[First impression] สัมผัสแรก Toyota Japan TAXI พลัง Hybrid-LPG ว่าที่แท็กซี่ประจำชาติรุ่นใหม่แดนปลาดิบ Share this

[First impression] สัมผัสแรก Toyota Japan TAXI พลัง Hybrid-LPG ว่าที่แท็กซี่ประจำชาติรุ่นใหม่แดนปลาดิบ

Coke Autospinn
โพสต์เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2560

[First impression] สัมผัสแรก Toyota Japan TAXI พลัง Hybrid-LPG ว่าที่แท็กซี่ประจำชาติรุ่นใหม่แดนปลาดิบ

First Impression Toyota Japan TAXI in Tokyo

สัมผัสแรก โตโยต้า (Toyota) Japan TAXI ว่าที่แท็กซี่ประจำชาติรุ่นใหม่ กับขุมพลัง Hybrid-LPG สุดประหยัด พร้อมดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ต้อนรับ Tokyo Olympic 2020

ทดลองนั่งครั้งแรกสำหรับว่าที่รถยนต์รุ่นต่อไปที่กำลังจะมาแทนที่ Toyota Crown Comfort รถยนต์รุ่นพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเป็นรถ Taxi ประจำญี่ปุ่นที่ใช้งานมายาวนานกว่า 22 ปี แล้ว

โดยครั้งนี้มีการปรับรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมดด้วยเอกลักษณ์และเส้นสายรถยนต์ที่ชัดเจน สำหรับ Toyota Japan Taxi พัฒนาขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนชรา ผู้ที่ใช้รถเข็น และชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่น

โตโยต้าตั้งใจจะปรับโฉมภูมิทัศน์ของญี่ปุ่น พัฒนาเมืองต่างๆ ให้เป็นเมืองที่ไร้พรมแดน เปลี่ยนญี่ปุ่นให้เป็นประเทศที่อ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยวพร้อมการส่งเสริมการใช้งานรถ JPN Taxi อย่างแพร่หลาย

รถรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาให้เป็นรถที่ตอบรับความต้องการของทุกคนด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มในสังคม มอบความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยการพัฒนาและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่มือจับภายในรถจนกระทั่งโครงสร้างทั้งหมดของตัวรถ

ด้วยการออกแบบพื้นรถให้เตี้ยและราบทำให้ลูกค้าสามารถเข้าและออกจากตัวรถแท็กซี่ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีประตูบานเลื่อนไฟฟ้าด้านหลังที่เปิดกว้าง (เฉพาะประตูด้านซ้าย) และพื้นที่ห้องโดยสารโอ่โถงมากพอที่จะรับผู้ที่ใช้รถเข็นให้ขึ้นมานั่งบนรถได้ด้วย

อกลักษณ์รูปลักษณ์ภายนอกแสดงถึงความเป็นรถแท็กซี่อย่างชัดเจน

การดีไซน์เน้นการใช้งานที่ครอบคลุมและใช้งานได้เป็นระยะเวลานาน เห็นแล้วไม่เบื่อ หากมองจากด้านข้างจะพบว่ารถยนต์มีความโอ่โถง ประตูสไลด์ข้างแบบไฟฟ้า สามารถ ขึ้น-ลง ได้ง่าย

จุดเด่นของรุ่นคือการออกแบบหน้าต่างบริเวณผู้โดยสารแถว 2 ที่เน้นความกว้างของบานกระจกทำให้ทัศนะวิศัยการมองเห็นจากรถยนต์สามารถมองเห็นได้กว้างกว่ารถยนต์ปรกติ เหมาะแก่การชมวิวทิวทัศน์เมื่อนั่งโดยสารด้านหลัง

ดีไซน์ภายในยอดเยี่ยม เน้นเบาะนั่งตอนหลัง เบาะรองนั่งยาวนั่งสะดวกสบาย

ด้วยการดีไซน์เพื่อใช้งานเป็นรถยนต์สาธารณะและนั่งโดยสารโดยเฉพาะ ทำให้การออกแบบเบาะนั่งตอนหลังมีความสะดวกสบายมาก เบาะรองนั่งมีความยาวพิเศษสามารถรับต้นขาได้เกือบทั้งหมด

