[Test Ride] รีวิว Honda CBR650R รถสปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงขวัญใจมหาชน อัพแรงม้า เพิ่มความแรง ทดสอบจริงในสนามแข่ง MotoGP Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว Honda CBR650R รถสปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงขวัญใจมหาชน อัพแรงม้า เพิ่มความแรง ทดสอบจริงในสนามแข่ง MotoGP

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 19 มีนาคม 2562

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ตลาดรถบิ๊กไบค์บูมสุดๆ ในช่วง 5 ปีนี้ รถบิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ตขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 500 ซีซีขึ้นมานั้น เมื่อมองไปไหน เราก็จะเห็นแต่ "Honda CBR650F" ซึ่งเป็นรถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตแบบ 4 สูบเรียง 650 ซีซี ที่มีราคาจับต้องได้ มาพร้อมประสิทธิภาพที่เรียกว่าคุ้มค่าสุดๆ พร้อมเสียงเครื่องยนต์สุดหวานเจี้ยบ ที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นสุดยอดรถบิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ตที่น่าจับจองสุดๆ


 

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี Honda CBR650F ได้มีการปรับโฉมครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในปี 2017 เท่านั้น ด้วยการเปลี่ยนไฟหน้าใหม่เป็นไฟหน้าแบบ LED และเพิ่มพละกำลังแรงม้า แรงบิดขึ้นมานิดหน่อย บนพื้นฐานเครื่องยนต์รุ่นเดิม

จนกระทั่งในปี 2018 ช่วงต้นปี เกิดกระแสการเปลี่ยนโฉมของรถเน็กเก็ตไบค์ร่วมสายเลือดเครื่องยนต์เดียวกันอย่าง "Honda CB650F" ที่มีแววว่าจะมีการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่เป็นแบบ "Neo Sport Cafe" เหมือนกับรถเน็กเก็ตไบค์ขนาดอื่นๆ ของฮอนด้า ที่ล้วนแล้วแต่ออกรถเน็กเก็ตมาในโฉมนี้แทน อีกทั้งยังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับเจ้ารถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพเรนเดอร์, ภาพหลุด, ภาพร่าง บลาๆๆๆ มากมายเกี่ยวกับ CB650R ที่ออกมาอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า ทางฮอนด้าน่าจะปล่อยรถออกมาเพียงรุ่นเดียว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง CBR650F ด้วย เพราะตอนนั้นต้องยอมรับตรงๆ ว่า CBR650F เป็นรถที่ขายดีมากๆ จนส่งมอบกันไม่ทันเลยล้ะ

 

 

จนกระทั่งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ทางฮอนด้า แทบจะทำแฟนๆ รถบิ๊กไบค์ถึงกับหัวใจวาย ด้วยการเปิดตัว "Honda CBR650R" สปอร์ตไบค์รุ่นใหม่สายพันธ์ซุปเปอร์ไบค์ ชนิดที่ว่าหักปากกาเซียนทุกสำนัก เพราะไม่มีใครเคยทราบ ไม่มีทั้งข่าวลือว่า จะมีการเปิดตัวรถตระกูล 650 ซีซีสไตล์สปอร์ตโฉมใหม่ที่ต่อยอดจาก CBR650F รุ่นที่ขายดีสุดๆ ของฮอนด้าแล้ว ซึ่ง Honda CBR650R มีหน้าตาฉีกแนวออกจาก Honda CBR650F อย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว ด้วยการถ่ายโอนการออกแบบจาก Honda CBR1000RR ชนิดที่ว่า จอดคู่กัน ถ้าไม่มองกระจกข้าง, เครื่องยนต์ หรือสติ้กเกอร์ข้างรถ "แยกไม่ออก" ว่ารุ่นไหน เป็นรุ่นไหนเลยทีเดียวเชียวล้ะ... ออกมาเป็น Honda CBR650R คันที่เรากำลังจะควบในสนามแข่ง MotoGP นี่แหละ

 

 

การออกแบบ

อันนี้ขอสับแบบตรงไปตรงมาชนิดไม่มีอ้อมค้อมใดๆ Honda CBR650R แทบจะยกดีไซน์การออกแบบด้านหน้ามาจากรุ่นพี่ Honda CBR1000RR Fireblade รุ่นปัจจุบันแทบจะทุกระเบียดนิ้ว แตกต่างกันก็ตรงช่องรับลมที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยพอสังเกตุได้เท่านั้น แต่ถ้าหากมองเผินๆ รถ 2 รุ่นนี้แทบจะเหมือนกันเป๊ะทุกระเบียดนิ้ว

