รีวิว Honda CBR500R 2022 เบรคเยี่ยม ช่วงล่างดี ตัวจบสำหรับมือใหม่ Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว Honda CBR500R 2022 เบรคเยี่ยม ช่วงล่างดี ตัวจบสำหรับมือใหม่

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2564

การมาถึงของ Honda CBR500R 2022 นี้ สร้างเสียงฮือฮากับเหล่าไบเกอร์ที่ครอบครองรถรุ่นเดิมนี้ค่อนข้างมาก เพราะการปรับปรุงใหม่ครั้งนี้ของฮอนด้า จับเอาโช๊คอัพหัวกลับและดิสก์เบรกคู่มาให้เลยจากโรงงาน อันเป็นสิ่งที่ชาว 500 Series ฝันหา แถมเปิดขายในราคาเดิม ไม่มีเพิ่มแม้แต่บาทเดียว !!!


Honda CBR500R 2022 โฉมตัว 1000 ราคาเป็นมิตร

ในยุคตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ทิศทางการออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ของฮอนด้า ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นนี้ เริ่มเน้นนำเอาดีไซน์จากรุ่นพี่ ถ่ายทอดสู่รุ่นน้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตระกูล CBR Series นี้ ที่นำเอาดีไซน์จากรุ่นพี่อย่าง Honda CBR1000RR-R ถ่ายทอดลงมาตั้งแต่รุ่น CBR600RR, CBR650R และล่าสุดกับ CBR500R 2022 ที่แต่เดิมละม้ายคล้ายแค่ช่วงไฟหน้า แต่ตอนนี้พอจับเอาโช๊คอัพหัวกลับพร้อมดิสก์เบรกคู่มาให้แล้ว ถ้ามองตัวรถจากด้านหน้าแล้ว มันดูเหมือนตัว 1000 ทันที เรียกได้ว่าคุณสามารถครอบครองรถมอเตอร์ไซค์โฉมคล้ายตัว 1000 cc ในราคาไม่ถึงครึ่งของค่าตัวมัน

ราคา Honda CBR500R 2022

Honda CBR500R รุ่นปี 2022 ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ตอบสนองความต้องการผู้ใช้อย่างตรงจุดด้วยโช๊คอัพแบบหัวกลับ, ดิสเบรกคู่จากโรงงาน ประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม และไม่ต้องไปตกแต่งเพิ่มเติมอีกต่อไป ราคาวางจำหน่ายเปิดที่ 219,800 บาท

 

 

Honda CBR500R เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อช่วงปี 2013 พร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นอีก 2 ตัว ได้แก่รถเน็กเก็ต CB500F และรถทัวร์ริ่ง CB500X โดย CBR500R เป็นรถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตระดับเริ่มต้นที่เหมาะสมกับมือใหม่ ที่ก้าวข้ามมาจากรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก เพราะมันเป็นรถสปอร์ตที่มีพละกำลังที่สูงกำลังดี ไม่เยอะจนขี่ยาก และไม่น้อยจนไร้ความสนุก เหมาะสำหรับการใช้งานขับขี่ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ต่ำมาก และยังสามารถนำไปขับขี่ท่องเที่ยวช่วงวันหยุดได้เป็นอย่างดี

ในปี 2016 Honda CBR500R มีการปรับดีไซน์ใหม่ ใช้ไฟหน้าแบบ LED และมีการปรับเปลี่ยนโช๊คอัพด้านหน้าใหม่ ส่วนในปี 2019 ก็มีการอัพเดทให้มีดีไซน์ที่ดุดันมากยิ่งขึ้นสไตล์สปอร์ต พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ด้วยการเสริมสลิปเปอร์คลัทช์เข้าไป ทำให้ขับขี่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับ Honda CBR500R 2022 มาในคอนเซป Pocket Rocket พัฒนามาจาก Honda CBR500R รุ่นปัจจุบัน แต่มีการปรับปรุงใหม่หลายจุดให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เน้นหนักไปเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น ให้ควบคุมง่ายกว่าเก่า และแรงบิดที่มาไวกว่าเดิม ด้วยการปรับปรุงตัวเฟรมรถใหม่ มาพร้อมกับโช๊คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาด 41 มม. และดิสก์เบรกคู่หน้า เพิ่มประสิทธิภาพของตัวรถมากกว่าเก่า และหล่อกว่าเดิมเป็นอย่างยิ่งยวด

 

