[รีวิว] All New Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง จบในคันเดียว Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[รีวิว] All New Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง จบในคันเดียว

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2562

 

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน รถในกลุ่ม SUV มีกระแสที่ดีอย่างต่อเนื่องบนโลกนี้ด้วยการใช้งานที่หลากหลายมากกว่ารถเก๋ง ล่าสุด Mazda ได้ส่งรถอเนกประสงค์ SUV รุ่นใหญ่อย่าง Mazda CX-8 ทำตลาดในเมืองไทย ชูจุดเด่นในเรื่องของห้องโดยสารที่ เบาะนั่งแบบ 3 แถว ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง พร้อมการันตีว่าระยะฐานล้อยาวที่สุด 

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดการทดสอบ รถใหม่อเนกประสงค์ All New Mazda CX-8 บนเส้นทาง เชียงใหม่ ถึง เชียงราย รวมระยะกว่า 280 กิโลเมตร บนเส้นทาง ตามแนวเขา พร้อม โค้งต่างๆ เพื่อให้ได้สัมผัสถึง ระบบต่างๆที่ Mazda CX-8 พัฒนาเพื่อการเดินทางจริงๆ รถในการทดสอบทั้งหมด 10 คัน แบ่งเป็นรุ่น 2.5 SP จำนวน 5 คัน, XDL จำนวน 2 คัน และ XDL Exclusive จำนวน 3 คัน ซึ่งทางทีมงาน  ได้ถูกจัดให้ทดสอบในรุ่น 2.5 SP ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของเครื่องยนต์เบนซิน โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,699,000 บาท


ก่อนการทดสอบเรามาทำความรู้จัก All New Mazda CX-8 กันก่อน CX-8 ถือว่าเป็นการเปิดตลาดรถใน segment ใหม่ในประเทศไทยก็ว่าได้ (ถ้าไม่นับรถยุโรป) เพราะ ด้วยขนาดรถที่มีความใหญ่เทียบเท่ารถในกลุ่ม PPV แต่ให้การขับขี่เหมื่อน SUV ทางมาสด้าได้บอกถึงการ พัฒนาขึ้นใหม่เฉพาะ Mazda CX-8  คือการรวมเอาจุดเด่นของ Mazda CX-5 และพื้นฐานจาก Mazda CX-9 และพัฒนาขึ้นใหม่กลายมาเป็น Mazda CX-8 นั้นเอง ทำให้มีมิติตัวรถยาว 4,900 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,930 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 200 มม. มีน้ำหนักรถโดยเฉลี่ย 1,781-1,924 กก. และความจุถังน้ำมัน 72 และ 74 ลิตร(รุ่น XDL EXCLUSIVE) ในแต่ละรุ่น

รูปลักษณ์ภายนอกของ All New Mazda CX-8 ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงาม กับคอนเซ็ปต์ “Less is More” โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง Signature Wing พร้อมกรอบกระจังหน้าโครเมียมที่ติดโลโก้ มาสด้า ตรงกลาง ไฟหน้า Projector แบบ LED ใหม่ ดีไซน์กันชนหน้าหรูหราเส้นสายสปอร์ต มาพร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED เฉพาะในรุ่นท็อปสุด รุ่น 2.2 XDL EXCLUSIVE  ส่วนของด้านท้ายคล้ายกับ Mazda CX-9 ไม่ว่าจะเป็นคิ้วขอบไฟท้าย LED Signature ตรงกลางฝากระโปรงพร้อมตำแหน่งโลโก้ที่ต่ำลงมา และล้ออัลลอยดีไซน์เอกลักษณ์ขนาด 19 นิ้ว สีโครเมียนรมดำ พร้อมยาง 225/55 R19 (ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น) 

ในส่วนของภายในของ Mazda CX-8 รุ่น 2.5 SP ที่ทางทีมงานได้ทดสอบนั้น มาพร้อมกับห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง ส่วนดีไซน์ และการออกแบบห้องโดยสารนั้นจะมาในรูปแบบเดียวกันในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ห้องโดยสารโทนสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุ Real Wood (เนื้อไม้แท้) ผสมกับสีเงินซาติโครม ที่ให้ความรู้สึกที่หรูหรา และพรีเมียม ในส่วนของคอนโซลหน้า และแผงประตูเลือกใช้วัสดุแบบ Soft Touch ส่วนเบาะนั่งจะเป็นแบบหนัง Nappa แท้ สีแดง Deep Red ที่ให้ความภูมิฐาน และรองรับกระชับทุกสรีระ ลดอาการเมื่อยล้าในทุกที่นั่ง ส่วนคู่หน้าจะมาพร้อมกับระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 นั้น จะมีแผงควบคุมอุณหภูมิแยกโซนให้ต่างหาก คอนโซลหน้ามาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส Center Display ขนาด 7 นิ้ว ควบคุมผ่านปุ่ม Center Commander รองรับการเชื่อมต่อผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อมระบบ Apple CarPlay รวมไปถึงระบบแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า Windshield Active Driving Display ก็ติดตั้งมาให้พร้อมในทุกรุ่นย่อย

