เปิดตำนาน ความคลาสสิก Toyota Corolla KE Share this

เปิดตำนาน ความคลาสสิก Toyota Corolla KE

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 28 พฤษภาคม 2563

หากพูดถึง Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ส่วนใหญ่จะนึกถึงรุ่น Altis (อัลติส) ในบทความนี้ เรามาดูกันครับ ว่าต้นกำเนิดของ ตระกูลโคโรลล่า ในยุคสมัยที่ยังใช้รหัสตัวถัง KE มีรุ่นไหนบ้าง


เปิดตำนาน ความคลาสสิก Toyota Corolla KE

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านการขาย และเป็นที่นิยมมายาวนาน โดยเฉพาะในเมืองไทย ที่รู้จักโตโยต้า โคโรลล่า มาอย่างยาวนาน

รุ่นที่ 1 (โฉมปี 2509-2513)

เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2509 รหัสตัวถัง KE10 โดยในช่วงแรก ผลิตเพียงตัวถังแบบ Sedan 2 ประตู แล้วตัวถังแบบ Sedan 4 ประตู เริ่มมีใน พ.ศ. 2510 และตัวถัง Station wagon 4 ประตู ก็เริ่มผลิตใน พ.ศ. 2511 ตามด้วยรถ Coupe 2 ประตูปิดท้ายรุ่น โดยรถคูเป้ 2 ประตู โคโรลล่าได้ตั้งชื่อเฉพาะให้ว่า โคโรลล่า สปรินเตอร์ รหัสตัวถัง KE15 ในระหว่างโฉมแรกนี้ มี 2 ขนาดเครื่องยนต์ให้เลือก คือ 1.1 ลิตรในช่วงแรก และ 1.2 ลิตรในช่วง พ.ศ. 2512 เป็นต้นไป

ระบบเกียร์ในสมัยนั้น ไม่เน้นการประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า ระบบเกียร์ในรถโคโรลล่า จึงมี 2 ระบบให้เลือก คือ เกียร์ธรรมดา 4 สปีด และเกียร์อัตโนมัติเพียง 2 สปีด แต่การที่มีเครื่องยนต์ลูกสูบขนาดเล็ก ทำให้รถประหยัดน้ำมัน

ในประเทศไทยมีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2509 โดยเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ ยังไม่มีการประกอบในประเทศไทยแต่อย่างใด และเลิกผลิตใน พ.ศ. 2513 เนื่องจากมีการเปิดตัว โคโรลล่า โฉมที่ 2

รุ่นที่ 2 (โฉมปี 2513-2521)

เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2513 รหัสตัวถัง KE20 โดยรถรุ่นโคโรลล่า สปรินเตอร์ (Corolla Sprinter) มีการเพิ่มรูปแบบตัวถัง Sedan เข้าไปในเมนูผลิต และมีการเปิดตัวรถรุ่น โคโรลล่า เลวิน (Corolla Levin) และ โคโรลล่า สปรินเตอร์ ทรูโน (Corolla sprinter Trueno) โดยนำตัวถังแบบ Coupe GT มาใช้ และทางโตโยต้า เห็นว่า รถโคโรลล่าประสบความสำเร็จสูงมาก จึงแยกธุรกิจการขายรถโตโยต้า โคโรลล่า ออกเป็น 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจขายรถโคโรลล่า สปรินเตอร์, โคโรลล่า สปรินเตอร์ ทรูโน กับ ธุรกิจขายรถโคโรลล่า, โคโรลล่า เลวิน

รูปแบบตัวถังมีความหลากหลายมากขึ้น ได้แก่ Coupe 2 ประตู, Station Wagon 3 กับ 5 ประตู, Sedan 4 ประตู และ Van 5 ประตู และมีการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ เป็น 1.2, 1.4, 1.6 ลิตรให้เลือก และรถโฉมนี้ประสบความสำเร็จสูงมาก เห็นได้จากการที่โคโรลล่าเปิดตัวโฉมที่ 3 ใน พ.ศ. 2517 แต่โฉมที่ 2 นี้ ผลิตอย่างต่อเนื่องไปจนถึง พ.ศ. 2521 จึงเลิกผลิต ในประเทศไทยเป็นโคโรลล่ารุ่นแรกที่ประกอบในประเทศไทย

รุ่นที่ 3 (โฉมปี 2517-2524)

โฉมนี้ เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2517 รหัสตัวถัง KE30, KE40, KE50 และ KE60 มีการเพิ่มรูปแบบตัวถัง Hardtop Coupe 2 ประตูเข้าไป ส่วนตัวถังแบบอื่นมีดังเดิม เริ่มมีการพัฒนาและได้ผลิตระบบเกียร์ให้เลือกเพิ่มเป็น 4 ระบบ คือเกียร์อัตโนมัติ 2 กับ 3 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 4 กับ 5 สปีด ขนาดเครื่องยนต์ 1.2 กับ 1.4 ลิตร
หลังจากการเปิดตัวรถโคโรลล่าโฉมที่ 4 ใน พ.ศ. 2522 ทั่วโลกก็เริ่มทยอยหยุดขายหยุดผลิตโฉมที่ 3 และโฉมนี้ได้หยุดผลิตอย่างสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2524

รุ่นที่ 4 (โฉมปี 2522-2526)

โฉมนี้ เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2522 รหัสตัวถัง KE70 ในโฉมนี้ ได้เพิ่มความหลากหลายของรูปตัวถังขึ้น โดยเพิ่มตัวถัง Sedan 2 ประตู และ Liftback 3 ประตูเข้าไปเพิ่ม แต่ได้ระงับการผลิตตัวถังแบบ Coupe 2 ประตู ระบบเกียร์ 4 ระบบดังเดิม ขนาดเครื่องยนต์ 3 ขนาด ได้แก่ 1.3, 1.6 และ 1.8 ลิตร

ซึ่งโฉมต่อจากนี้ จะค่อยๆ ยกเลิกระบบขับเคลื่อนล้อหลังของโคโรลล่าไป และจะแทนที่ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และโฉมนี้ก็เป็นโฉมสุดท้ายที่มีการผลิตระบบเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีด และระบบเกียร์ธรรมดา 4 สปีดด้วยเช่นกัน

และทั้งหมดนี้ ก็เป็นประวัติคร่าวๆของ Toyota Corolla ที่ใช้รหัสตัวถัง KE ครับ ส่วนโคโรลล่ารุ่นที่ต่อจาก KE70 ผมขอยกไปไว้ในบทความถัดไปครับ

ข้อมูลรูปภาพ : วิกิพีเดีย

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  

เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