[Test Ride] รีวิว Honda CBR250RR รถสปอร์ตเรพลิกาตัวจริง ออปชั่นล้นคัน งานดีสมราคา Made in Japan Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว Honda CBR250RR รถสปอร์ตเรพลิกาตัวจริง ออปชั่นล้นคัน งานดีสมราคา Made in Japan

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 30 เมษายน 2562

ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 2-3 ปีที่แล้ว ที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเผยโฉมหน้าของรถจักรยานยนต์สายพันธ์ุสปอร์ตเรพลิกา DNA รถแข่งพันธุ์แท้ของ Honda ซึ่งหลากหลายเสียงต่างคิดเป็นแบบเดียวกันว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ Honda จะเปิดรุ่น Honda CBR250RR รุ่นใหม่ภายในเร็ววัน และถัดมาเพียงไม่กี่ปี ทาง Honda ก็จัดเอา CBR250RR วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น, เวียดนาม และอินโดนีเซียก่อน และใช้ในการแข่งขัน ARRC ด้วย ก่อนที่จะเริ่มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา


 

กระแสการตอบรับของ Honda CBR250RR ในบ้านเรานั้น ต้องยอมรับว่ามีกระแสค่อนข้างดี เนื่องด้วยขนาดของเครื่องยนต์ของรถที่ไม่มากจนเกินไป มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียง 250 ซีซี ในรหัส RR ซึ่งมีการเซ็ตติ้งให้รถมีความพร้อมสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งจริงๆ ด้วยทุกสัดส่วนของตัวรถที่ทำมาเพื่อรองรับการซิ่งในสนามโดยเฉพาะ

ทว่า ด้วยออปชั่นอันแสนล้นเหลือถูกใจสาวกปีกนกนั้น ย่อมมากับราคาค่าตัวที่เรียกว่า "สมน้ำสมเนื้อ" เพราะถ้าหากได้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ในราคาที่ใกล้เคียงกันนั้น อาจจะได้แค่เครื่องกับเฟรมก็เป็นได้...

 

 

Honda CBR250RR ในรุ่นปี 2019 ปีปัจจุบันนี้ มีฐานการผลิตอยู่ 2 ที่หลักๆ ในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในทวีปเอเชียของเราทั้งคู่ นั้นคือรุ่นผลิตจากประเทศญี่ปุ่น Made in Japan บ้านเกิดของค่ายปีกนก และอีกที่จากประเทศอินโดนีเซีย Made in Indonesia ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์สูงมากติดอันดับโลก ส่วนรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยบ้านเรานั้น นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น Made in Japan แดนปลาดิบ

 

 

การออกแบบ

ก่อนที่จะไปพบกับบททดสอบการขับขี่นั้น เรามาเริ่มดูตัวรถรอบคันกันก่อนเลย เริ่มจากด้านหน้ากันก่อนซึ่งถ้าเราจำกันได้ รถในตระกูล CBR Series รุ่นปัจจุบันที่วางจำหน่ายอยู่ ไม่ว่าจะเป็น CBR150R CBR500R CBR650R และ CBR1000RR จะใช้การออกแบบที่เรียกได้ว่า "ใกล้เคียงกัน" ชนิดที่ว่าเป็นแฝดที่เกิดตามกันมาเลยทีเดียว ด้วยไฟหน้าคู่แบบ LED ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถในตระกูล CBR รุ่นปัจจุบัน

ทว่าใน Honda CBR250RR นั้นแตกต่างไปจากเพื่อน แม้ว่าใช้ดีไซน์ไฟหน้าคู่แบบ LED เช่นกัน แต่มีการเล่นในส่วนของคิ้วไฟ LED ด้วยไฟแบบ Day time running light หรือ DRL ที่เราเรียกกัน ทำให้เราดูมีคิ้วที่โด่ง มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่าพี่น้องร่วมตระกูลเดียวกัน

 

 

โช๊คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 37 มม. จาก Showa ด้วยกระบอกโช๊คสีทองสดใส ทางด้านระบบเบรค ใช้ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 2 พอต มาพร้อมกับระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก และในส่วนของวงล้อ ใช้เป็นล้อแม็กอลูมิเนียม 7 ก้านสไตล์สปอร์ต ใช้เทคนิคหล่อขึ้นรูปด้วยระบบ GDC (Gravity Die Casting) น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง และในส่วนของยางหน้า ได้ยาง Dunlop รุ่น Sportmax สเป็ก Made in Japan ขนาด 110/70 R17

