ทีเอสแอลตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านบริการรถยนต์พรีเมี่ยม ทุ่ม 60 ล้าน ยกเครื่องศูนย์บริการสาขาใหญ่ Share this

ทีเอสแอลตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านบริการรถยนต์พรีเมี่ยม ทุ่ม 60 ล้าน ยกเครื่องศูนย์บริการสาขาใหญ่

Ken
โดย Ken
โพสต์เมื่อ 25 มิถุนายน 2558

ทีเอสแอลตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านบริการรถยนต์พรีเมี่ยม ทุ่ม 60 ล้าน ยกเครื่องศูนย์บริการสาขาใหญ่

ในขณะที่ตัวประกอบการรถนำเข้าอิสระหลายรายพยายามปรบโฉมหน้าร้านของตัวเองให้ดูหรูหรา ทันสมัย ตื่นตาตื่นใจ แต่ทีเอสแอลกลับมองตรงกันข้ามและเน้นที่การบริการหลังการขายมากกว่า

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาตลาดรถนำเข้าอิสระถือว่าอยู่ในขาลงด้วยยอดการขายลดที่ต่ำลงราว 10% ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนโฉมใหม่ของรถรุ่นฮิตอย่าง อัลฟาร์ด และ เวลไฟร์ ที่เป็นโมเดลหลักของบรรดาผู้นำเข้าอิสระ รวมถึง เมอซิเดส-เบนซ์ และ พอร์ช

ศูนย์บริการ 3

แม้ผลประกอบการในด้านงานบริการจะมาเติมเต็มในส่วนยอดขายที่หายไป 10% ไม่ได้ แต่ทางผู้บริหารเชื่อว่า งานบริการที่ดีที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าที่คิด คุณ สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า แม้ช่วงนี้การซื้อจะชะลอตัวไปบ้างแต่เชื่อว่าลูกค้าในระดับพรีเมี่ยมยังคงมีกำลังซื้อที่สูงอยู่ ดังนั้นการสร้างงานบริการที่แข็งแรงจะเป็นจุดที่ทำให้ลูกค้ากลับมาหาทีเอสแอล

การทุ่มงบกว่า 60ล้านบาทเพื่อสร้างอู่เครื่อง อู่สี และศูนย์อะไหล่ที่สมบูรณ์แบบที่สาขาแจ้งวัฒนะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนนี้ทุกสาขาเองก็พร้อมบริการงานซ่อมบำรุงและงานอะไหล่เช่นกัน รวมถึงที่ 2 สาขาที่กำลังจะเกิดขึ้นที่อุดรธานีและกรุงเทพฯ เช่นกัน

ศูนย์บริการ 1

ศูนย์เครื่องของทีเอสแอลมีความพร้อมในการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ทั้งไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดที่กำลังเป็นที่นิยม และยังพร้อมรับรถยนต์พรีเมี่ยมแบรนด์ดังทั้งจากตัวแทนรถนำเข้าอิสระรายอื่นรวมถึงรถที่ออกจากศูนย์บริการด้วยเช่นกัน

ศูนย์บริการ 6

จากความเชื่อที่ว่าหากเราดูแลลูกค้าเราให้ดีและสร้างความประทับใจจะอย่างไรซะลูกค้าก็ต้องกลับมาหา คือสิ่งที่ทำให้วันนี้ทีเอสแอลพลิกตัวสู่การเป็นผู้นำในงานบริการรถยนต์พรีเมี่ยมที่พร้อมให้ยริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ขายจนถึงงานดูแลแม้รายรับจากงานบริการจะเป็นแค่ 10% ของรายได้รวมทั้งปีก็ตาม

ศูนย์บริการ 5

ถึงจะมีการคาดการณ์ว่าตลาดรถนำเข้าอิสระจะตกลงราวๆ 20-30% แต่ทางทีเอสแอลกลับวางเป้าว่าจะโตในปีนี้ถึง 20% โดยตั้งยอดขายไว้ที่ 400คัน เป็นมูลค่าราวๆ 1.8 พันล้านบาท


ความคิดเห็น