ส่วนในรุ่นท็อปสุดอย่าง XDL Exclusive นั้น จะมีระบบเสียงรอบทิศทางของ Bose 10 ตำแหน่ง, ม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง, เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat (6 ที่นั่ง) แยกซ้าย-ขวา พร้อมคอนโซลกลาง, ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มเข้ามา


เครื่องยนต์ใหม่สำหรับ CX-8  เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.5 ลิตร ในรุ่น SP นี้ ที่รีดกำลังได้สูงสุด 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 258 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า จับคู่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด โดยในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินนี้เองจะมาพร้อมสวิทซ์การปรับโหมดการขับขี่ที่บริเวณข้างตำแหน่งเกียร์


    เริ่มการทดสอบ  การนั่งโดยสาร ของ Mazda CX-8 รุ่น 2.5 SP SKYACTIV-G ที่เป็นแบบ 7 ที่นั่งนั้น เบาะนั่งคู่หน้าค่อนข้างที่จะใหญ่ มีการออกแบบตำแหน่งซับพอร์ตส่วนต่างๆ ของร่างกายหลายจุด โดยเฉพาะช่วงบริเวณเอวและเหนือขึ้นมา พร้อมส่วนของบริเวณต้นขา ที่เวลานั่งจะรู้สึกได้ว่ามีเบาะนุ่มๆ รองรับส่วนของสรีระช่วงต่างๆ เอาไว้ ซึ่งการออกแบบได้เน้นให้การนั่งโดยสารอยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติ เพื่อความสบายในการนั่งโดยสารและขับขี่ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำหรับ มาสด้าตั้งแต่ มาสด้า 3 แล้ว ทางทีมงานได้เริ่มการทดสอบเป็นไม้แรก จากผู้ร่วมทาง 4 คนต่อ 1 คัน เพื่อให้ได้สัมผัสในทุกที่นั่ง ขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ อารมณ์การขับขี่คล้ายกับ Mazda CX-5 แต่มีความนุ่มนวลกว่ามาก ให้ความรู้สึกสบายกว่า ออกเดินทางสู่นอกเมือง เครื่องยนต์ 2.5 เบนซิน แบบเดียวกับ CX-5 แต่ได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม  ชัดเจนในเรื่องอัตราเร่งที่ทันใจให้การตอบสนองที่ดี ทั้งทางตรงและทางขึ้นเขา แต่อาจจะแพ้ตัวเครื่องยนต์ดีเซล เพราะในการทดสอบ จังหวะที่มีการเร่งแซงบนทางขึ้นเขาตามรถในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซล ชัดเลยว่ามีอัตราเร่งที่ดีกว่าบนทางเขาด้วยแรงบิดที่มากกว่า แต่พอลอยตัวก็สามารถตามทัน การเก็บเสียงถือว่าทำได้ดีมาก เสียงลมที่เข้าจะดังในช่วง 120 km ขึ้นไป มีบางจังหวะทางทีมงานทดสอบความเร็วสูงรถสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 180++ km รถยังมีอาการนิ่งและควบคุมได้ดีถือว่าประทับใจมากนั้นแสดงในให้ถึงประสิทธิภาพของช่วงล่างมาสด้า  


สลับผู้ขับขี่ ทางทีมงานได้ทดลองนั้งแถว 3 กันเลยว่าจะนั่งได้จริงหรือไม่ เข้าไปนั่งอาจจะอึดอัดบ้างแต่ก็เรียกว่านั่งได้ และในตำแหน่งเบาะแถวที่ 2 อาจจะต้องขยับไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ผู้นั่งแถว3 วางเท้าได้  ออกเดินทางเส้นทางต้องผ่านเขาคดเคี้ยว การออกแบบช่วงล่างของมาสด้าถือว่าดี นั่งแล้วไม่รู้สึกมึนหัว อาการเด่งของตัวรถในแถวที่ 3 ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับรถในกลุ่ม PPV สรุป นั่งได้แต่เรียกว่าเบาะเสริมดีกว่า ข้อเสียเบาะแถว 3 คือแอร์มาไม่ถึง  (ผู้ทดสอบสูง 172 cm) ถ้าเบาะ 3 นั่งได้เบาะแถว 2 ก็สบายมาก 