 

 

มุมมองจากผู้ขับขี่

เมื่อมองจากมุมผู้ขับขี่ จะเห็นว่าตัวรถมีการทำแฟริ่งออกมาโอบได้ค่อนข้างกว้างมาก ทำให้ตัวรถดูใหญ่ขึ้น แต่เมื่อลองนั่งคร่อมในท่าขับขี่ พบว่าแฮนด์จับใต้แผงคอนั้นทำให้ท่าทางการขับขี่ของรถนั้นหมอบมากๆ ประกอบกับตัวรถมีความกระชับเป็นอย่างมากโดยเฉพาะตัวถังน้ำมันทรงสูง ที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม โอบรับกับสรีระของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

 

 

หน้าจอเรือนไมล์ของ Honda CBR250RR เป็นหน้าจอดิจิตอลสีน้ำเงินตัดกับตัวอักษร ซึ่งบอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

- มาตรวัดความเร็ว
- มาตรวัดรอบเครื่องยนต์
- ไฟเตือนรอบเปลี่ยนเกียร์ Shift Lighter
- ไฟบอกตำแหน่งเกียร์
- ไฟบอกโหมดการขับขี่
- Lap Timer

นอกจากนี้ก็ยังมีมาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ พร้อมระบบ ODO Meter แสดงระยะการเดินทางได้อย่างแม่นยำทั้งทริป A และ B สนุกยิ่งขึ้นกับ Lap Timer โหมดจับเวลาในแต่ละรอบการขับขี่แข่งขัน

รวมถึงมีโหมดการขับขี่ที่เลือกเองได้ 3 ระดับ เริ่มจากโหมด COMFORT (คอมฟอร์ท) สำหรับการขับขี่สบายๆเพลิดเพลินในเมือง โหมด SPORT (สปอร์ต) เมื่อต้องการเพิ่มความสนุก เร้าใจในทุกเส้นทาง และโหมด SPORT+ (สปอร์ตพลัส) เพื่อการขับขี่ที่ดุดันสะใจสไตล์สนามแข่ง ควบคุมง่ายๆ ผ่านประกับแฮนด์ด้านซ้าย

 

 

ในส่วนของแฮนควบคุมรถนั้น จัดมาให้เป็นแฮนด์แบบจับใต้แผงคอเลยทีเดียว เรียกได้ว่าได้ท่านั่งแบบหมอบสุดๆ สะใจชาวสปอร์ตเลยทีเดียว ส่วนคันเร่งรุ่นนี้ก็จัดมาให้เป็นแบบคันเร่งไฟฟ้าซึ่งให้การตอบสนองที่รวดเร็วกว่าคันเร่งแบบสายที่มีระยะหน่วงคันเร่งเล็กน้อยด้วย

และถ้าหากสังเกตุดีๆ ตรงช่องระบายลมทางด้านซ้ายและขวาใต้แฮนด์นั้น จะมีท่อแรมแอร์ 2 ท่อ ฝั่งละ 1 ท่อซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งช่องแรมแอร์นี้จะรับอากาศจากด้านหน้าของรถ ตรงข้างโช๊คทั้ง 2 ข้าง เพื่อส่งอากาศเข้าไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

ช่อง Air Duct ที่แฟริ่งข้าง ช่วยเสริมการระบายความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ

 

 

ถังน้ำมันทรงกว้าง ความจุ 14.5 ลิตร ซึ่งออกแบบให้มีความกว้างมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ที่มีขนาดเดียวกันในท้องตลาด ซึ่งมีความกว้างในระดับเดียวกับรถ BigbBike เลยทีเดียว ซึ่งนั้นทำให้การควบคุมรถนั้นค่อนข้างง่าย

 

 

เบาะนั่งแบบ 2 ตอน โดยเบาะคนขับมีความสูงจากพื้นเพียง 790 มม. เท่านั้น อีกทั้งด้านใต้เบาะคนซ้อนยังเป็นช่องลมสำหรับระบบอากาศพลศาสตร์ด้วย

 

 

ด้านท้าย ใช้ไฟท้าย LED คู่ ดีไซน์เฉพาะ Honda CBR250RR

 

 

