[MotoGP] สัมภาษณ์สุดพิเศษกับนักแข่ง MotoGP "สก็อต เรดดิ้ง" และ "อเล็กซ์ เอสปากาโร่" สังกัดทีม Aprilia Share this

[MotoGP] สัมภาษณ์สุดพิเศษกับนักแข่ง MotoGP "สก็อต เรดดิ้ง" และ "อเล็กซ์ เอสปากาโร่" สังกัดทีม Aprilia

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 25 ตุลาคม 2561

ครั้งหนึ่งในประเทศไทยที่ได้มีการแข่งขัน MotoGP รายการแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และในครั้งนี้เราก็ได้มีโอกาสเข้าไปเยือนถึงพิทของทีม Aprilia RS-GP และยังได้สัมภาษณ์กับนักแข่งตัวเป็นๆ อีกด้วย


 

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ครั้งแรกในประเทศไทยนี้ นับเป็นการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์รายการใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีมาในประเทศไทยแล้วจริงๆ ซึ่งเราก็ได้เห็นรถแข่งรถระดับโลก ราคาค่าตัวเหยียบร้อยล้านกันแบบตัวเป็นๆ และครั้งนี้ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยือนถึงในพิทของทีมเกรสซินี่ ซึ่งได้เลือกใช้รถแข่ง Aprilia RS-GP สำหรับใช้ลุยศึกการแข่งขันในครั้งนี้ และยังได้สัมภาษณ์กับนักแข่งตัวเป็นๆ อย่าง "อเล็กซ์ เอสปากาโร่ #41" นักบิดชาวสเปน ผู้เป็นน้องของ "พอล เอสปากาโร่" นักบิดร่วมรายการ MotoGP เช่นเดียวกัน และ "สก็อต เรดดิ้ง #45" นักบิดแดนผู้ดี ที่ขึ้นชื่อเรื่องดีกรีเรื่องความทะเล้นไม่เป็นรองใคร และในตอนนี้แม้ว่า MotoGP จะแข่งจบไปแล้ว เขายังเที่ยวเมืองไทยต่อด้วย อ่านข่าว สก็อต เรดดิ้ง เจอคนไทยขี่มอไซบนฟุตบาธ

 

 

ทางทีมงานได้มีโอกาสสัมภาษณ์ สก็อต เรดดิ้ง นักบิดในช่วงหลังการซ้อมในวันแรก โดยทางเรดดิ้งได้เผยว่า “ปัญหาที่เราพบในการซ้อมคือ ทำอย่างไรให้สามารถรักษาหน้ายางไว้ได้นานที่สุด และต้องไปได้เร็วที่สุด ซึ่งนั่นมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากจากเขาและเอสปากาโร่มักจะใช้ความเร็วสูง ใส่เต็มตลอด จึงอาจทำให้รักษายางได้ไม่ดี และเนื่องด้วยเราเปิดคันเร่งอย่างหนักตลอด ทำให้ยางนั้นหมดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะใช้ได้จนถึงรอบสุดท้าย แต่ตัวยางก็เริ่มหมดสภาพการยึดเกาะไปเยอะแล้ว ในส่วนของเฟรมของรถซึ่งทางเราได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งทางเอสปากาโร่ได้ทดสอบในสนามที่แล้ว พบว่าตัวเฟรมเนี้ยพัฒนาขึ้นมาได้ดีขึ้น ทำให้การขับขี่ทำได้ดีขึ้น

ในส่วนของยางที่พัฒนาขึ้นมาใหม่สำหรับสนามนี้พบว่าเนื้อยางให้ความรู้สึกเหมือนขับขี่ในสนาม Red bull ring ในออสเตรีย การยึดเกาะจัดว่าทำได้ดี ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด สำหรับปัญหาในการสไลด์ในสนามแข่งที่เราเห็นในการแข่งขันนั้นไม่ได้เกิดจากยาง Hard หรือยาง Soft แต่เกิดจากความร้อนที่ทำให้ยางนั้นไม่สามารถยึดเกาะได้อย่างที่จะเป็นจนส่งผลให้เกิดการสไลด์ได้
สำหรับสนามช้างฯ เป็นสนามที่ขับขี่ได้ไม่ยากมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออุณหภูมิของสนามที่ค่อนข้างร้อน ทำให้ตัวรถนั้นมีความร้อนสูง รวมไปถึงผู้ขับขี่ที่ต้องประสบกับสภาวะอากาศที่ร้อน ทำให้ทางทีมต้องควบคุมเรื่องความร้อนให้ดี ทั้งเรื่องตัวรถและตัวผู้ขับขี่"
 

 

ด้าน "อเล็กซ์ เอสปากาโร่" นักบิดชาวสเปน ได้เปิดเผยว่า “สำหรับในสนามนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเซ็ตติ้งต่างๆ ของตัวรถให้เหมาะสมกับทั้งตัวสนาม และให้เหมาะกับยางที่ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่สำหรับในสนามนี้ เมื่อเทียบกับช่วง Winter test ที่ผ่านมา ที่ทางเราได้มีโอกาสเข้ามาทดสอบรถที่สนามช้างฯ เป็นครั้งแรก จนถึงปัจจุบันเราได้ปรับปรุงหลายๆ จุดของตัวรถให้เหมาะสมกับตัวสนามขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้ดีขึ้นกว่าช่วง Winter test ทั้งนี้ในการแข่งขัน MotoGP  สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือเครื่องยนต์ของเจ้า RS-GP คันนี้ซิ่งมันแรงยังกับขี่จรวดเลยทีเดียว” เรดดิ้งกล่าวทิ้งท้ายแบบติดตลก