ดีไซน์ของไฟหน้า Honda CBR650R ใช้ไฟหน้าคู่แบบ LED อันแหลมคม ยัดไฟสูงและไฟต่ำไว้ในโคมเดียวกัน มาพร้อมกับไฟเลี้ยวแบบ LED ทรงสปอร์ตด้านข้างตัวรถ

 

 

โช๊คอัพและระบบเบรค

Honda CBR650R ใช้โช๊คอัพแบบหัวกลับกระบอกสีทองรุ่นใหม่ ขนาดแกน 41 มม. จาก Showa ที่มาพร้อมกับการปรับปรุงการซับแรงกระแทกและการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้นกว่าโมเดลที่แล้วอย่างชัดเจน มาพร้อมดิสเบรคคู่หน้าแบบจานโฟลตติ้งขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต จาก Nissin

 

 

ด้านหลัง ใช้โช๊คอัพสปริงเดี่ยว พร้อมปรับพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรคเป็นดิสเบรคเดี่ยวขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 พอต จาก Nissin ส่วนท่อไอเสียยังคงเป็นแบบออกใต้ท้อง ให้เสียงเครื่องที่เงียบสนิทเช่นเดิม (อยากลั่น แนะนำท่อแต่งเท่านั้น)

ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ใช้แบบเดียวกับ CB1000R มาพร้อมกับระบบเตือนการเบรคฉุกเฉิน เมื่อกดเบรคอย่างรุนแรง สัญญาณไฟฉุกเฉินจะติดขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

 

เรือนไมล์รุ่นใหม่

Honda CBR650R ใช้เรือนไมล์แบบใหม่แบบดิจิตอลจอเดียวสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับตัวเลขสีขาวมองง่าย บอกข้อมูลการขับขี่ครบครันเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์, มาตรวัดความเร็ว, ทริป A, B, อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, ไฟเตือนระบบ ABS เป็นต้น และสิ่งที่มาใหม่ 3 อย่าง ได้แก่ ไฟชิพไลท์ แจ้งเตือนการเปลี่ยนเกียร์, ตำแหน่งเกียร์, และสัญญาณเตือนระบบ Traction Control

 

 

แฮนด์ใหม่ สปอร์ตกว่าเดิม

หากใครเคยขับ Honda CBR650F จะทราบดีว่า ตัวรถนั้นวางตำแหน่งแฮนด์มาแบบรถสปอร์ตทัวร์ริ่งซะมากกว่า ทำให้ท่านั่งนั้นจะมีหลังตรงมากกว่า ทว่าใน Honda CBR650R คันนี้ ได้อัพเกรดความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิมด้วยแฮนด์ใต้แผงคอ ทำให้ตำแหน่งท่านั่งโน้มไปด้านหน้ามากขึ้นกว่าเดิม เป็นแนวรถสปอร์ตที่แท้จริง ซึ่งตำแหน่งแฮนด์แบบนี้ส่งผลให้การขับขี่ในสนามนั้นสามารถโน้มตัวไปได้มากกว่าเดิม และควบคุมรถด้วยความเร็วสูงได้มั่นคงขึ้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในส่วนประกับแฮนด์ด้านซ้ายยังมีปุ่มเปิด/ปิดระบบ Traction Control ป้องกันล้อหมุนไม่สัมพันธ์กันด้วย

 

 

เบาะนั่งขนาดใหญ่ หนานุ่ม นั่งสบาย

 

 

เครื่องยนต์รุ่นใหม่แบบ 4 สูบเรียง 650 ซีซี

ในส่วนของเครื่องยนต์ Honda ได้เปลี่ยนบล็อกเครื่องยนต์ใหม่ จากเดิมใช้เครื่องยนต์รุ่น RC74E เปลี่ยนเป็น RH01E โดยมีการอัพเกรดให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจาก CBR650F เข้าไปอีก ส่วนแรงบิดยังเท่าเดิม และยังได้เพิ่มสลิปเปอร์คลัช รวมถึงระบบแทรคชั่นคอนโทรลเข้าไปด้วย