CBR500R 2022 ยกดีไซน์จาก CBR650R

รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าตระกูล CBR Series จุดเด่นของตระกูลนี้นั่นคือไฟหน้าคู่แบบ LED พร้อมโช๊คอัพแบบหัวกลับ ทำให้การอัพเกรดครั้งนี้ CBR500R ก็ได้เข้ามาร่วมสูตรสำเร็จนี้อย่างเป็นทางการ โดยการนำเอาดีไซน์ของรุ่นพี่ Honda CBR650R สปอร์ต 4 สูบยอดฮิตติดชาร์จ มาถ่ายทอดดีไซน์ลงบน 500R ได้อย่างลงตัว

 

Honda CBR500R 2022 Headlight

 

2022 CBR500R เฟรมใหม่

Honda CBR500R 2022 ได้รับการปรับปรุงเฟรมรถใหม่ให้มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น โดยตัวเฟรมใช้แบบไดม่อนสตีลทูป ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 มม. ที่ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพจากเสียงตอบรับของผู้ใช้งานต่างๆ โดยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนจุดยึดระหว่างเครื่องยนต์กับเฟรมใหม่ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์

 

Honda CBR500R 2022 Front Brake

Honda CBR500R 2022 Rear

 

โช๊คอัพด้านหน้า ใช้เป็นโช๊คอัพหัวกลับจาก Showa รุ่น SFF-BP ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ปรับพรีโหลดได้ และมีการปรับปรุงจุดยึดต่างๆ ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น

นอกจากปรับปรุงเรื่องเฟรมและช่วงล่างใหม่แล้ว ระบบเบรกก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน จากเดิมที่ใช้ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Wave disk ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรก 2 พอต เปลี่ยนเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 มม. แบบ Wave disk พร้อมปั้มเบรก 4 พอตจาก Nissin สาเหตุที่ให้ขนาดจานเบรกเล็กลงนอกจากช่วยลดน้ำหนักตัวรถให้เบาขึ้นแล้ว ยังช่วยลดแรงในการกดแป้นเบรกให้น้อยลงกว่าเดิมด้วย

 

Honda CBR500R 2022 Front Shockup

 

สวิงอาร์มใหม่ ใช้เหล็กหนา 2 มม. ส่งผลให้มีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิม (ของเก่า 2.3 มม.) ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น พลิกโค้งได้เร็วขึ้น

 

Honda CBR500R 2022 Swingarm

 

Honda CBR500R 2022 ใช้ล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ตัว Y 5 ก้าน ที่มีน้ำหนักเบามากกว่าเดิม ทำให้เข้าโค้งได้ไวกว่าเดิม ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง โดยล้อหน้ารัดยาง 120/70 R17 ส่วนล้อหลัง รัดยาง 160/60 R17 และอัตราส่วนของน้ำหนักตัวรถจะอยู่ที่ 50.7 : 49.3 (เดิม 50.1 : 49.9) ระยะฐานล้ออยู่ที่ 1,410 มม. ส่วนน้ำหนักของตัวรถรวมอยู่ที่ 192 กิโลกรัม

 

Honda CBR500R 2022 Paning

 

ตำแหน่งท่านั่งการขับขี่ของ CBR500R มีความสปอร์ตเป็นอย่างยิ่ง เบาะนั่งมีความสูงเพียง 785 มม. เท่านั้น พร้อมกับแฮนด์บาร์จับติดอยู่กับด้านบนของโช๊คอัพ ทำให้ท่าทางการขับขี่เป็นแบบสปอร์ต ดูโฉบเฉี่ยว

ตัวแฟริ่งถูกปรับให้ในอยู่ในระดับที่ต่ำ รวมถึงมีการลดน้ำหนักชิ้นส่วนต่างๆ เป็นจำนวนมากรวมๆ แล้วลดลงไปถึง 104 กรัมเลยทีเดียว ส่วนบังโคลนด้านหน้าใช้ชุดเดียวกับ CBR650R

ถังน้ำมันของ 2022 Honda CBR500R มาพร้อมกับความจุ 17.1 ลิตร และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 28.6 กม./ลิตร สามารถขับขี่ได้ระยะทางมากกว่า 450 กิโลเมตร ต่อน้ำมัน 1 ถังเลยทีเดียว

Honda CBR500R 2022 Rear

Honda CBR500R 2022 Windshield

 

หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอล LCD บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็ว, มาตรวัดรอบเครื่อง, จับทริป, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง, อุณหภูมิหม้อน้ำ, ตำแหน่งเกียร์ และมาพร้อมกับไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์ โดยค่าโรงงานจะตั้งมาที่ 8,750 รอบ/นาที ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ละเอียดมากถึงทีละ 250 รอบ/นาทีเลยทีเดียว ซึ่งสามารถตั้งได้ว่าจะให้ไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์ทำงานตั้งแต่่ 5,000 รอบ/นาที ขึ้นไปได้เลย

 

Honda CBR500R 2022 Dashboard

 

เครื่องยนต์ 2022 CBR500R

เครื่องยนต์ของ Honda CBR500R 2022 ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากบล็อกเครื่องเดิมในรุ่นที่แล้ว โดยอ้างอิงจากใบขับขี่ระดับ A2 ในทวีปยุโรป ที่กำหนดว่าให้สามารถใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ที่มีพละกำลังไม่เกิน 35 กิโลวัตต์ หรือ 47 แรงม้า โดยเครื่องยนต์ใน 2022 Honda CBR500R ใช้เป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 471cc 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดลูกสูบอยู่ที่ 67 x 66.8 มม. อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.7 : 1 องศาการจุดระเบิดอยู่ที่ 180 องศา มาพร้อมกับชุดบาลานเซอร์ 2 ตัว ติดตั้งอยู่ด้านหลังกระบอกสูบ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของตัวเครื่องยนต์ และลดเสียงการทำงานได้เป็นอย่างดี

มีการปรับปรุงเพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ให้มีแรงเฉื่อยน้อยลง และด้วยการปรับปรุงทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิมโดยรวมถึง 4% ด้วยกัน โดยเฉพาะช่วงรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 3,000-7,000 รอบ/นาที มีแรงบิดที่สูงมากยิ่งขึ้น

ระบบหัวฉีด PGM-FI ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการจ่ายน้ำมันที่ดียิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงระบบ Airflow ใหม่ ส่งผลให้ตัวรถมีแรงบิดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงชุดท่อไอเสียใหม่ ให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมถึง 92 กรัม โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพการระบายไอเสียแต่อย่างใด

โซ่ราวลิ้นภายในเครื่องยนต์ ถูกเคลือบด้วย วานาเดียม ช่วยลดแรงเสียดทานขณะทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันได้ดียิ่งขึ้น โดยวาล์วไอดีของ CBR500R 2022 มีขนาด 26 มม. และวาล์วไอเสีย มีขนาด 21.5 มม.

ตัวลูกสูบ ได้รับการปรับปรุงใหม่ ช่วยลดเสียงรบกวนที่รอบการทำงานในรอบสูงได้ดียิ่งขึ้น ลดแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในกระบอกสูบ พร้อมปรับปรุงเพลาข้อเหวี่ยงให้มีแรงเสียดทานน้อยลง

 

Honda CBR500R 2022 Engine

 

ข้อมูลทางเทคนิค CBR500R 2022

ประเภท 2 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี
ขนาดลูกสูบ x ช่วงชัก 67 x 66.8 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 10.7 : 1
พละกำลังสูงสุด 47 แรงม้า ที่ 8,600 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 43 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 28.6 กม./ลิตร

 

ตัวรถ CBR500R

เฟรม ไดม่อน สตีล
โช๊คหน้า โช๊คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม.
โช๊คหลัง โช๊คอัพเดี่ยว Prolink พร้อมปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ
เบรคหน้า ดิสเบรคคู่ ขนาด 296 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต ABS
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 พอต ABS
ยางหน้า 120/70 ZR17
ยางหลัง 160/60 ZR17

 

มิติรถ

ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,080 x 760 x 1,145
ความสูงเบาะ 785 มม.
ระยะฐานล้อ 1,410 มม.
ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง 130 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 192 กก.
ความจุถังน้ำมัน 17.1 ลิตร

 

Honda CBR500R 2022

 

 

Honda CBR500R 2022 เพราะความแรงไม่ใช่ทุกสิ่ง

กลับเข้าสู่เรื่องหลักของเรากับรถ Honda CBR500R บนสนามแข่ง MotoGP มันจะเป็นอย่างไร ผมขอแบ่งเป็นข้อๆ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน และเริ่มไล่จากโค้ง 1 ถึงโค้ง 12