พื้นที่เฮดรูม และพื้นที่ระหว่างขาค่อนข้างยาวระหว่างนั่งสามารถยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างได้แบบสบายๆ พื้นที่วางราบเป็นระดับเดียวกัน พร้อมทั้งเบาะนั่งสามารถพับได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งประตูหลังบริเวณฝั่งซ้ายมีการดีไซน์แบบประตูสไลด์ไฟฟ้า

เพื่อรับรองผู้โดยสารที่เป็นคนชรา ผู้นั่งรถวีลแชร์ หรือผู้โดยสารต่างชาติที่มีรูปล่างใหญ่ ทำให้ขึ้นสู่ห้องโดยสารได้อย่างง่ายได้ และสะดวกสบาย ด้านการออกแบบคอนโซลเน้นความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน เรือนไมล์วัดแบบดิจิตอล พร้อมกราฟฟิกแสดงระบบทำงานตามแบบฉบับรถไฮบริด ที่มีทั้งระยะชาร์จ ระยะใช้ไฟฟ้า และระยะ Power

บริเวณคอนโซลกลางมาพร้อมจอแสดง GPS ถัดลงมาคือจอแสดงมิเตอร์แท็กซี่ ในส่วนด้านล่างมาพร้อมคันเกียร์และปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ในรถยนต์ที่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดทั้งระบบเปิด-ปิดไฟในห้องโดยสาร ปุ่มเปิด-ปิด ระบบ EV ระบบเรดาห์ และปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง และด้านล่างสุดเป็นถาดออกแบบไว้ติดตั้งเครื่องปริ้นท์ใบเสร็จค่าบริการแท็กซี่

ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถจุได้ 401 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA Standard) ทำให้รถคันนี้มีพื้นที่มาพอที่จะวางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ในแนวนอนได้ 2 ใบ7 และถุงกอล์ฟได้ 7 ใบ7 โดยต้องเว้นพื้นที่ด้านหลัง 560 มิลลิเมตร สำหรับเปิดและปิดประตูท้าย (พื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ)

จุดเด่นอีกประการของรุ่นคือการเลือกใช้เครื่องยนต์ ระบบไฮบริดแบบ THS II*2  พร้อมเกียร์ทดกำลัง (เครื่องยนต์ 1NZ-FXP ขนาด 1.5 ลิตร) โดยใช้ขุมพลัง LPG เป็นเชื้อเพลิง พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

จากการทดสอบโดยสารเบาะตอนหลัง เบาะนั่งตอนหลังออกแบบมาค่อนข้างตอบโจทย์การโดยสารเป็นอย่างดี ทั้งระยะเบาะรองนั่งที่ยาว รองรับต้นขาได้เกือบทั้งหมด พื้นที่เฮดรูมที่สูงรู้สึกโปร่งโล่งสบาย

ช่วงล่างยังคงมีเอกลักษณ์ความเป็น Toyota คือเน้นความนุ่มนวลสบาย แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างของประเทศญี่ปุ่นที่มีการควบคุมความเร็ว รวมไปถึงผู้ขับขี่ที่มีระเบียบวินัยทางการจราจรสูงทำให้ รับรู้ถึงฟิลการโดยสารได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยรวมถือเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจไม่น้อย และน่าจะตอบโจทย์กับบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นขุมพลัง LPG-Hybrid ที่บ้านเราก็มีปั้มเติมก๊าสให้บริการอยู่มากมายทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งทาง Toyota ก็เปิดขายอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย

ที่เหลือก็คงจะเป็นในส่วนของราคาที่นับว่าค่อนข้างสูงทีเดียว (ราคาในญี่ปุ่นรวมๆ ราวๆ 1 ล้านบาท) ซึ่งทางญี่ปุุ่นจะเริ่มนำ Japan Taxi ทยอยเข้าสู่ระบบแท็กซี่ทดแทน Crown Comfort แล้วพร้อมกับเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วง Tokyo Olympic 2020 นี้ เพื่อภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศ

ขอขอบคุณบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สำหรับทริป Tokyo Motor Show 2017 ในครั้งนี้ พร้อมประสบการณ์การโดยสาร Japan Taxi กลุ่มแรกของโลก ด้วยครับ

ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่

ค้นหารถยนนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่


ความคิดเห็น