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

ประเภท 4 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี
พละกำลังสูงสุด 94 แรงม้า ที่ 12,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 21 กม./ลิตร

 

ตัวรถ

เฟรม ไดม่อน สตีล
โช๊คหน้า โช๊คอัพหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. จาก Showa
โช๊คหลัง โช๊คอัพสปริงเดี่ยว พร้อมปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ
เบรคหน้า ดิสเบรคคู่ ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 1 พอต
ยางหน้า 120/70 R17
ยางหลัง 180/55 R17

 

มิติรถ

ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,130 x 750 x 1,150
ความสูงเบาะ 810 มม.
ระยะฐานล้อ 1,450 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเครื่อง 130 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 207 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 15.4 ลิตร

 

สัดส่วนคนกับรถ

สำหรับตัวรถ Honda CBR650R นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นรถบิ๊กไบค์อีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดค่อนข้างกระทัดรัด ด้วยความยาวเพียง 2 เมตรเศษๆ ประกอบอกับความสูงเบาะที่ค่อนข้างต่ำ เพียง 810 มม. เท่านั้น ทำให้ตัวผมเองที่มีความสูงเพียง 168 ซม. เมื่อเทียบกับตัวรถแล้วดูคันไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป สามารถใช้เท้า 1 ข้าง เหยียบพื้นได้อย่างเต็มๆ ทว่าหากต้องการใช้เท้า 2 ข้างเหยียบพื้น ก็จะได้ประมาณอุ้งเท่าพอดิบพอดี และด้วยตัวรถที่มีน้ำหนักไม่เยอะมาก เพียง 207 กก. ประกอบกับศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้สามารถประคองรถได้โดยไม่รู้สึกว่าหนักเลย

 

 

การขับขี่

สำหรับการขับขี่ Honda CBR650R ในครั้งนี้ ผมได้ทดสอบการขับขี่จริงในสนามแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก MotoGP ที่สนามช้าง อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งนอกจาก CBR650R แล้วยังมีรถรุ่นอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับทริปนี้ ผมขอเลือก CBR650R รถสปอร์ตไบค์สุดฮิตในตอนนี้ มาไขข้อสงสัยให้ทุกๆ ท่านที่กำลังสนใจรถรุ่นนี้ครับ

 

 

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ใน Honda CBR650R บอกเลยว่าเป็นบล็อกเครื่องสำหรับรถบิ๊กไบค์สายพันธุ์สปอร์ตที่แท้จริง ด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง 650 ซีซีนี้ ทำให้อัตราเร่งในช่วงต้นนั้นจะแผ่วๆ หน่อย ทว่าพละกำลังที่แท้จริงของมันอยู่ในช่วงกลาง - ปลาย ในแต่ละเกียร์นี่แหละครับ เมื่อเปิดรอบเครื่องตั้งแต่ 6,000 รอบขึ้นไป ประสิทธิภาพแรงบิดขนาด 70 นิวตันเมตรจะมาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย สามารถส่งตัวรถออกจากโค้งได้อย่างง่ายดายไร้ที่ติ ยิ่งลากรอบสูง อัตราเร่งยิ่งจัดจ้าน และด้วยเครื่องยนต์ใหม่นี้ มาพร้อมกับสลิปเปอร์คลัช พร้อมมีการปรับปรุงชุดคลัชให้มีความนุ่มนวล ใช้งานได้ง่ายกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับเกียร์ของตัวรถที่ออกแบบมาให้เรียงชิดติดกัน ทำให้การต่อเกียร์นั้นทำได้ค่อนข้างง่ายมาก แม้ไม่ได้มีการติดตั้งควิกชิพเตอร์ ก็สามารถรีดอัตราเร่งได้อย่างสบายๆ

 

 

ในส่วนของระบบ Traction Control ของตัวรถ ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมาก ในกรณีที่เปิดคันเร่งแรงจัดจนล้อหน้าลอยจากพื้น ตัวรถจะทำการตัดกำลังของเครื่องยนต์เพื่อให้รถกลับมาอยู่กับพื้นทันที เพื่อให้ล้อหน้าและหลังหมุนสัมพันธ์กัน ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการขับขี่บนถนนจริง เพราะการขับขี่บนถนนจริงนั้น เราจะเน้นเรื่องของการยึดเกาะถนนเพื่อความปลอดภัยมากกว่าการขับขี่ในสนามซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ความเร็วอยู่แล้ว โดยระบบ Traction Control นี้ ก็สามารถกดปิดการทำงานได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่มบนประกับแฮนด์ด้านซ้าย เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสนามนั่นเอง บอกเลยว่าไม่มีเสียอรรถรสการขับขี่ในสนาม แถมยังเสริมความปลอดภัยกับการใช้งานบนถนนอีกด้วย และเมื่ออยากเปิดการทำงานของระบบ ก็สามารถกดปุ่มเดิมได้เลยทันที โดยจะมีไฟแจ้งเตือนสถานะการทำงานของระบบบนหน้าจอเรือนไมล์อีกด้วย