1. พละกำลัง Honda CBR500R เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง รีดพละกำลังได้สูงสุด 47 ม้า ที่ 8,600 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 188 กม./ชม. (กล่องตัด) สัมผัสที่ได้รับคือ ท่านสามารถรีดความเร็ว Top Speed ได้อยู่ 2 จุดหลักๆ ได้แก่ช่วงทางตรงจากโค้ง 1 ถึงโค้ง 3 และช่วงทางตรงจากโค้ง 3 ถึงโค้ง 5 ซึ่งความสนุกด้านความเร็วจะอยู่ตรงโค้ง 3 ที่ท่านสามารถล็อกคันเร่ง ทะยานเข้าโค้งด้วยความเร็วมากกว่า 170 กม./ชม. ได้แบบสบายๆ

แต่ เมื่อขับขี่บนสนามแข่งรถขนาดใหญ่แบบนี้ เรื่องพละกำลังอาจจะ "น้อย" ไปสักนิดหน่อย แต่ก็แก้ได้ด้วยการประคองความเร็วที่รีดออกมาได้ให้สูงไว้ตลอดเส้นทาง ซึ่งช่วยให้ท่านลดความคิดที่ต้องคอยพะวงเรื่องการใช้เบรค จุดเบรค ตำแหน่งเกียร์ ท่านสามารถวางเรื่องเหล่านั้นไว้ได้ เพราะกว่าที่ท่านจะปั้นความเร็วให้ได้ที่ต้องการ มันใช้ระยะทางมากพอสมควร ท่านควรรักษาความเร็วที่ถูกต้อง เข้าไลน์การขับขี่ที่ถูกต้องดีกว่าจะมาคอยพะวงเรื่องเบรค เรื่องเกียร์ เพราะรถคันนี้มันทำความเร็วได้ไม่ทะลุแทรคสนามช้างทุกจุดแน่นอน (โค้ง 3 กับโค้ง 12 ควรเบรคหน่อยก็ดีนะ)

 

 

ข้อดีของการที่รถมีพละกำลังไม่สูงมากนัก นั่นคือท่านสามารถขับขี่มันได้ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ใช้แรงน้อยกว่า เหนื่อยน้อยกว่า มีเวลาให้คิดขณะขับขี่มากขึ้น สามารถฝึกฝนเรื่องไลน์การขับขี่ให้แม่นยำขึ้นได้ง่ายกว่าการขี่รถที่มีกำลังสูงๆ เพราะยิ่งรถแรง ระยะทางจากจุดนึงจากจุดนึงจะยิ่งน้อยลง ทำให้คุณยังไม่ทันได้คิด มันก็ถึงแล้ว ผิดกับรถที่มีกำลังไม่สูงจนมากนัก จะทำให้คุณมีเวลาคิดทบทวนเรื่องของการขับขี่มากกว่า

เพราะรถที่มีกำลังสูงๆ หากท่านมาเร็ว ท่านต้องเบรคให้พอดี เพื่อเข้าไลน์ที่ถูกต้อง อีกทั้งรถแรงๆ มันจะมีแรง G ที่สูงกว่ารถที่มีพละกำลังน้อย ทำให้ท่านเหนื่อยจากการขับขี่ค่อนข้างมาก แต่ถ้าท่านใช้เพียง CBR500R 2022 ที่มีพละกำลังความแรงน้อยกว่ามาก ท่านจะสามารถโฟกัสไปกับการฝึกฝนทักษะการขับขี่ให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ลดความคิดที่จะต้องทำเรื่องอื่นๆ ไปได้เยอะ ส่งผลให้ท่านเพิ่มทักษะการขับขี่รถได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างมันช้ากว่าที่เราทำได้ การอัพเกรดขึ้นไปใช้ CBR1000RR-R คือคำตอบ

 

 

2. การควบคุม Honda CBR500R คันนี้ รถที่ผมทดสอบเป็นรถเดิมๆ จากโรงงาน สิ่งที่ชอบสำหรับรถคันนี้คือเรื่องของการควบคุม มันเป็นรถที่มีขนาดตัวไม่ได้ใหญ่มากจนเกินไปนัก ตัวผมสูงเพียง 168 ซม. สามารถคร่อมรถคันนี้ ควบคุมมันได้ตลอดรอดฝั่งอย่างสบายๆ ตำแหน่งท่านั่งการขับขี่ของรถ ถูกออกแบบมาให้ควบคุมบนสนามแข่งได้ค่อนข้างกระชับ

แต่สิ่งที่ขัดใจหลักๆ มี 2 จุด ได้แก่ แฮนด์บาร์ ที่สูงไปสักหน่อย และพักเท้า ที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้การพับรถด้วยองศามากๆ จะเกิดอาการ "พักเท้าครูดพื้น" ซึ่งแก้ได้ด้วยการใส่เกียร์โยง และแฮนด์บาร์ที่สูง ก็สามารถแก้ได้ด้วยการใส่แฮนหมอบซะ สิ้นเรื่องทั้งหมด พร้อมแข่งได้เลย

