรณ์ภายใน หรือ ประกายไฟภายนอกรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า ด้วยสารที่มีลักษณะเป็นไอเย็นจัด ซึ่งจะช่วยลดความร้อนของเพลิงไหม้ เพื่อป้องกันการลุกลามไปสู่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ในเบื้องต้น และต้องใช้น้ำตามในการดับไฟเท่านั้นถึงจะทำให้ไฟดับสนิทได้

การเกิดเพลิงไหม้จากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กรณีที่เกิดจากแบตเตอรี่จะใช้สารเคมี หรือ CO2 เพื่อควบคุมเพลิงได้ในเบื้องต้น และ "ต้องใช้น้ำตามในการดับไฟเท่านั้น" ถึงจะทำให้ไฟดับสนิทได้ ซึ่งจะใช้เวลาในการดับสนิท 100% ค่อนข้างนาน
ทั้งนี้ ในอนาคต อาจมีผลิตภัณฑ์ จากงานวิจัยหรือผลงานวิจัยที่ได้รับการรับรอง ผ่านการทดลองและการทดสอบที่ได้มาตรฐานสำหรับดับเพลิงไหม้ที่เกิดจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะมาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมที่หน่วยงาน ผู้ขับขี่ หรือประชาชนทั่วไป จะสามารถเข้าถึงได้และแพร่หลายต่อไป
ข้อสรุป ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือประชาชนทั่วไป หากเกิดไฟไหม้แบตเตอรี่รถ EV สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดคือ "หนีให้ไกล โทรแจ้ง 199 และบอกว่าเป็นรถไฟฟ้า" เพราะการดับไฟชนิดนี้ต้องอาศัยชุดป้องกันแก๊สพิษและปริมาณน้ำมหาศาลในการหล่อเย็น หากไม่มีอุปกรณ์ดับเพลิงใด ๆ ควรถอยออกจากรถยนต์ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการระเบิดของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
ที่มา สถาบันยานยนต์
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
- กฎหมายป้ายแดงใหม่ รู้ไว้ไม่เสียหาย อัปเดตล่าสุด!!
- เช็กอัตราโทษเมาแล้วขับ 2569 ปรับหลักแสน ติดคุกจริงไม่มีรอลงอาญา
- หยุด! ขับรถย้อนศร หยุดวงจรความเดือดร้อนของสังคม
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น