 

 

ช่วงล่างเดิมๆ ของตัวรถ บอกเลยว่าทำมาได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว สามารถพารถจิกเข้าโค้งได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องดึงรถเยอะมากนัก เพียงทิ้งน้ำหนักตัวเพื่อเข้าโค้ง รถก็จะพาเราไปเล่นโค้งได้อย่างสนุกสนาน ประกอบกับตัวรถที่มีน้ำหนักไม่สูงนักเพียง 207 กิโลกรัม ทำให้การพลิกรถเล่นโค้งต่อโค้งทำได้ไม่ยากเลย จัดเป็นรถสปอร์ตอีกรุ่นที่ขี่ในสนามสนุกมากๆ

ระบบเบรคเดิมๆ ติดรถนั้น บอกเลยว่า สามารถใช้งานในสนามแข่งขันได้อย่างไว้ใจได้ เพราะงั้นแล้ว เอาไปใช้งานบนถนนนั้น บอกเลยว่า "เหลือๆ" เพราะผมได้ลดความเร็วของรถในช่วงทางตรงที่บิดมาถึง 220 กม./ชม. สามารถกดเบรคให้เหลือ 80 กม./ชม. ได้ด้วยระยะประมาณไม่ถึง 100 เมตรเท่านั้น ทว่าในการขับขี่จริงบนถนนแล้ว เราก็ไม่ใช้ความเร็วสูงขนาดนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วการใช้งานเบรคเดิมๆ บนถนนจริงนั้น บอกเลยว่าเหลือๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเบรคเลยล้ะครับ

 

 

สรุป

Honda CBR650R เป็นรถบิ๊กไบค์สไตล์สปอร์ต ที่จัดว่าเป็น "ตัวจบ" ก็ได้อีกรุ่นหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่ติดว่าต้องขี่ตัวพันเท่านั้น เพราะระบบความปลอดภัยพื้นฐานของตัวรถนั้นก็มาแบบเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบ ABS, ดิสเบรคคู่, ระบบ Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบ Sliper clutch และด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง 650 ซีซี ที่สามารถรีดความเร็วสูงเกิน 240 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไปทั้งบนถนนจริง หรือการขับขี่ในสนามแข่งขันเพื่อการสันทนาการ

สำหรับ Honda CBR650R คันนี้ เป็นรถบิ๊กไบค์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่มาพอสมควร เนื่องด้วยตัวรถนั้นมีพละกำลังค่อนข้างสูง แม้จะอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยหลายอย่าง แต่ด้วยพละกำลังมหาศาลของมัน ผู้ขับขี่ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ทางที่ดีควรจะมีทักษะการขับขี่ก่อนจะเป็นอันดี 

แต่ถ้าท่านยังไม่มีประสบการณ์ขับขี่รถบิ๊กไบค์เลย ทาง เอ.พี ฮอนด้า ก็มีคอสเรียนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ไม่เป็นจนถึงขั้นลงแข่งขันได้เลยทีเดียว โดยสามารถติดต่อสอบถามกับทางตัวแทนจำหน่ายได้เลยครับ

 

 

สำหรับท่านที่สนใจ Honda CBR650R คันนี้ สามารถชมตัวจริง พร้อมติดต่อขอทดลองขับขี่ได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่าย Honda BigBike ทั่วประเทศ สำหรับราคาวางจำหน่ายรถคันนี้อยู่ที่ 320,000 บาทครับ

ขอขอบคุณ บริษัท เอ.พี ฮอนด้า สำหรับทริปการทดสอบรถ Honda CBR650R ในครั้งนี้

บททดสอบโดย Kritanu.v (กฤตนู วิเศษไชยศรี)
ถ่ายภาพโดย Anapong.c

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