กกท.จับมือเอกชน ดันโมโตจีพีไทยเป็นเบอร์หนึ่งของโลก! Share this

กกท.จับมือเอกชน ดันโมโตจีพีไทยเป็นเบอร์หนึ่งของโลก!

Piyawat Wongrattanakumphon
โดย Piyawat Wongrattanakumphon
โพสต์เมื่อ 12 August 2562

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิพัฒน์ รัชกิจประการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แถลงความร่วมมือครั้งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พร้อมระเบิดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ "SAT Presents Road to PTT Thailand Grand Prix 2019" ปลุกกระแสศึกโมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 โดยมีนักบิดดาวดังของไทยและศิลปินดารา รวมถึงแฟนความเร็วและกองทัพสื่อมวลชน ตบเท้าเข้าร่วมงานกว่า 600 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สเตเดี้ยมวัน จุฬาลงกรณ์ฯ


 

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ พีทีทีโออาร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ, บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์, กรมการขนส่งทางบก และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าความพร้อมของการจัดการแข่งขัน และรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมต่างๆ ของ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับแฟนๆที่ชื่นชอบความเร็วจากทั่วโลก

 

 

ภายในงานมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีและโมโตทู ซึ่งมีนักบิดไทยอย่าง “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” ลงแข่งขันในเวทีโลก ให้แฟนๆได้รับชมและร่วมเชียร์กันอย่างสนุกสนาน พร้อมด้วยบูธกิจกรรมจากทางฮอนด้าและยามาฮ่าให้แฟนๆได้ร่วมสนุก อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์เข่า (Knee slider) ของ Marc Márquez และ หมวกแก๊ป VR46 ที่มีลายเซ็นของพ่อหมอ Valentino Rossi รวมไปถึงบัตร Paddock Pass และ Pit Walk ในการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ที่นำมาแจกภายในงานอีกด้วย

 

 

 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า“การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพีในปีแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เต็มเปี่ยมของประเทศไทยในด้านมอเตอร์สปอร์ต กีฬาและการท่องเที่ยว เป็นการประกาศว่าไทยนั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 222,535 คน ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ชมทั้งหมด 19 สนามจากทั่วโลก ขณะเดียวกันจากผลสำรวจของกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีแรก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 3,053 ล้านบาท ทั้งในส่วนจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงตลอดช่วงระยะเวลา 3 วัน"

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีของประเทศไทยอย่างมาก และพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้การจัดการแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งในและนอกสนามแข่ง ซึ่งถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาชาวโลก สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อรักษาความเป็นกรังด์ปรีซ์อันดับหนึ่งของโลกให้อยู่กับประเทศไทยต่อไป”

 

ด้าน ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของภาครัฐว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทยพร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จนี้ กับการเป็นกรังด์ปรีซ์อันดับหนึ่งของโลก มีผู้ชมมากที่สุดในปฏิทินการแข่งขันโมโตจีพี โดยถูกยกย่องว่าเป็นสนามที่มีการขับเคี่ยวที่สนุกและเร้าใจมากที่สุดสนามหนึ่งที่ตัดสินแชมป์กันจนถึงโค้งสุดท้าย ซึ่งเป็นผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปยังผู้ชมที่ติดตามอยู่ทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดใน 207 ประเทศ มีผู้ชมกว่า 800 ล้านคน"

“ในโอกาสที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวและการจัดกิจกรรมไลฟ์ปาร์ตี้ "SAT Presents Road to PTT Thailand Grand Prix 2019" กิจกรรมปลุกกระแสโมโตจีพีครั้งสำคัญโดยเปิดให้แฟนความเร็วร่วมแสดงพลังและร่วมลุ้นนักแข่งที่ตัวเองชื่นชอบกับการแข่งขันโมโตจีพี สนามที่ 11 Red Bull Ring ประเทศออสเตรีย ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเยี่ยม ได้รับความสนใจจากแฟนโมโตจีพีและกองทัพสื่อมวลชนตบเท้าเข้าร่วมงานมากกว่า 600 คน โดยมีศิลปินดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังร่วมงานอาทิ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, แอนนี่ ปริศนา,ทัพนักบิดชื่อดังของไทย และเหล่านักบิดสาว Power Girls นำทัพโดย “ตาล” รัชฎา นาคเจริญศรี เหล่านี้เอง เป็นสัญญาณว่าโมโตจีพีในประเทศไทยครั้งนี้ต้องดีขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้นและได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน”

 

ขณะที่ สุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก กล่าวว่า “สำหรับการจัดงาน MotoGP 2019 ภายใต้ชื่อรายการ PTT Thailand Grand Prix 2019  ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ OR หนึ่งในบริษัท Flagship ของ ปตท. ได้สนับสนุนการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  และยังคงเตรียมกิจกรรมสำหรับแฟนๆ MotoGP แบบจัดเต็มเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น จุดแวะพักในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station บนเส้นทางหลักที่มุ่งสู่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ จะตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับบรรยากาศของ MotoGP เพื่อต้อนรับแฟน ๆ  MotoGP 2019 ที่เดินทางมาร่วมงานทุกท่าน ทั้งยังมีในส่วนของบูธ PTT Motorsport จะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก และลุ้นรับของที่ระลึก Limited edition พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก PTT Motorsport  และเรายังจัดเตรียม OR Pavilion ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับสื่อมวลชนและลูกค้า PTT Blue Card สามารถเข้ามาพักผ่อน เติมความสดชื่น รวมไปถึงบูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ในราคาพิเศษ นอกจากนี้รอบๆ งานยังมีจุดจำหน่ายเครื่องดื่ม Café Amazon ให้บริการ และยังมี OR Camp ซึ่งเป็นเต๊นท์ที่พักเพื่อรองรับชาว PTT Blue Card และแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่มาร่วมชมงานอีกด้วย