 

 

หลังจากการสัมภาษณ์อันสุดพิเศษแล้ว เราก็มีโอกาสได้เข้าไปชมการทำงานภายในพิทของทีม Aprilia ซึ่งบอกเลยว่าน้อยคนนักที่จะได้เห็นการทำงานข้างในพิทของทีมแข่งรายการระดับโลก ซึ่งในช่วงที่เราได้รับโอกาสเดินเข้าไปนั้นเป็นช่วงที่กำลังซ่อมรถของเรดดิ้ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในช่วงของการซ้อมพอดี ทำให้ทางทีมช่างต้องรื้อรถเพื่อซ่อมแซม จึงไม่สามารถถ่ายภาพมาได้

แต่จากสิ่งที่เห็นคือ การทำงานของทีมช่างในคลาส MotoGP นั้นเป็นระเบียบและเป็นมืออาชีพมากๆ ช่างแต่ละคนจะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหลักๆ จะแบ่งเป็น ช่างเครื่อง, ช่วงล่าง, ยาง, ระบบเบรค, ระบบกล่องควบคุม และหัวหน้าช่างซึ่งจะดูภาพรวมอีกทีนึง

นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได้ลองจับ “แฟริ่ง” ของรถแข่งคลาส GP แบบของจริงๆ ซึ่งแฟริ่งทั้งหมดจะทำมาจากคาร์บอน ซึ่งมีน้ำหนักเบามากๆ เหมือนแทบจะไม่ได้ถืออะไร ซึ่งด้วยความเบาของชิ้นส่วนหลายๆ อย่างในตัวรถแข่งคลาส GP นี่เอง ทำให้สามารถรีดน้ำหนักตัวเหลือเพียง 157 กิโลกรัมเท่านั้น แต่สามารถสร้างแรงม้าได้ถึง 240 ตัว !!!

สำหรับประวัติคร่าวๆ ของนักแข่งทีม Aprilia ทั้ง 2 คนนั้นเริ่มจาก “สก็อต เรดดิ้ง”

 

 

“สก็อต เรดดิ้ง” นักแข่งทีมเกรซสสินี่ อาพริเลีย เรซซิ่ง หมายเลข 45 เป็นนักแข่งชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 1993 ในเมืองเควทส์ลี่ ประเทศอังกฤษ เป็นนักแข่งอายุน้อยที่สุดที่ได้ชนะรางวัลการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยประสบการณ์ 2 ปี จากการแข่งขันรุ่น 125 ซีซี และ 4 ฤดูกาลในการแข่งขัน Moto2 โดยในปี 2013 ถือเป็นปีที่ดีที่สุด ส่งผลให้ปี 2014 สก็อตได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ได้เข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP จนถึงปัจจุบัน

ผลงาน

- Grand Prix Debut 2008 (125 cc)
- First Pole Position 2013
- Total Pole Position 3
- First Grand Prix Win 2008
- Total Grand Prix Wins 4
- First Grand Prix Podium 2008
- Total Grand Prix Podium 15

 

ด้านนักแข่งอีกคน ผู้มีประสบการณ์ขับขี่ในรายการระดับโลกอย่างโชกโชนอย่าง “อเล็กซ์ เอสปากาโร่” หมายเลข 41 นักบิดชาวสเปน สังกัดทีมเกรซสินี่ อาพริเลียเช่นกัน

 

 

เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1989 ในเมืองกราโนลเลอรส์ ประเทศสเปน เป็นแชมป์รุ่น 125 ซีซี ในปี 2004 และหลังจากการเข้าร่วมการแข่งขันหลายรายการระดับ 125 ซีซี และ 250 ซีซี อเล็กซ์เริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในปี 2012 โดยการเป็นนักแข่งที่ดีที่สุด ในการขับขี่กับทีม CRT (ทีม CRT พัฒนาโดยทีมอาพริเลีย เรซซิ่ง) โดยในการแข่งขันรุ่นพรีเมียร์คลาส ผลการแข่งขันของอเล็กซ์นั้นสามารถคว้าโพล โพสิชั่นได้ถึง 2 ครั้ง

ผลงาน

- ปี 2009 คว้าอันดับ 18 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2010 คว้าอันดับ 14 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2011 คว้าอันดับ 12 ในการแข่งขัน Moto2
- ปี 2012 คว้าอันดับ 12 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2013 คว้าอันดับ 11 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2014 คว้าอันดับ 7 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2015 คว้าอันดับ 11 ในการแข่งขัน MotoGP
- ปี 2016 คว้าอันดับ 11 ในการแข่งขัน MotoGP

 

สำหรับการแข่งขัน MotoGP ในประเทศไทย ที่สนามช้าง อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา อเล็กซ์ เอสปากาโร่ สามารถคว้าอันดับที่ 16 ของการแข่งขัน และสก็อต เรดดิ้ง คว้าอันดับที่ 21

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