ท่อไอเสียคู่สไตล์สปอร์ต พร้อมสวิงอาร์มอลูมิเนียม แบบเดียวกับ CBR650R ส่วนระบบเบรคเป็นดิสเบรคเดี่ยวขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 พอตสีบรอนซ์ทองจาก Nissin และล้อแม็กแบบเดียวกับล้อหน้า รัดยาง Dunlop Sportmax Made in Japan ขนาด 140/70 R17

 

 

โช๊คอัพหลังเดี่ยวแบบ Prolink ปรับระดับพรีโหลดได้ 5 ระดับ

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

เครื่องยนต์

ขุมพลังความแรงถอดแบบรถแข่ง RC213V ด้วยเครื่องยนต์พิกัด 250cc DOHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ออกแบบจัดวางระบบภายในให้ตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ทำงานได้ทรงประสิทธิภาพสูงสุด เสื้อสูบอะลูมิเนียม น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี ลูกสูบเคลือบโมลิบดีนัม ลดแรงเสียดทาน วางตำแหน่งปั๊มน้ำต่อตรงกับเพลาลูกเบี้ยวถอดแบบจากรถแข่ง RC213V ช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ปั๊มน้ำมันเครื่องอยู่ติดกับตัวเครื่องยนต์พร้อมกับใช้กรองน้ำมันเครื่อง 2 ตัวแบบรถบิ๊กไบค์ ให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นสูงสุด

ประเภท 2 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 249.7 ซีซี
พละกำลังสูงสุด 38 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 23 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบ/นาที
เกียร์ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน โซ่
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 40.1 กม./ลิตร (ที่ความเร็วเฉลี่ย 60 กม./ชม. ตามการทดสอบของญี่ปุ่น)

 

 

ตัวรถ

โครงสร้างเฟรมถัก Truss Frame ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE (Computer Aided Engineering) ให้สมดุลน้ำหนักบาลานซ์ได้ดี สวิงอาร์มอะลูมิเนียมใช้เทคนิคการหล่อขึ้นรูปแบบ GDC (Gravity Die Casting) แข็งแรง น้ำหนักเบา 

เฟรม เฟรมถัก พร้อมสวิงอาร์มอลูมิเนียม
โช๊คหน้า โช๊คอัพหัวกลับ จาก Showa
โช๊คหลัง โช๊คอัพสปริงเดี่ยว
เบรคหน้า ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 2 พอต
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 พอต
ยางหน้า 110/70 R17
ยางหลัง 140/70 R17

 

 

มิติรถ

ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,060 x 724 x 1,098
ความสูงเบาะ 790 มม.
ระยะฐานล้อ 1,389 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเครื่อง 145 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 167 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 14.5 ลิตร

 

การขับขี่

การทดสอบขับขี่ Honda CBR250RR ในครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้มาทดสอบกันที่สนามช้าง อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อันเป็นสนามแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ MotoGP ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งการทดสอบขับขี่ Honda CBR250 RR คันนี้ ซึ่งเป็นรถที่ออกแบบบนพื้นฐานของรถสปอร์ตเรพลิก้า นั่นก็คือการเป็นรถแข่งอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบที่ทำให้ทั้งท่านั่งการขับขี่ การควบคุมรถ รวมถึงเครื่องยนต์ที่เป็นแบบรถแข่งที่แท้จริง ท่านั่งที่หมอบสไตล์สปอร์ตแท้ๆ รวมถึงถังน้ำมันที่ออกแบบมาให้สามารถหนีบรถได้อย่างมั่นคง ทำให้ทุกการขับขี่ Honda CBR250RR คันนี้เต็มไปด้วยความมันส์สไตล์สปอร์ตที่แท้จริง

 

 

พละกำลังของเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 250 ซีซี ที่สามารถปั่นรอบจัดได้สูงถึง 14,000 รอบ/นาที โดยตัวชิพไลท์จะแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 12,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นรอบเครื่องที่รีดแรงม้าได้สูงสุดถึง 38 แรงม้าเลยทีเดียว โดยความเร็วที่ทำการทดสอบได้ในสนามช้างฯ อยู่ที่ 176 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่งในระยะทางเพียง 1 กม. เศษ เท่านั้น ความเจ๋งคือรอบเครื่องยนต์เหลือเฝือถึง 2,000 รอบ/นาที นั่นหมายความว่าสามารถรีดความเร็วได้มากกว่านี้อีก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีแตะๆ 200 กม./ชม. เลยล้ะ

 

 