OR คาดหวังว่าจากความสำเร็จของการจัดงาน PTT Thailand Grand Prix 2018 ในปีที่ผ่านมา ที่คนไทยได้แสดงศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวโลกว่าในปีนี้ PTT Thailand Grand Prix 2019 จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์บนหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเราชาวไทยและชาวโลก ที่ถือได้ว่าเป็น Pride of Thailand อีกครั้ง แล้วพบกัน ที่ PTT Thailand Grand Prix 2019 ที่ จังหวัดบุรีรัมย์

 

โรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า “นี่คืออีกครั้งที่คนไทยจะได้ออกมาแสดงพลังแห่งความคลั่งไคล้ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ให้ทั่วโลกได้เห็นว่าแฟนๆ ชาวไทยก็ให้ความสนใจกับ โมโตจีพี ไม่แพ้ชาติอื่นๆ โดยนอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นของเหล่านักบิดชื่อดังของโลกแล้ว เครื่องดื่มตราช้าง ยังเตรียมกิจกรรมบันเทิงเต็มรูปแบบไว้รองรับแฟนๆ จากทั่วโลก โดยไฮไลต์อยู่ที่มหกรรมคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พบกับศิลปินชื่อดัง อย่าง โปเตโต้, วงมายด์ และ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ รวมทั้งศึกยอดมวยไทย นายขนมต้ม ศิลปะการต่อสู้ของไทยอันโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยคู่มวยที่ดีที่สุดมาให้ได้ชมกันถึง สนามช้างฯ เพื่อมอบความสุขที่สมบูรณ์แบบให้กับทุกคนในสุดสัปดาห์ของ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019”

 

ทางด้านกรมขนส่ง ยงยุทธ นาคแดง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า “ทางกรมการขนส่งทางบกนั้นมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมประวัติศาสตร์แบบนี้ในประเทศไทย เพราะนอกจากการจัดการแข่งขันแล้วยังช่วยส่งเสริมในหลายๆ ด้าน ทางกรมฯ เองก็ยินดีที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ ให้กับกลุ่มแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต อีกด้วย ทั้งการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ การทำโฆษณา โดยใช้การแข่งขันโมโตจีพีเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์ และยังจัดทำแคมเปญ “ความเร็วใช้ในสนามแข่งเท่านั้น” เพื่อเน้นย้ำกับกลุ่มผู้เดินทางที่ใช้รถใช้ถนนให้ใช้ความเร็วให้ถูกสถานที่ เพราะการใช้ความเร็วบนท้องถนนอาจทำให้เกิดอันตรายกับตัวผู้ขับหรืออาจเกิดกับเพื่อนร่วมเดินทางบนท้องถนนได้

 

ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ แท็กซี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “แกร็บ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันโมโตจีพีต่อเนื่องเป็นปีที่สองโดยในปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันของเราสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้าชมงานได้เป็นอย่างดีจนทำให้จังหวัดบุรีรัมย์กลายเป็นต้นแบบในการนำร่องระบบขนส่งอัจฉริยะให้กับจังหวัดอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการตอกย้ำพันธกิจของแกร็บในการมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยการนำเสนอทางเลือกของการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายโดยเชื่อมต่อกับการคมนาคมขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การสร้างเมืองอัจฉริยะ(Smart City) และวิสัยทัศน์บุรีรัมย์โมเดลของจังหวัดด้วย”

“สำหรับในปีนี้ เราได้เตรียมประสานกับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะไปเยือนจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงการจัดงานระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ทั้งยังได้นำข้อมูลและเสียงตอบรับจากผู้ใช้ในปีที่แล้วมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น พร้อมร่วมมือกับทางจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดจุดจอดรับในบริเวณสนาม การจัดระบบรับคิวของผู้ขับขี่ พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวผ่านสื่อต่างๆ”

 

ปิดท้ายด้วย ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า “สำหรับการจัดงานในปีนี้มาตรฐานต่างๆ ต้องสูงขึ้น เราได้อำนวยความสะดวกด้วยการเพิ่มจุดจอดรถยนต์รอบเมืองบุรีรัมย์ สามารถรับรองรถยนต์ได้ กว่า 15,000 คัน และยังมีจุดบริการจอดจักรยานยนต์ ทั้งในและนอกสนามแข่งขันได้มากกว่า 25,000 คัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด ในปีนี้ทางคณะผู้จัดการแข่งขัน ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไซด์แสตนด์ ทุกจุดของสนามให้เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด ทำการติดตั้งให้นั่งสบายยิ่งขึ้นและเสริมความปลอดภัยในบริเวณที่นั่งชมทุกจุด"

"เราเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ในการติดตั้งอัฒจันทร์ใหม่ให้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้พร้อมที่สุด และแข็งแรงที่สุด อีกทั้งยังเพิ่มห้องน้ำ เพิ่มจุดบริการอาหารทั่วบริเวณลานกิจกรรม และรอบบริเวณไซด์สแตนด์ เพื่อการรองรับผู้ชมทั้งไทยและต่างชาติให้ทั่วถึงที่สุด”

 

 

เราได้เห็นกันไปแล้วกับแนวทางที่จะเกิดขึ้นสำหรับ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมที่จะต้อนรับผู้ชมทุกท่านได้เป็นอย่างดี สำหรับแฟนความเร็วที่ยังไม่มีบัตรเข้าชมสามารถซื้อได้ในส่วนของไซด์สแตนด์ รวมถึงโซนเชียร์นักบิดอย่าง Valentono Rossi และ Marc Márquez สแตนด์ สองดาวดังของโมโตจีพี ซึ่งเหลือจำนวนไม่มาก ผ่านทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส กว่า 12,000 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ www.allticket.com

 

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