ส่วน ถ้าท่านเป็นคนชอบรถหมอบๆ เจ้า Honda CBR250RR จะเหมาะกว่า เพราะลักษณะการออกแบบท่านั่งการขับขี่ของตัว CBR250RR ถูกออกแบบให้เป็น Sport Replica พร้อมลงสนามอยู่แล้ว เด่นกว่า CBR500R อย่างชัดเจนก็เรื่องของถังน้ำมันที่ตัว 250RR จะกระชับเข้ากับสรีระมากกว่า ในเวลาที่เราแบนรถเข้าโค้งด้วยองศามากๆ

Honda CBR500R หากเอามาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ท่านแฮปปี้กว่าแน่นอน เพราะรถมันนั่งขับได้สบายกว่ามากโขเลยทีเดียวเชียว ทว่า หากท่านจะซื้อมาลงสนามอย่างเดียว ถนนไม่ขี่ เอามอไซขึ้นสไลด์ไปขี่สนามอย่างเดียวจริงๆ ผมแนะนำว่า Honda CBR250RR มันยอดเยี่ยมกว่ามากครับ

สรุป ถ้าจะขี่สนามกรุบกริบ ขี่ถนนบ่อยกว่า ยังไง CBR500R ตอบโจทย์กว่าแน่นอน

 

 

3. ระบบเบรค ระบบเบรคเดิมๆ ของรถคันนี้ บอกเลยว่าพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นเดิมอย่างก้าวกระโดด ให้ประสิทธิภาพการเบรคเหลือเฝือ ท่านสามารถกดเบรคจากความเร็วราวๆ 170 กม./ชม. ที่ระหว่างป้าย 100-50 เมตร ก่อนเข้าโค้งได้อย่างสบายๆ ตัวระบบเบรคเดิมๆ จัดว่าให้มาได้ดีเลยทีเดียวเชียว และใช้แรงในการกดเบรคที่น้อยกว่ารุ่นเดิมค่อนข้างมาก

4. ช่วงล่าง ช่วงล่างเดิมๆ ของตัวรถ "ควรปรับให้แข็งสุด" เพราะของเดิมนั้น เน้นไปที่การขับขี่บนท้องถนนมากกว่า มันมีความนุ่มนวลที่ค่อนข้างมาก ก่อนขี่ในสนาม ควรปรับให้แข็งสุดไว้ก่อน จึงจะขับขี่ได้อย่างสนุก แต่ตัวรถก็จะมีอาการออกมาให้เห็นบ้างนิดหน่อย ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ไม่ยากนัก

 

 

Honda CBR500R เหมาะกับใครบ้าง

สรุป หากท่านกำลังมองหารถบิ๊กไบค์สักคัน สำหรับฝึกทักษะการขับขี่ให้กับตนเอง ทั้งเรื่องการใช้รถบิ๊กไบค์บนท้องถนน ยันไปถึงสนามแข่ง Honda CBR500R ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก ด้วยพละกำลังที่มีมาให้กำลังดี ไม่น้อยไป ไม่มากไป รถที่ควบคุมได้ง่าย อีกทั้งมีความทนทานสูงมาก บำรุงรักษาง่าย อะไหล่ไม่แพง และมีราคาค่าตัวที่ไม่สูงมากนัก ผมจึงขอแนะนำได้อย่างเต็มอกว่ารถคันนี้ เป็นรถบิ๊กไบค์ที่เหมาะสำหรับมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง

แต่ สำหรับมือเก๋า ที่คุ้นชินกับรถบิ๊กไบค์นั้น อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก เพราะหากท่านคุ้นชินกับความเร็วอยู่แล้ว พละกำลังที่รถคันนี้มอบให้มันจะรู้สึกว่าน้อยไปเลยในทันที แต่ด้วยกำลังที่มันให้มาแม้จะดูน้อย แต่ความเร็วที่มันทำได้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แต่ก็จะใช้เวลาเรียกความเร็วนั้นสักหน่อย ก็เท่านั้นเอง

หรือถ้าหากอยากได้ที่เร็วทันใจด้วย Honda CBR650R ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย หรือถ้างบถึงหน่อย อยากเล่นตัวจบ Honda CBR1000RR SP คือคำตอบครับ

 

 

รีวิว ยาง Pirelli Diablo SuperBike
รีวิว Honda CBR650R
รีวิว Honda CBR250RR

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