ในเรื่องของความคล่องตัวบอกเลยว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของรถรุ่นนี้เลยทีเดียว ด้วยน้ำหนักของตัวรถรวมของเหลวเพียง 167 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการออกแบบตัวรถที่ทำถังน้ำมันออกมาค่อนข้างกว้าง ทำให้การควบคุมรถในโค้งนั้นทำได้ง่ายมากๆ สามารถคลิกโค้งไปมาได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับการทำงานของช่วงล่างที่ทำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถสปอร์ตอีกรุ่นหนึ่งที่ซื้อมาแล้วลงสนามแข่งได้เลย ก็ไม่ผิดคาดมากนัก

ในส่วนของเบาะนั่ง มีความสูงค่อนข้างต่ำเพียง 790 มม. ซึ่งข้อดีของมันก็คือหากนำไปใช้งานในเมืองนั้นก็ไม่ได้ควบคุมรถได้ยากมากนักในกรณีจอดติดไฟแดง โดยตัวผมเองมีความสูงอยู่ที่ 168 ซม. สามารถวางเท้าทั้ง 2 ข้างบนพื้นได้อย่างเต็มๆ ไม่มีการเขย่งเลยแม้แต่น้อย

 

 

โหมดขับขี่

ทางด้านโหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมด ไม่ว่าจะเป็นโหมด Comfort, Sport, Sport + จากการทดสอบของผมนั้นพบว่า ความเร็วปลายของรถนั้นยังคงมีเหมือนเดิม ทว่าแตกต่างกันตรงอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยโหมด Comfort นั้น ไม่ว่าเราจะเปิดคันเร่งจนสุดขนาดไหน รถก็จะค่อยๆ ปล่อยรอบเครื่องให้ค่อยๆ ขึ้นไปอย่างไม่รีบเร่งมากนัก

แต่ถ้าหากเปลี่ยนไปโหมด Sport เมื่อใด ความมันส์ของ Honda CBR250RR คันนี้ก็แผลงฤทธิ์ทันที โดยเจ้าโหมด Sport นี้จะเป็นโหมดเริ่มต้นสำหรับการออกตัวด้วย ซึ่งหากต้องการใช้โหมดอื่นต้องเปลี่ยนจากโหมด Sport ไปยังโหมดอื่นๆโดยจากการขับขี่ด้วยโหมด Sport นั้นพบว่าตัวรถให้อัตราเร่งที่ดีขึ้นกว่าโหมด Comfort อย่างชัดเจน

และที่สุดของความมันส์บน Honda CBR250RR คันนี้ ต้องโหมด Sport+ เท่านั้น โดยตัวรถนั้นจะปั่นรอบเครื่องยนต์จาก 1,500 รอบ ขึ้นไปทะลุ 10,000 รอบนั้นเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นเอง และสามารถสร้างอัตราเร่งที่รวดเร็วได้มากกว่าทุกโหมดขับขี่ทั้งหมด ทำให้โหมด Sport+ นี้ เป็นโหมดที่ถูกอกถูกใจสายเรซซิ่งอย่างแน่นอน

 

 

สรุป

Honda CBR250RR คันนี้ เป็นรถสปอร์ตเรพลิก้าพันธุ์แท้จากโรงงานที่น่าจับตามองมากๆ อีกรุ่นหนึ่ง ด้วยออปชั่นต่างๆ ที่อัดแน่นมาในรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโช๊คอัพหัวกลับ, คันเร่งไฟฟ้า, โหมดขับขี่, ช่องแรมแอร์ 2 ช่อง, สวิงอาร์มอลูมิเนียม, ระบบอากาศพลศาสตร์ชั้นเลิศ รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่แตกต่างจากพี่ๆ น้องๆ ในตระกูลรถ CBR Series ต้องลองตอบคำถามตัวเองล้ะครับว่า กับสิ่งที่ได้มา และชื่อชั้นงานประกอบสไตล์ Made in Japan ที่เนียนกริ้บไร้ที่ติ นำเข้าจากแดนปลาดิบคันนี้ กับราคาค่าตัวที่ 249,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อชมตัวจริงได้ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center (ศูนย์ฮอนด้ารถเล็ก) ได้เลยทั่วประเทศครับ

 

ขอขอบคุณ บริษัท เอ.พี ฮอนด้า สำหรับการทดสอบขับขี่
บททดสอบและขับขี่โดย กฤตนู วิเศษไชยศรี (Kritanu.v)

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