 
และสำหรับเบาะแถวที่ 2 สามารถเลื่อนหน้าถอยหลังได้ และยังปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่องเก็บของพร้อมช่องเสียบชาร์จไฟ USB เรื่องความสบายในการนั่ง นอกจากความสบายของเบาะที่นั่งแล้ว Mazda CX-8 ยังมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone ที่ผู้โดยสารแถวกลางสามารถควบคุมระบบปรับอากาศเองได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นระดับพัดลม อุณหภูมิ ตำแหน่งการเป่าลมได้ ส่วนพนักพิงเองก็สามารถปรับเอนได้หลายระดับ ก็ได้มอบความสบายที่มากกว่าในแต่ละความต้องการ การออกแบบเบาะเหมือนกันกับเบาะคู่หน้า ที่เน้นจุดซัพพอร์ตสรีระร่างกายส่วนต่างๆ เพื่อการนั่งโดยสารที่เป็นท่าทางธรรมชาติเพื่อความสบาย
ส่วนของเบาะแถวที่ 3 สามารถปรับพับแยกได้แบนราบแบบ 50:50 ก็สามารถที่จะนั่งโดยสารได้จริงในการเดินทาง แม้จะไม่สบายเท่าเบาะด้านหน้า แต่ก็มีพื้นที่เหลือพอให้รู้สึกไม่อืดอัด

และส่วนของพื้นที่สัมภาระท้ายเอง แม้ว่าจะมีการนั่งที่เบาะแถว 3 อยู่ พื้นที่ด้านท้ายก็ยังสามารถจุถุงกอล์ฟได้ถึง 2 ใบเลยทีเดียว และเมื่อปรับพับเบาะแถว 3 ลง ก็ยิ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ได้มาก

ทั้งนี้จอกลางความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ก็รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto ได้ และยังสามารถควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่มีติดตั้งมาให้ในทุกรุ่นย่อย บริเวณถัดลงมาจากเกียร์ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ทั้งยังตอบรับความต้องการในการใช้ชีวิตในยุคนี้ด้วยช่องเสียบ USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง(เบาะที่นั่งแถว 2) 


ด้านระบบความปลอดภัยของ All-New Mazda CX-8 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ i-Activsense โดยระบบความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support)
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) เพิ่มความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน
ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC)
ส่วนในรุ่นท็อปสุดอย่าง XDL Exclusive นั้น จะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ AWD, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (SCBS-R), ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ALH), ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LAS) และ ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้น


โดยสรุปแล้ว All-New Mazda CX-8 นั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่การวางตำแหน่งทางการตลาดที่มาสด้าตั้งใจไว้นั้นคือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการเดินทาง และมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันบนรถ ซึ่งเป็นรถที่สามารถพาทุกคนในครอบครัวไปด้วยกันได้ทั้งหมดอย่างสะดวกสบาย พร้อมทั้งนำรถ CX-8 ขับใช้งานในชีวิตประจำวันก็ยังดูดีได้ 
    All-New Mazda CX-8 ถือเป็นอีกทางเลือกในกลุ่มรถ 7 ที่นั่ง ก็ใครต้องการรถที่นั่งสบายคันนี้ก็ควรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก คู่แข่งในตลาดอาจจะมองไปถึงกลุ่ม PPV ซึ่งมองแล้วสามารถสู้ได้ ถ้าคุณต้องการรถที่ดูพรีเมียมขึ้นมา แต่ถ้ามองในเรื่องความทนทานอาจจะสู้ไม่ได้


ข้อดีของ All-New Mazda CX-8

1 ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย อุปกรณ์ต่างๆดูหรู
2 เบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถนั่งได้จริง ดีกว่ากลุ่ม PPV 
3 ช่วงล่างที่ดีที่สุดสำหรับ รถในกลุ่มของ มาสด้า ให้ความนุ่มสบายไม่กระด้าง

ข้อเสีย All-New Mazda CX-8
1 ในรุ่น SP ตัวท๊อปเบนซิน เบาะนั่งแถว 2 ควรมีม่านบังแดดให้
2 ไม่มีแป้น Paddle Shift
3 เบาะนั่งแถว 3 ไม่มีแอร์ 

ราคาจำหน่ายของ All-New Mazda CX-8

รุ่น 2.5 S เครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.5 แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1,599,000 บาท
รุ่น 2.5 SP เครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.5 แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1,699,000 บาท
รุ่น XDL เครื่องยนต์ Skyactiv-D 2.2 แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1,899,000 บาท
รุ่น XDL Exclusive เครื่องยนต์ Skyactiv-D 2.2 แบบ 6 ที่นั่ง ราคา 2,069,000 บาท

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